ชมความอลังการของ ถ้ำคริสทัล ที่ต้องเสี่ยงด้วยชีวิต - National Geographic

อลังการถ้ำคริสทัล

อลังการถ้ำคริสทัล

ในร้านเหล้าที่แทบจะร้างผู้คนในเมืองทะเลทรายอันมืดมิด ชายขี้เมาร่างเตี้ยกำลังกล่อมลูกค้าให้ควักกระเป๋าซื้อสินค้า บนโต๊ะบิลเลียดข้างๆ เขา มีก้อนหินขนาดไล่เลี่ยกับถาดใบโตวางอยู่ คริสทัลสีม่วงและสีขาวที่ดูบอบบางราวกับเศษแก้วสิบกว่าแท่งโผล่ขึ้นมาจากหินก้อนนั้น ชายขี้เมาป่าวร้องว่า “300 เหรียญเอาไปเลย ไม่สนเหรอ งั้นร้อยเดียวขาดตัว ถูกเหมือนได้เปล่าเลยนะเพ่”

พื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของเม็กซิโก ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองชิวาวาราวหนึ่งชั่วโมงทางรถยนต์แห่งนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องคริสทัล อีกทั้งค่าแรงน้อยนิดที่ชาวบ้านครึ่งค่อนเมืองได้รับจากเหมืองตะกั่วและเหมืองเงินในท้องถิ่นก็เป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดตลาดมืดขึ้น “สามสิบสนไหมเพ่” เขายื่นหน้ามาใกล้ๆ “งั้นสิบเหรียญเอ้า” ผมนึกถึงภาษิตที่ว่า อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา ขึ้นมาตงิดๆ หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ผมยังคืบคลานอยู่ในถ้ำที่อยู่ลึกลงไปใต้ร้านเหล้า ท่ามกลางดงคริสทัลที่พูดได้ว่าใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งมีทั้งแท่งที่ใหญ่และหนา บางแท่งยาวกว่า 10 เมตรและมีอายุเก่าแก่ร่วมครึ่งล้านปี อีกทั้งใสแจ๋วและเรืองรองจนดูเหมือนมาจากนอกโลก พวกมันทำให้แท่งคริสทัลบนโต๊ะบิลเลียดกลายเป็นที่ทับกระดาษที่ดูดาดๆ ไปเลย

ถ้ำคริสทัล
นักสำรวจถ้ำในเม็กซิโกต้องเผชิญสภาพการณ์อันเลวร้าย กว่าจะได้ยลความยาวอันตระการตาของถ้ำคริสทัล

คงไม่มีอะไรเทียบได้กับคริสทัลขนาดมหึมาที่พบในถ้ำกูเอบาเดโลสกริสตาเลส หรือถ้ำแห่งคริสทัล (Cave of Crystals) อีกแล้ว ถ้ำหินปูนและคริสทัลที่ทอประกายระยิบระยับแห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 2000 โดยพี่น้องคู่หนึ่งที่ขุดเจาะลึกลงไปใต้ดินเกือบ 300 เมตรในเหมืองไนย์กาที่จัดว่ารุ่มรวยที่สุดแห่งหนึ่งของเม็กซิโก แต่ละปีที่นี่ผลิตแร่ตะกั่วและเงินได้เป็นตันๆ ทั้งคู่ประหลาดใจกับสิ่งที่ค้นพบ แต่ก็ใช่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกระบวนการทางธรณีวิทยาที่สร้างตะกั่วและเงินก็สรรค์สร้างคริสทัลได้เช่นกัน และที่เหมืองไนย์กานี้คนงานเคยขุดพบโพรงถ้ำคริสทัลอันน่าตื่นตามาแล้วหลายแห่ง แม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่าถ้ำแห่งคริสทัลมากก็ตาม เมื่อข่าวการค้นพบคริสทัลยักษ์แพร่สะพัดออกไป นักวิทยาศาสตร์พากันตั้งคำถามว่า พวกมันมีขนาดใหญ่โตถึงเพียงนี้ได้อย่างไร

