วัคซีนโควิด-19 อีกนานแค่ไหนกว่าจะใช้ได้จริง และในประเทศไทยมีการวิจัยเรื่องนี้หรือไม่

อีกนานแค่ไหนสำหรับ วัคซีนโควิด-19

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนา วัคซีนโควิด-19 เพื่อรับมือกับการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ แต่กระบวนการต่างๆ ของการผลิตวัคซีนล้วนต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี แล้วเราต้องรอวัคซีนที่ใช้ได้จริงอีกนานแค่ไหน

จากวันแรกของการระบาดใหญ่จนถึงวันนี้ สถานการณ์ของโรคโควิด-19 ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยจำนวนผู้ป่วยทั่วโลกขณะนี้เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าล้านคนแล้ว และยังไม่มีท่าทีว่าจะถึงจุดยุติง่ายๆ ความหวังเดียวของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสำหรับตอนนี้คือ วัคซีนโควิด-19 แล้วความหวังนี้ใกล้ความจริงแล้วหรือยัง

ทั่วโลกกำลังเร่งพัฒนาวัคซีน 5 รูปแบบ

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ และนักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบันนักวิจัยจำนวนมากจากสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย บริษัท สตาร์ตอัป และบริษัทยาขนาดใหญ่ ในหลายประเทศทั่วโลก ต่างกำลังแข่งขันกันพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในรูปแบบต่างๆ เฉพาะในประเทศจีนประเทศเดียว มีไม่น้อยกว่า 40 แห่ง โดยเทคโนโลยีวัคซีนที่พัฒนากันอยู่สามารถแบ่งออกเป็น 5 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

วัคซีนโควิด-19, นักวิจัยไทย, นักไวรัสวิทยา, การผลิตวัคซีน
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา

1. Viral Vector Vaccines คือการฝากแอนติเจนของ SARS-CoV-2 เข้าไปกับไวรัสชนิดอื่นที่ติดคนได้แต่ไม่ก่อโรค แล้วใช้ไวรัสดังกล่าวกระตุ้นภูมิคุ้มกันแทนการใช้ไวรัส SARS-CoV-2 โดยตรง

2. DNA Vaccine คือ การใช้ DNA ที่สามารถสร้างแอนติเจนของ SARS-CoV-2 ได้หลังจากนำส่งเข้าไปในร่างกาย

3. RNA Vaccine รูปแบบจะคล้ายๆ กับ DNA Vaccine แต่รูปแบบนี้จะไม่เสี่ยงต่อการที่ DNA จากวัคซีนจะเข้าไปรวมกับ DNA ของเรา และปัจจุบันมีข้อมูลมาสนับสนุนว่าวัคซีนรูปแบบนี้อาจจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีกว่า DNA Vaccine

วัคซีน, วัคซีนโควิด-19, การผลิตวัคซีน, วัคซีนในประเทศไทย, วัคซีนต้านโควิด, การผลิตวัคซีนในไทย

4. Live Attenuated Virus คือการนำไวรัส SARS-CoV-2 ที่แยกได้จากตัวอย่างผู้ป่วยมาเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเป็นเวลานานๆ จนไวรัสอ่อนเชื้อลง ไม่ก่อให้เกิดโรค และพร้อมนำไปใช้เป็นวัคซีน

5. Recombinant Proteins คือการสร้างโปรตีนแอนติเจนสำคัญในระบบต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ยีสต์ หรือ เซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม และนำโปรตีนที่สร้างได้เหล่านั้นมาใช้เป็นวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

(อ่านเพิ่มเติม : นักวิทยาศาสตร์พยายามหาข้อมูลการรักษาโควิด-19)

วัคซีนต้นแบบเริ่มทดสอบในมนุษย์

นับตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา คณะนักวิจัยชาวจีนในเมืองอู่ฮั่น ประสบความสำเร็จในการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งก่อโรคโควิด-19 เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณให้งานวิจัยด้านวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกเริ่มต้นเดินหน้าทันที

ดร.อนันต์กล่าวและเสริมว่า ข้อมูลทางพันธุกรรมของไวรัส SARS-CoV-2 จากประเทศจีน ช่วยให้นักวิจัยทั่วโลกสามารถนำมาใช้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับการออกแบบวัคซีนในรูปแบบต่างๆ

