เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับวิถีชีวิตปกติใหม่

เทคโนโลยีทางการแพทย์ หลังการระบาดของโควิด-19

การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อให้สอดคล้องกับการระบาดใหญ่ และวิถีชีวิตแบบปกติใหม่

โรงพยาบาลเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่ต้องเร่งปรับตัว และปรับปรุงแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับการระบาดของโรคอุบัติใหม่ อย่างโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาด โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนต่างพยายามนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาให้บริการแก่ผู้ป่วย รวมทั้งการร่วมกันถอดบทเรียนเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในเวลาเดียวกัน จนเกิดเป็น เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตปกติใหม่ หรือ New Normal เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่มารับบริการของโรงพยาบาล

จากการระบาดครั้งใหญ่ เรื่องสำคัญที่สุดที่ทุกโรงพยาบาลควรคำนึงถึงและปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน คือเรื่องความปลอดภัยของผู้มารับบริการ ดังนั้นจึงเกิดการปรับแผนการทำงาน รวมไปถึงการปรับแผนการดำเนินธุรกิจ โดยยึดหลักเรื่องความปลอดภัยให้สูงขึ้น หลายโรงพยาบาลได้ปรับใช้เทคโนโลยีให้เข้ามามีบทบาทในแผนการดำเนินงานมากขึ้น เช่น โรงพยาบาลพรินซ์สุวรรณภูมิ เขตบางนา โรงพยาบาลเอกชนที่คิดค้นบริการใหม่ขึ้นมา 3 รูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal และการระบาดของโรคโควิด-19 ได้แก่

เทคโนโลยีทางการแพทย์, โควิด-19, โรคอุบัติใหม่, วิทยาการทางการแพทย์, new normal

1. Tele-medicine คือบริการให้คำปรึกษาและรักษาผู้ป่วยระยะไกล โดยผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมาที่โรงพยาบาล เป็นการโทรศัพท์ในระบบวิดีโอผ่านแอปพลิเคชั่น LINE โดยให้แพทย์และคนไข้สามารถตรวจสอบอาการได้เบื้องต้น พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านการปฏิบัติตัวเบื้องต้น จุดประสงค์ของบริการนี้เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้ป่วยที่มีประวัติกับโรงพยาบาลไม่ต้องมาโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น แต่แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคผ่านการให้บริการ Tele-medicine ได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

เทคโนโลยีทางการแพทย์, โควิด-19, โรคอุบัติใหม่, วิทยาการทางการแพทย์, new normal

2. Drive-thru ตรวจโควิด-19 โดยตั้งจุดบริการไว้ด้านนอกตัวอาคาร เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อในพื้นที่โรงพยาบาล และสามารถส่งผลตรวจให้กับผู้มารับบริการผ่านทางอีเมล โทรศัพท์ หรือแอปพิลเคชั่นที่ลงทะเบียนไว้ได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยที่รับการรักษาต่อเนื่องกับโรงพยาบาล ยังสามารถรับยาได้ง่าย ๆ ผ่านบริการ Drive-thru เพียงแจ้งวันเวลาที่จะเข้ามารับยา แล้วรอรับยาที่รถได้เลย

3. Dr. Prince at Home เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจไม่สะดวกมารับบริการที่โรงพยาบาล ทีมเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทีมที่ทำงานนอกสถานที่ไว้บริการ เปรียบเสมือนพาโรงพยาบาลไปหาผู้ป่วยที่บ้าน เช่น ในกรณีผู้ป่วยที่ต้องทำกายภาพบำบัด โรงพยาบาลจะจัดนักกายภาพบำบัดไปให้บริการผู้ป่วยถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่อง หรือผู้ป่วยที่ต้องล้างแผลและทำแผลเป็นประจำ ก็จะมีพยาบาลไปให้บริการเช่นกัน หรือกิจกรรมการรักษาอื่นๆ ที่สามารถทำที่บ้านได้ ทางโรงพยาบาลก็จะจัดหน่วยไปให้บริการที่บ้านมากที่สุด

เทคโนโลยีทางการแพทย์, โควิด-19, โรคอุบัติใหม่, วิทยาการทางการแพทย์, new normal

นอกจากนี้ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิยังติดตั้งระบบหุ่นยนต์ เพื่อลดการสัมผัสระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้มารับบริการ โดยหุ่นยนต์จะนำทางผู้มารับบริการไปตามห้องตรวจที่ตั้งโปรแกรมไว้ และปรับใช้แพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น เช่น การซื้อโปรแกรมตรวจสุขภาพผ่านแอปพลิเคชั่นออนไลน์ยอดนิยมอย่าง ลาซาดา (Lazada)