เรานั่งรถตู้ลงไปตามทางที่คดเคี้ยวของปล่องเหมืองเป็นเวลา 20 นาทีจึงถึงทางเข้าถ้ำ อุณหภูมิภายในถ้ำและเหมืองส่วนใหญ่มักเย็นเยียบและคงที่ แต่ที่เหมืองไนย์กายิ่งลึกกลับยิ่งร้อน เนื่องจากที่นี่ตั้งอยู่เหนือบริเวณที่มีการแทรกซอนของหินหนืด (magma) ซึ่งอยู่ลึกลงไปจากผิวดินราว 1.5 กิโลเมตร อุณหภูมิภายในถ้ำสูงถึง 44 องศาเซลเซียส ขณะที่ความชื้นอยู่ที่ร้อยละ 90 ถึง 100 ร้อนพอที่จะทำให้เป็นลมได้ทุกครั้งไป ครั้นพอถึงปากทางเข้าถ้ำ เนื้อตัวพวกเราก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ การเตรียมตัวเข้าถ้ำช่างเหมือนกับการเตรียมตัวออกไปเดินในอวกาศไม่มีผิด ผมสวมเสื้อกั๊กที่มีแผ่นประคบเย็นขนาดเท่าฝ่ามือสิบกว่าแผ่นเย็บติดไว้ในกระเป๋าเสื้อทั่วทั้งหน้าอกและแผ่นหลัง แล้วสวมเสื้อกั๊กทับอีกตัวเพื่อเป็นฉนวนกันความร้อนให้แผ่นประคบเย็น ก่อนจะทับด้วยชุดสำรวจถ้ำสีส้มแปร๊ดไว้บนสุด นอกจากนี้ ยังมีหมวกนิรภัย ไฟฉายคาดศีรษะ หน้ากากกันก๊าซพิษที่จะเป่าลมเย็นจากน้ำแข็งเข้ามา ตามด้วยถุงมือและ
รองเท้าบู๊ต

ถ้ำคริสทัล
เต็นท์ติดเครื่องปรับอากาศที่อยู่ถัดจากสถานีของโจวีเนช่วยบรรเทาความร้อนให้นักสำรวจได้
ถ้ำคริสทัล
ทีมสำรวจลาเวนตาของอิตาลี ตรวจวัดสัญญาณชีพของทีมงานหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งส่วนใหญ่กินเวลาไม่เกิน 20 นาทีในแต่ละเที่ยว

แม้นักสำรวจถ้ำจะห่อหุ้มร่างกายด้วยเครื่องป้องกันทั้งหมดที่ว่ามา แต่ความร้อนก็อาจทำให้ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงและเป็นอันตรายได้ ส่วนใหญ่แล้วการสำรวจถ้ำแต่ละครั้งจะกินเวลาไม่เกิน 20 นาที ในครั้งนี้เรามีโจวันนี บาดีโน นักฟิสิกส์จากทีมสำรวจลาเวนตา (La Venta) ของอิตาลี เป็นผู้นำทางแท่งคริสทัลเรืองแสงเหล่านี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร บางแท่งหนาถึงหนึ่งเมตร บนพื้นและผนังถ้ำมีกลุ่มคริสทัลขนาดย่อมลงมาที่คมเหมือนใบมีดและโปร่งใสไร้ที่ติ บาดีโนเดินอย่างระมัดระวังเพราะกลัวจะไปทำความเสียหายแก่คริสทัล ซึ่งเกิดจากเซเลไนต์ (selenite) หรือแร่ยิปซัมรูปแบบหนึ่งที่มีลักษณะโปร่งใสและอ่อนนุ่ม ขูดขีดเป็นรอยได้ง่ายหากโดนส้นรองเท้าหรือแม้แต่เล็บมือ

โครงสร้างของคริสทัลมีความเป็นระเบียบมาก โมเลกุลเหล่านี้เรียงตัวกันเป็นชั้นๆตามกฎเหล็กของธรรมชาติ แต่คริสทัลก็สะท้อนสภาพแวดล้อมของพวกมันด้วย ควนมานูเอล การ์เซีย-รูอิซ นักผลิกศาสตร์ (crystallographer) ชาวสเปน เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญคนแรกๆที่ศึกษาคริสทัลที่ไนย์กามาตั้งแต่ปี 2001 การ์เซียและเพื่อนร่วมงานปะติดปะต่อเรื่องราวการเติบโตของคริสทัลจากการตรวจสอบฟองของเหลวที่เก็บกักอยู่ในผลึก จนได้ข้อสรุปว่าน้ำบาดาลที่เจือแคลเซียมซัลเฟตซึมผ่านถ้ำหลายแห่งที่ไนย์กาเป็นเวลาหลายแสนปี โดยได้รับความร้อนจากหินหนืดที่อยู่ข้างใต้ เมื่อหินหนืดเย็นตัวลง อุณหภูมิของน้ำภายในถ้ำค่อยๆลดลงจนคงที่อยู่ที่ประมาณ 58 องศาเซลเซียส ที่อุณหภูมิระดับนี้แร่ธาตุในน้ำจะเริ่มแปรสภาพเป็นเซเลไนต์ โดยโมเลกุลจะเรียงตัวกันเหมือนอิฐก้อนเล็กๆก่อร่างขึ้นเป็นคริสทัล

 