หลังจากนั้นเพียง 3 เดือน วัคซีนต้นแบบอย่างน้อย 2 ชนิด ได้ถูกนำมาใช้ทดสอบความปลอดภัยในมนุษย์ (Clinical phase I) แล้ว อีกทั้งยังมีวัคซีนต้นแบบอีกจำนวนมากที่อยู่ในช่วงทดสอบประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลอง ซึ่งนับได้ว่าการพัฒนาวัคซีน COVID-19 มีความคืบหน้ารวดเร็วมาก

วัคซีน, วัคซีนโควิด-19, การผลิตวัคซีน, วัคซีนในประเทศไทย, วัคซีนต้านโควิด, การผลิตวัคซีนในไทย

คาดว่าหนึ่งปีวัคซีนโควิด-19 สำเร็จ

ต้องยอมรับว่าการพัฒนาวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพต้องอาศัยเวลา เพราะนอกจากการคิดค้นพัฒนาในห้องปฏิบัติการแล้ว ยังต้องมีการทดสอบในสัตว์ทดลองและการทดลองทางคลินิกในมนุษย์ ซึ่งกว่าจะได้วัคซีนโควิด-19 มาใช้ได้จริงนั้นยังต้องใช้เวลานับปี

ดร.อนันต์ กล่าวว่า ขั้นตอนการพัฒนาวัคซีนจะเริ่มจากการสร้างวัคซีนต้นแบบในห้องปฏิบัติการและทดสอบประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์ทดลอง ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นเพียงขั้นตอนแรก และใช้เวลามากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับธรรมชาติของระบบภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นขึ้น

แต่หลังจากที่วัคซีนต้นแบบผ่านขั้นตอนนี้แล้ว วัคซีนจะต้องผ่านการทดสอบในมนุษย์อีกหลายขั้นตอน เช่น การทดสอบความปลอดภัยของวัคซีนในมนุษย์ การทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนในอาสาสมัครไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง ซึ่งในสภาวะปกติขั้นตอนทั้งหมดนี้จะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี และใช้งบประมาณที่สูงมาก

อย่าไรก็ตาม สำหรับกรณีที่เร่งด่วนอย่างวัคซีนโควิด-19 การทดสอบในมนุษย์น่าจะสามารถเร่งรัดให้ไวขึ้นได้  ระยะเวลาที่ผลิตวัคซีนออกมาใช้จริงน่าจะใช้เวลามากกว่าหนึ่งปี ทั้งนี้ คาดเดาจากสมมติฐานที่ว่า วัคซีนดังกล่าวปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ยอมรับได้

วัคซีน, วัคซีนโควิด-19, การผลิตวัคซีน, วัคซีนในประเทศไทย, วัคซีนต้านโควิด, การผลิตวัคซีนในไทย

เสี่ยงหรือไม่ที่วัคซีนโควิด-19 พัฒนาอย่างรวดเร็ว

การพัฒนาวัคซีนในช่วงเวลาอันรวดเร็ว อาจทำให้หลายคนกังวลใจว่า วัคซีนที่พัฒนาขึ้นจะมีความปลอดภัยหรือไม่ ดร.อนันต์ อธิบายว่า โดยทั่วไป วัคซีนที่ใช้ในมนุษย์ต้องผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก ซึ่งคิดว่าการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ทุกชนิด จำเป็นต้องผ่านการทดสอบดังกล่าวด้วยเช่นกัน ส่วนตัวไม่มีความกังวลเรื่องของความปลอดภัยของการใช้วัคซีน แต่การพัฒนาที่รวดเร็วอาจทำให้ข้อมูลด้านประสิทธิภาพในมนุษย์ไม่มากพอ ซึ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นน่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพการคุ้มกันโรคมากกว่าด้านความปลอดภัย

“จากข้อมูลของผู้ป่วยโควิด-19 ที่หายเป็นปกติพบว่า ปริมาณแอนติบอดีหรือภูมิต้านทานที่เพิ่มขึ้นสามารถควบคุมไวรัสในร่างกายได้ดีมาก ถ้าวัคซีนที่พัฒนาขึ้นสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ใกล้เคียงกับธรรมชาติ เชื่อว่าการฉีดวัคซีนให้ประชากรส่วนใหญ่จะสามารถควบคุมการระบาดได้”

วัคซีน, วัคซีนโควิด-19, การผลิตวัคซีน, วัคซีนในประเทศไทย, วัคซีนต้านโควิด, การผลิตวัคซีนในไทย