เทคโนโลยีทางการแพทย์ไม่เพียงช่วยให้การบริการมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น แต่ยังเป็นการยกระดับบริการทางการแพทย์ให้มีคุณภาพสูงขึ้นด้วย ความสำคัญของการรักษาพยาบาล คือเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตมนุษย์ เพราะฉะนั้น หัวใจสำคัญที่สุดของโรงพยาบาลจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก การพัฒนาบุคลากรให้มีความเท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงเป็นหนึ่งในนโยบายที่หลาย ๆ โรงพยาบาลต่างเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น

หนึ่งในการประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล คือการใช้ระบบบันทึกทางการแพทย์แบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Electronics Medical Record (EMR) กรณีที่เห็นได้ชัดเจน เช่น การเปลี่ยนแฟ้มประวัติผู้ป่วยในรูปแบบกระดาษเป็นข้อมูลในระบบดิจิทัล และเก็บไว้ในคลังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของโรงพยาบาล ซึ่งในแฟ้มประวัติผู้ป่วยจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลทุกอย่างของผู้ป่วย ตั้งแต่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในวันแรกจนถึงปัจจุบัน พร้อมข้อมูลอ้างอิงต่าง ๆ ในแฟ้มประวัติผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาอย่างไร เคยมารักษาที่โรงพยาบาลด้วยโรคอะไรบ้าง เคยมีประวัติผ่าตัดหรือไม่ เป็นต้น

ในประเทศไทย โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ 1 ได้รับการรับรองมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศโรงพยาบาล EMRAM Stage 7 ซึ่งถือเป็นขั้นสูงสุดในมาตรฐาน EMRAM (Electronic Medical Record Adoption Model) ของ HIMSS Analytics โดยเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับที่ 7 ซึ่งระบบนี้สามารถช่วยลดความผิดพลาดในการรักษาพยาบาลอันเกิดจากความผิดพลาดของตัวบุคคล (Human errors) เช่น การจ่ายยา การวินิจฉัย และการอ่านประวัติการรักษาของผู้ป่วยย้อนหลัง

สำหรับ HIMSS (Healthcare Information and Management Systems Society) เป็นองค์กรที่คิดมาตรฐานรับรองระบบการทำงานที่เน้นในเรื่องของการทำให้ผู้,kรับบริการในโรงพยาบาลมีสุขภาพที่ดีขึ้น ด้วยการใช้ระบบข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะกำหนดระเบียบวิธี และขั้นตอนในเรื่องการนำระบบไอทีมาใช้ในโรงพยาบาล เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่ทาง HIMSS Analytics กำหนดไว้

ในอนาคตเทคโนโลยีทางการแพทย์กำลังมุ่งเน้นไปที่การศึกษาเรื่องชีวโมเมกุล หรือสารพันธุกรรม การวิจัยศึกษาเรื่องเหล่านี้สามารถคาดการณ์โรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่มารับบริการได้ เช่น การตรวจหาโอกาสเกิดโรคมะเร็งจากสารพันธุกรรม เพื่อให้แพทย์นำข้อมูลเหล่านี้ไปแนะนำการดูแลตัวเองให้กับผู้มารับบริการ ซึ่งเป็นวิธีการป้องกันโรคตั้งแต่ต้นเหตุ และผู้รับบริการก็จะได้นำข้อมูลเหล่านั้นไปปรับรูปแบบการใช้ชีวิต เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในอนาคต บทเรียนที่เราได้เรียนรู้ร่วมกันจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรนาครั้งนี้ ทำให้เกิดแนวทางปฏิบัติทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ภาพถ่าย : เอกรัตน์ ปัญญะธารา


ขอขอบคุณ
คุณธานี มณีนุตร์
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านงานพัฒนาธุรกิจบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน)


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ผลกระทบของโควิด-19 ต่อสิ่งแวดล้อม