เรื่องแนะนำ

ความรัก ความตาย และชีวิตใหม่

เรื่องและภาพ มนูญ พงศ์พันธุ์พัฒน์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เทศกาลของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นอกจากวันคริสต์มาสที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังมีอีกเทศกาลที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นคือ “สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์” ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี  เทศกาลดังกล่าวเป็นการระลึกถึงการรับทรมาน สิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพของพระเยซู เพื่อระลึกถึงความรักขั้นสูงสุดของพระองค์ในการเสียสละชีวิตตนเองเพื่อผู้อื่น รักและอภัยให้ศัตรูที่จับพระองค์ไปตรึงกางเขน  คริสตชนจะเตรียมตัวก่อนถึงสัปดาห์นี้ด้วยการถือศีล อดออม และอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน เงินที่ได้จากการอดออมและอดอาหารจะนำไปบริจาค สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์เริ่มต้นจาก “วันอาทิตย์แห่ใบลาน” พิธีกรรมซึ่งจำลองเหตุการณ์สมัยคริสตกาลที่ชาวยิวนำใบลาน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับกษัตริย์ มาแห่ต้อนรับเมื่อพระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม  สามวันถัดมาเป็น “วันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์” มีพิธีรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งการเป็นสงฆ์ของบาทหลวง พิธีเสกน้ำมันศักดิ์สิทธิ์เพื่อไว้ใช้ในพิธีต่าง ๆ พิธีระลึกถึงความรักของพระเยซูในคืนที่พระองค์ถูกจับไปทรมาน  และ“วันศุกร์ศักดิ์สิทธิ์” อันเป็นวันถือศีล อดออม และอดอาหารวันสุดท้าย  ส่วนวันสำคัญที่สุดคือ “วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์” เพราะเป็นวันที่พระเยซูกลับคืนชีพจากความตาย จะเริ่มด้วยพิธีเสกไฟและเทียนปัสกา สัญลักษณ์ของการกลับคืนชีพและหมายถึงพระเยซูผู้เป็นแสงสว่างในชีวิต  หลังจากนั้นจะเป็นพิธีเสกน้ำล้างบาป เพื่อใช้ในพิธีล้างบาปให้กับคริสตชนใหม่ และวันสุดท้าย “วันอาทิตย์ปัสกา” (Easter) เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง มีการนำไข่ต้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ถึงการฟื้นคืนชีพของพระเยซูและการเกิดใหม่ในพระเจ้าของมนุษย์ทุกคน มาตกแต่งทาสีและมอบให้กัน […]

ชมปกเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตลอด 130 ปีที่ผ่านมา

ชมปกเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ตลอด 130 ปีที่ผ่านมา ถึงตลอด 130 ปีที่ผ่านมา หน้าตาปกของนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามเนื้อหาด้านในของเรายังคงมุ่งมั่นที่จะออกสำรวจโลกในหลากหลายแง่มุมมาให้คุณผู้อ่าน ชมวิวัฒนาการของปกนิตยสารตลอด 130 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เล่มแรกจนถึงเล่มปัจจุบัน ว่าแต่มีปกใดบ้างที่คุณผู้อ่านชื่นชอบหรือจดจำได้เป็นพิเศษ?   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายจากสารคดีเรื่องนกฮัมมิงเบิร์ดที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก, ครบรอบ 16 ปี เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย มีปกไหนโดนใจบ้าง

จากกรงสู่ป่าจำลอง

เรื่องและภาพ กฤตนันท์  ตันตราภรณ์ (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) เมื่อ “แก้ว” หมีควายที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งเลี้ยงไว้เกิดทำร้ายชาวบ้าน จนเกิดกระแสการตั้งคำถามเกี่ยวกับการกักขังและการปล่อยหมีคืนสู่ป่า จนเป็นที่มาของการเดินทางสู่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง ซึ่งเป็นสถานอนุบาลหมีแห่งใหญ่ที่สุดของประเทศที่รับหมีของกลางที่ถูกช่วยเหลือจากกลุ่มลักลอบค้าสัตว์ป่า หมีที่ถูกเลี้ยงหรือถูกทำร้าย ก่อนจะฟื้นฟูเพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ  แต่การปล่อยหมีที่ถูกเลี้ยงไว้จนมีนิสัยพึ่งพามนุษย์จนเคยชินเช่นนี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่าย  เนื่องจากหมีหลายตัวจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าแห่งนี้ไปจนตลอดชีวิต  สถานีฯ จึงทำกรงป่าจำลองขนาดใหญ่เพื่อให้พวกมันได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  ในขณะเดียวกัน สำหรับหมีที่มีอายุเหมาะสม ก็มีโครงการฝึกฝนและเตรียมตัวให้พวกมันได้กลับไปใช้ชีวิตในป่าต่อไป  

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.