ประเทศไทยต้องพัฒนาวัคซีนโควิด-19

เนื่องจากการระบาดของโรค COVID-19 มีผลกระทบอย่างรุนแรงทั่วทั้งโลก โดยเฉพาะประเทศหลักที่มีโรงงานผลิตวัคซีนอย่างสหรัฐอเมริกา จีน หรือกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป หากการพัฒนาวัคซีนประสบความสำเร็จและผลิตใช้ได้จริง แน่นอนว่า ผู้ที่ได้ใช้วัคซีนเป็นลำดับแรกๆ คือประชากรภายในประเทศนั้นๆ โอกาสที่ประเทศไทยจะได้รับวัคซีนมาใช้อาจต้องใช้เวลาอีกนับปี ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพและกำลังการผลิตวัคซีนของประเทศผู้ผลิต ดั้งนั้นการวิจัยพัฒนาวัคซีนได้เองในประเทศ นับเป็น ‘การพึ่งพาตนเอง’ ที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากในยามเผชิญภาวะวิกฤติ

ขณะนี้หลายหน่วยงานในประเทศไทยได้เร่งเดินหน้าทำงานวิจัยด้านวัคซีนอย่างเต็มที่ โดยความคืบหน้าส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง Pre-clinical phase คือ การพัฒนาวัคซีนต้นแบบ ซึ่งนักวิจัยไทยมีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาวัคซีนได้ไวและแข่งขันกับนานาชาติได้ ดร.อนันต์ กล่าวและเสริมว่า แต่สิ่งที่เป็นข้อจำกัดของการพัฒนาวัคซีนในประเทศไทยคือ ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้วัคซีนถูกนำไปใช้จริงได้ เช่น โรงงานวัคซีนที่พร้อมขยายขนาดในระดับอุตสาหกรรม และห้องปฏิบัติการทดสอบวัคซีนในสัตว์ทดลองที่มีความปลอดภัยสูง (Animal Biosafety Level 3 facilities)

ดังนั้น จากสถานการณ์การระบาดใหญ่ครั้งนี้ สิ่งที่ประเทศไทยต้องเตรียมดำเนินการต่อไป เพื่อเตรียมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ในอนาคต คือการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและการสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

วัคซีน, วัคซีนโควิด-19, การผลิตวัคซีน, วัคซีนในประเทศไทย, วัคซีนต้านโควิด, การผลิตวัคซีนในไทย

ความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 ฝีมือนักวิจัยไทย

สวทช. ถือเป็นหน่วยงานที่มีนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญที่หลากหลาย โดยเฉพาะด้านการวิจัยและพัฒนาวัคซีนต่อเชื้อไวรัสโคโรนา และการสร้างระบบเซลล์ที่รองรับการขยายขนาดวัคซีนได้

ดร.อนันต์ กล่าวว่า ขณะนี้นักวิจัยของไบโอเทค สวทช. โดยกลุ่มนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ซึ่งเป็นกลุ่มแรกๆ ของโลกที่สามารถพัฒนาระบบการสร้างอนุภาคไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคท้องเสียในลูกสุกรได้ โดยระบบดังกล่าวเป็นที่ยอมรับว่าสามารถนำไปต่อยอดเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพได้จริง แต่เนื่องจากไวรัส SARS-CoV-2 เป็นไวรัสที่ถูกควบคุมเป็นพิเศษ จึงจำเป็นต้องใช้ห้องชีวนิรภัยระดับ 3 ดังนั้นหากต้องสร้างอนุภาคไวรัสในห้องปฏิบัติการ จะทำให้การพัฒนาวัคซีนที่ดำเนินการอยู่ไม่สามารถทำได้

“ดังนั้นงานวิจัยด้านวัคซีนที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้เชื้อไวรัสโดยตรง เช่น การสร้างโปรตีนสไปค์เพื่อเป็นแอนติเจน การสร้าง DNA และ RNA Vaccine และการนำ Virus Vector อย่างวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่มีการแสดงออกของแอนติเจนของไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงทดสอบความสามารถของวัคซีนในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในหนูทดลอง”