เรื่องแนะนำ

ไขความลับเบื้องหลังปีกอันทรงพลังของเทอโรซอร์

ไขความลับเบื้องหลังปีกอันทรงพลังของ เทอโรซอร์ เทอโรซอร์ ประสบความสำเร็จในการบินแบบกระพือปีกหลายสิบล้านปีก่อนนกหรือค้างคาวเสียอีก สัตว์เลื้อยคลานมีปีกเหล่านี้เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังพวกแรกๆ และเป็นสัตว์ขนาดใหญ่สุดที่เคยบิน เนื่องจากพวกมันมีรยางค์ที่แข็งแรงสำหรับการบินขึ้น มีโครงกระดูกที่เบามากและปีกที่ผ่านการปรับเปลี่ยนผ่านวิวัฒนาการมาโดยเฉพาะ ลองชมอินโฟกราฟฟิกที่จัดทำขึ้นนี้ ด้วยกระดูกที่วิวัฒนาการมาเป็นพิเศษตลอดจนถุงลม กล้ามเนื้อและเส้นใย คุณผู้อ่านจะเข้าใจได้ว่าเหตุใดมันจึงกลายมาเป็นราชาผู้ครองท้องฟ้าในโลกยุคโบราณ สามารถชมภาพแบบขยายขนาดได้ ที่นี่   อ่านเพิ่มเติม : ไดโนเสาร์มีขนพันธุ์ใหม่ มีสี่ปีกแต่บินไม่ได้, เทอโรซอร์ยักษ์ใหญ่ครองเวหา

ทำไมเราจึงหลงใหลดาวอังคารได้ถึงเพียงนี้

ดาวอังคาร ดาวเคราะห์แดงฝุ่นคลุ้งดวงนี้ดึงดูดเรามาหลายศตวรรษแล้ว แม้ขณะที่เราเรียนรู้มากขึ้น ความลึกลับของมันยิ่งพาให้เราลุ้นระทึก คืนอบอุ่นกลางเดือนตุลาคม ฉันขับรถวนไปตามทางขึ้นหอดูดาวแมกคอร์มิกของมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ในภารกิจไขความลี้ลับที่ค้างคาใจมานานว่า ทำไมชาวโลกจึงหมกมุ่นกับ ดาวอังคาร ได้ขนาดนี้ โดมหอดูดาวบนยอดเขาเปิดอยู่ เห็นเป็นเสี้ยวสีอำพันในความมืดของฤดูใบไม้ร่วง ภายในโดมมีกล้องโทรทรรศน์ที่จะช่วยให้ฉันเห็นดาวอังคารอย่างที่ปรากฏแก่ผู้สังเกตเมื่อกว่าหนึ่งศตวรรษมาแล้ว ครั้งที่นักดาราศาสตร์ ผู้กระตือรือร้นใช้กล้องนี้เมื่อปี 1877 เพื่อยืนยันการค้นพบดวงจันทร์จิ๋วสองดวงของดาวอังคาร ได้แก่ โฟบอส และดีมอส คืนนี้นักดาราศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เอ็ด เมอร์ฟี ขึ้นมาที่หอดูดาวเป็นกรณีพิเศษ เพราะหอดูดาว ปิดเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 จังหวะการโคจรของดาวเคราะห์ต่างๆ ทำให้ขณะนี้ดาวอังคารอยู่ในตำแหน่ง ที่ใหญ่และสว่างที่สุดบนท้องฟ้า และเมอร์ฟีก็คำนวณแล้วว่า ช่วงนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับดู ดาวอังคาร จากตอนกลางของรัฐเวอร์จิเนีย ที่ซึ่งอากาศปั่นป่วนสามารถทำให้การสังเกตท้องฟ้ายามค่ำคืนเป็นเรื่องยุ่งยาก เขาปีนบันไดขึ้นไปยังฐานสังเกตการณ์ซึ่งเป็นนั่งร้านไม้สร้างมาตั้งแต่ปี 1885 เขาหมุนกล้องโทรทรรศน์ยักษ์ไปหาจุดสีส้มสว่างแจ่มจ้า ปรับปุ่มหมุนเพื่อดึงภาพดาวเคราะห์ให้ชัด “รอหลายอึดใจหน่อยนะครับ รอช่วงบรรยากาศนิ่ง แล้วคุณจะเห็นดาวอังคารที่คมชัดจริงๆ… ก่อนที่มันจะมัวลงอีก” เมอร์ฟีพูดผ่านหน้ากากอนามัยลายอวกาศ เราสลับที่กัน เมื่อมองจากกล้องโทรทรรศน์ ดาวอังคารเป็นลูกกลมสีชมพูหัวกลับที่เดี๋ยวชัดเดี๋ยวไม่ชัด ฉันร่างภาพมืดๆ ของดาวอังคารอย่างไม่สู้จะเต็มใจนักในช่วงไม่กี่อึดใจที่ภาพคมชัด พยายามอย่างที่สุดที่จะสวมวิญญาณนักวิชาการในสมัยศตวรรษที่ 19 ผู้เคยทำแผนที่ภูมิทัศน์ของดาวดวงนี้ บางคนถึงกับปักใจเชื่อว่า ภาพต่างพิภพนั้นประทับไว้ด้วยเครื่องหมายบ่งบอกถึงอารยธรรมล้ำยุค ทุกวันนี้เรารู้ว่า ไม่มีร่องรอยหรือเส้นสายของงานวิศวกรรมมหึมาทาบทับกันไปมาบนพื้นผิวสีชาดของ […]