ห่างไกลโควิด-19 ด้วยการรักษาระยะห่างทางสังคม

ในช่วงเวลาที่ยังไม่มีวัคซีนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อคุ้มภัยให้กับประชาชนได้ ข้อแนะนำที่ดีที่สุดคือ การมีระยะห่างทางสังคม หรือ Social distancing
ดร.อนันต์ กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ตอนนี้คงต้องอยู่บนสมมติฐานที่ว่า ทุกคนมีสิทธิ์เป็นผู้แพร่เชื้อมาหาเราได้ เราจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างเคร่งครัด การใส่หน้ากากอนามัยมีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อจากตัวเราไปสู่คนอื่นและสิ่งแวดล้อมได้

(อ่านเพิ่มเติม: สัตว์เหล่านี้ก็เว้นระยะห่างทางสังคม เมื่อสมาชิกในฝูงแสดงอาการเจ็บป่วย)

นอกจากนี้ การล้างมือบ่อยๆ ยังมีความจำเป็น และต้องปฏิบัติเป็นประจำ เพื่อป้องกันเชื้อโรคสะสมที่มือ และถ้าเรากลายเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ขอให้ตั้งสติและเข้าใจว่า มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยสามารถหายได้เอง โดยไม่ต้องใช้ยาต้านไวรัสพิเศษใดๆ แต่ถ้ามีอาการไข้สูง หายใจติดขัด แสดงว่าอาจมีอาการปอดบวม ต้องรีบพบแพทย์ในทันที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ: สารกำจัดเชื้อไวรัสและเชื้อโรคที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ

เรื่องแนะนำ

โควิด-19 ส่งผลร้ายต่อสมองของเราอย่างไร

นักวิจัยพบว่า แม้แต่ผู้ที่มีอาการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงสามารถมีอาการที่ถึงขั้นเปลี่ยนชีวิต หรือส่งผลให้ความสามารถในการรับรู้ของสมองเสื่อมสภาพลงไปได้ ฮันนาห์ เดวิส ชาวนิวยอร์ก อายุ 32 ปี ได้รับเชื้อโควิด-19 ในช่วงเดือนมีนาคม 2020 อันเป็นช่วงแรกของการระบาด แต่อาการของเธอไม่ได้เป็นไข้หรือไอ แต่กลับเป็นการที่เธออ่านข้อความที่เพื่อนส่งมาไม่ได้ มึนงงสับสน และนอนไม่หลับ จากนั้นจึงมีภาวะปวดศีรษะฉับพลัน และมีอาการสมาธิสั้นจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การทำอาหาร หรือเดินข้ามถนนได้ เดวิสเป็นหนึ่งในผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งมีจำนวนราวร้อยละ 30 ที่มีอาการทางประสาทหรืออาการทางจิตเวช จากการประเมินของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institutes of Health) สหรัฐอเมริกา โดยปัญหาความสามารถในการรับรู้นี้สามารถเรื้อรังได้เป็นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากเริ่มได้รับเชื้อ เมื่อปี 2020 โรงพยาบาลและระบบสาธารณสุขหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาได้เปิดคลินิกผู้ป่วยที่เคยติดโรคโควิด-19 (Post-COVID clinics) เพื่อรักษาผู้ป่วยที่เคยติดเชื้อโรคโควิด-19 ที่มีอาการร้ายแรงที่แม้จะผ่านการรักษามาแล้วแต่ร่างกายยังมีผลกระทบจากการติดเชื้ออยู่ อย่างไรก็ตาม คลินิกเหล่านี้เต็มไปด้วยผู้ป่วยที่ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลแต่มีอาการต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งอาการนี้รวมไปถึงภาวะสมองล้าและปัญหาด้านการรับรู้ “เราคาดว่าผู้ที่เคยรักษาอยู่ในห้องไอซียูจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูนานมากๆ แต่ก็น่าแปลกใจอย่างยิ่งว่าผู้ที่ไม่เคยรักษาในโรงพยาบาลก็มีปัญหาอาการเหล่านี้เป็นเวลานานเช่นเดียวกันครับ” วอลเตอร์ โคโรเชตซ์ ผู้อำนวยการสถาบันความผิดปกติด้านประสาทวิทยาและหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งสถาบันสุขภาพแห่งชาติ กล่าว เขากำลังพยายามทำการศึกษาเพื่อหาคำอธิบายในทางชีววิทยาว่าเหตุใดอาหารเหล่านี้ถึงยังไม่ดีขึ้นแม้จะผ่านเวลามานานนับเดือน สิ่งที่ยังคลุมเครืออยู่ในขณะนี้คือ มีผู้คนที่สามารถหายจากอาการนี้ได้ในที่สุดเป็นจำนวนเท่าไหร่ และคนที่ยังคงมีอาการที่เกิดในระยะยาวมีมากน้อยเพียงไหน หนึ่งปีครึ่งถัดมา […]

การเกิดไฟป่า (Wildfire) และประเภทของไฟป่า

จากสถานการณ์ ไฟป่า รุนแรงที่เกิดขึ้น ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2020 ส่งผลให้เกิดความเสียหายในป่าสนเขาเป็นพื้นที่กว้าง ในการสำรวจไฟป่าครั้งนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ใช้ดาวเทียม LANDSAT-8 และ Sentinal-2B ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว โดยการเปรียบเทียบภาพถ่ายดาวเทียม Landsat-8 ก่อนเกิด ไฟป่า (18 มกราคม) และภาพถ่ายดาวเทียม Sentinel-2 ระหว่างเกิดไฟป่า (16 กุมภาพันธ์) จากนั้นเปรียบเทียบกับข้อมูลจุดความร้อน หรือ HOT SPOT จากระบบ VIIRS พบพื้นที่ที่ถูกเผาไหม้ (กรอบเส้นสีเหลือง) ประมาณ 3,700 ไร่ในป่าสนเขา กระจายทั้งทางด้านทิศตะวันตก ทิศเหนือ และ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอุทยานฯ (ทางตอนใต้ของผาเมษาและผาหมากดูก) ซึ่งเป็นรอยต่อกับพื้นที่การเกษตร ข้อมูลดังกล่าวจะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าตรวจสอบในพื้นที่จริงร่วมกับจังหวัด เพื่อนำไปสู่การวางแผนฟื้นฟู ป้องกัน และสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่ […]

พบโรคระบาดใหม่ในประเทศจีน

ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2020 ณ มณฑลเจียงซูและอันฮุย ทางตะวันออกของประเทศจีน มีการรายงานการระบาดของโรค ไวรัสเห็บ หรือ SFTS (ยังไม่มีชื่อเรียกในระดับสากล) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสชนิดหนึ่ง มีเห็บเป็นพาหะ และในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 60 คน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย โรค ไวรัสเห็บ หรือ SFTS โรค ไวรัสเห็บ คือ โรคที่เกิดจากติดเชื้อ “Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome Virus” (SFTSV) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดใหม่ในกลุ่มไวรัสบันยา (Bunyavirus) โดยไวรัส SFTS เป็นไวรัสที่มีลักษณะรูปร่างเป็นทรงกลม มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 100 นาโนเมตร เป็นไวรัสที่มีสายพันธุ์กรรมชนิดอาร์เอ็นเอ (RNA) จำนวน 3 สาย ทำหน้าที่สร้างเอนไซม์และผลิตโปรตีนชนิดต่าง ๆ เพื่อการเพิ่มจำนวนและการสืบพันธุ์ เมื่อเชื้อไวรัสเดินทางเข้าสู่ร่างกายของโฮสต์ (Host) โรค SFTS มีเห็บ (Tick) […]

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ช่วยให้เราทุกคนมีความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ วิธีการและขั้นตอนที่ใช้ดำเนินการค้นคว้าหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และจิตวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีการที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการแสวงหาความรู้ หรือหาความจริง หรือใช้ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ดังนั้นการแสวงหาความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือในทุก ๆ ศาสตร์ จะต้องอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อตอบคำถาม และเพื่อแก้ปัญหา ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์หลายท่านได้จำแนกวิธีการทางวิทยาศาสตร์ไว้แตกต่างกัน ในที่นี้ขอนำเสนอวิธีการทางวิทยาศาสตร์ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นที่ 1 ตั้งปัญหา ขั้นที่ 2 เก็บรวบรวมข้อมูล หรือข้อเท็จจริง ขั้นที่ 3 สร้างสมมติฐาน ขั้นที่ 4 ทดลองพิสูจน์ และขั้นที่ 5 สรุปผล กระบวนการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในโลกยุคใหม่ จะต้องสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติจริง สัมผัสจริง มีกระบวนการสำรวจ ทดลอง ตรวจสอบด้วยเครื่องมือ แลกเปลี่ยนความเห็น ทำงานร่วมกัน มีความรับผิดชอบ กล้าคิด กล้าแสดงออก […]