ชุดตรวจโรคโควิด-19 ผลงานโดยนักวิจัยชาวไทย

สวทช. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากตัวอย่างแบบง่าย และ ชุดตรวจโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว ลดการนำเข้าหากมีการระบาดของโควิด -19 ระยะ 2 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล พัฒนาวิธีสกัดอาร์เอ็นเอ (RNA) ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) จากตัวอย่างแบบง่าย และ ชุดตรวจโรคโควิด-19 ด้วยเทคนิคแลมป์เปลี่ยนสีในขั้นตอนเดียว เพื่อประหยัดงบประมาณและลดการนำเข้าชุดสกัดอาร์เอ็นเอ และชุดตรวจจากต่างประเทศ สวทช. เป็นหน่วยงานวิจัยและพัฒนาที่ให้ความสำคัญในการนำผลงานวิจัยและเทคโนโลยีไปใช้ในการช่วยเหลือประเทศชาติ ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีมนักวิจัย สวทช. ได้คิดค้นและวิจัยนวัตกรรมเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้น โดยนำองค์ความรู้ในเทคโนโลยีสาขาต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ และทำงานแข่งกับเวลา ที่ผ่านมา สวทช, สนับสนุนการทำงานของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งเรื่องการตรวจยืนยัน ตรวจติดตาม และประเมินความเสี่ยง เช่น แอปพลิเคชัน DDC-Care เพื่อติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งกรมควบคุมโรคได้นำไปใช้ในพื้นที่จริง และช่วยแบ่งเบาภาระให้กับบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี นอกนากนี้ สวทช. ยังพัฒนาแอปพลิเคชัน […]

ฮีตสโตรก : อาการและวิธีการดูแลรักษาเบื้องต้น

อาการ ฮีตสโตรก ความเจ็บป่วยที่มาพร้อมกับอากาศร้อน โดยบางครั้งเราไม่อาจทันตั้งตัว   ฮีตสโตรก (Heat stroke) หรือโรคลมแดด เป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ อันเป็นผลมาจากร่างกายได้รับความร้อนสูง ฮีตสโตรกอาจสร้างความเสียหายแก่สมองรวมถึงอวัยวะภายในอื่นๆ และอาจส่งผลถึงชีวิตได้ แม้ว่าส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงต่อการเกิดฮีตสโตรกมากกว่าวัยอื่น แต่ฮีตสโตรกยังสามารถเกิดกับคนอายุน้อยที่สุขภาพแข็งแรงได้ อาการฮีตโสตรกมักเกิดขึ้นร่วมกับอาการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสอากาศร้อน เช่น การเกิดตะคริวจากอากาศร้อน หรือเป็นลมจากการอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ร่างกายอาจเกิดอาการฮีตสโตรกได้ แม้ว่าไม่มีสัญญาณทางร่างกายใดๆ บ่งบอกล่วงหน้า อาการฮีตสโตรกเกิดจากการใช้เวลาท่ามกลางอากาศร้อนเป็นเวลานาน โดยทั่วไปมักมีภาวะร่างกายเสียน้ำร่วมด้วย ซึ่งส่งผลให้ศูนย์การควบคุมอุณหภูมิของร่างกายล้มเหลว ในทางการแพทย์จำกัดความอาการฮีตสโตรกไว้ว่า ภาวะที่อุณหภูมิแกนกลางของร่างกายมีค่าสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบประสาทส่วนกลาง มักเกิดขึ้นหลังจากร่างกายได้รับอุณหภูมิสูง อาการที่ปรากฏส่วนใหญ่คือ รู้สึกคลื่นไส้ ชักเกร็ง เวียนหัว ตาพร่า และบางรายอาจหมดสติและโคมา การดูแลรักษาเบื้องต้นสำหรับผู้มีอาการฮีตสโตรก หากคุณอยู่ในเหตุการณ์ที่ผู้ป่วยมีอาการฮีตสโตรก ควรโทรแจ้งโรงพยาบาล หรือหน่วยกู้ชีพทันที ในระหว่างรอเจ้าหน้าที่มาถึง ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท หรือมีอากาศเย็น และอยู่ภายใต้ร่มเงา วิธีที่ช่วยลดอุณภูมิร่างกายผู้ป่วย – เช็ดตัวหรือทำให้ตัวผู้ป่วยเปียกด้วยน้ำ และเปิดพัดลมเพื่อช่วยระบายความร้อนออกทางผิวหนัง – ประคบด้วยน้ำแข็งในบริเวณข้อต่อหรือข้อพับต่างๆ และบริเวณลำคอ […]