24 ภาพถ่ายน่าทึ่งของ รูปสายรุ้ง จากทั่วทุกมุมโลก - National Geographic Thailand

24 ภาพถ่ายน่าทึ่งของสายรุ้งจากทั่วทุกมุมโลก

เป็นช่วงเวลากว่าหลายพันปีที่สายรุ้งสร้างความประหลาดใจให้กับมนุษย์ ทาง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก จึงรวบรวมภาพถ่าย รูปสายรุ้ง อันน่าทึ่งทั้งหมด 24 ภาพจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ผู้อ่านรับชมกันภายในบทความนี้

จากเรื่องราวในเทพนิยายกรีก คนสมัยก่อนเชื่อว่าสายรุ้งเปรียบเสมือนเส้นแสงโค้งที่เป็นตัวกลางระหว่างเทพเจ้าเบื้องบนและเหล่ามนุษย์บนโลก ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ปรากฏการณ์มหัศจรรย์นี้สามารถอธิบายได้โดยหลักวิทยาศาสตร์ กล่าวคือ การสะท้อน การหักเห และการกระจายตัว โดยแสงสีขาวที่เล็ดลอดออกมาจากดวงอาทิตย์ จะส่องผ่านหยดน้ำที่ลอยอยู่บนอากาศ ซึ่งสะท้อนและกระจายออกเหมือนปริซึมจำนวนนับไม่ถ้วน จากนั้นเมื่อแสงอาทิตย์กระทบกับพื้นผิวของหยดน้ำในมุมที่เหมาะสม ลำแสงจะหักเหและ “โค้ง” หรือเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายคือ “รุ้งกินน้ำ” รูปสายรุ้ง

เหล่านี้คือ รูปสายรุ้ง จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก บางทีรูปเหล่านี้อาจเป็นแรงบันดาลใจให้คุณวางแผนการเดินทางด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าตอนนี้จะรู้แล้วก็ตามว่าคุณไม่สามารถใช้สายรุ้งเพื่อเดินทางเหมือนตำนานเก่าแก่ที่เล่าขานต่อๆ กันมา

น้ำตกวิกตอเรีย, ประเทศซิมบับเว 

สายรุ้ง
โดยปกติแล้ว การกำเนิดของสายรุ้งจะต้องพึ่งการรวมตัวของแสงอาทิตย์และฝนเล็กน้อย แต่ละอองน้ำจากน้ำตกก็สามารถแทนที่น้ำฝนเหล่านั้นได้ดีเช่นเดียวกัน อย่างที่น้ำตกวิกตอเรีย ในประเทศซับบับเว ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก PHOTOGRAPH BY BEVERLY JOUBERT, NAT GEO IMAGE COLLECTION

อุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน, รัฐแอริโซน่า 

สายรุ้ง
สายรุ้งส่วนใหญ่มักจะปรากฏในลักษณะครึ่งวงกลม แต่หากมองจากด้านบน จะสามารถทำให้มองเห็นได้เต็มวงกลม สายรุ้งนี้ทอดยาวไปถึงทางเหนือของอุทยานแห่งชาติแกรนด์แคนยอน รัฐแอริโซนา PHOTOGRAPH BY BILL HATCHER, NAT GEO IMAGE COLLECTION

แม่น้ำอีกวาซู, ประเทศบราซิล

สายรุ้ง
ม่านหมอกที่อยู่เหนือน้ำตาอันยิ่งใหญ่ เป็นฉากสมบูรณ์แบบสำหรับนักล่าสายรุ้งที่แสดงไว้ในภาพถ่ายน่าขนลุกของน้ำตก Iguazu ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีขนาดกว้างกว่าน้ำตกไนแองการ่าในอเมริกาเหนือถึงสามเท่า ประกอบไปด้วยน้ำตกขนาดเล็กกว่า 275 แห่ง PHOTOGRAPH BY ALEX SABERI, NAT GEO IMAGE COLLECTION

บาร์เซโลนา, ประเทศสเปน

สายรุ้ง
โดยทั่วไป ฤดูร้อนและช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมองเห็นสายรุ้ง PHOTOGRAPH BY PHOTOSIL, ALAMY STOCK PHOTO

SØR-TRØNDELAG, ประเทศนอร์เวย์

สายรุ้ง
หนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่างวัวมักส์ ยืนอยู่บนเนินเขา Sor-Trondelag ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะในประเทศนอร์เวย์ ขณะที่ด้านหลังเป็นเศษสายรุ้งบางส่วนที่ส่องประกายกับแสงสะท้อนของหิมะ PHOTOGRAPH BY ERLEND HAARBERG, NAT GEO IMAGE COLLECTION

PUDDLE VALLEY HIGHWAY, รัฐยูทาห์ 

สายรุ้ง
สายรุ้งคู่เกิดขึ้นจากแสงสะท้อนกันสองครั้งภายในหยดน้ำของชั้นบรรยากาศ ทำให้เกิดการสะท้อนในสองมุมที่แตกต่างกันในมุมที่แตกต่างกัน หมายถึงรุ้งด้านนอกจะจางลงและกลับด้าน ในภาพนี้ เส้นโค้งทั้งสองชนกับท้องฟ้าที่มืดครึ้มเหนือพื้นดินที่แห้งแล้งบนทางหลวง Puddle Valley ของรัฐยูทาห์ PHOTOGRAPH BY DIANE COOK & LEN JENSHEL, NAT GEO IMAGES COLLECTION

อุทยานแห่งชาติ FOROLLHOGNA, ประเทศนอร์เวย์

สายรุ้ง
ในอุทยานแห่งชาติ Forollhogna ในประเทศนอร์เวย์ หิมะ น้ำแข็ง หมอกและยอดเขาที่อยู่ห่างไกล ทำให้เกิดวิวสวยงาม โดยแสงก็สีสายรุ้งทำให้ภาพนี้มีความลึกลับมากขึ้นกว่าเดิม PHOTOGRAPH BY ORSOLYA HAARBERG, NAT GEO IMAGE COLLECTION

โฮโนลูลู, รัฐฮาวาย

สายรุ้ง
บนชายหาดในโฮโนลูลู ผู้คนพยายามเก็บภาพสายรุ้งที่ตัดผ่านเมฆพายุ เนื่องด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์และอุตุนิยมวิทยาของฮาวาย ทำให้สายรุ้งเป็นภาพที่สามารถเห็นได้ทั่วไป แม้แต่บนแผ่นป้ายทะเบียนของทางเกาะเอง PHOTOGRAPH BY DEANNE FITZMAURICE, NAT GEO IMAGE COLLECTION

MAASAI MARA NATIONAL RESERVE, ประเทศเคนยา 

สายรุ้ง
สิงโต รวมถึงม้าลาย ฮิปโปโปเตมัสและสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย ท่องอยู่ในเขตสงวนแห่งชาติมาไซมาราในเคนยาตะวันออกเฉียงใต้ PHOTOGRAPH BY BARBARA VON HOFFMANN, NAT GEO IMAGES COLLECTION

PRUDHOE BAY, รัฐอลาสก้า 

สายรุ้ง
ถึงแม้จะเป็นฤดูร้อน แต่อุณหภูมิก็อยู่ในจำนวนที่มากกว่าจุดเยือกแข็งอยู่นิดเดียวที่อ่าวพรัดโฮว์ ในรัฐอลาสกา จุดชุมชนที่อยู่เหนือที่สุดของทวีปอเมริกาเหนือ PHOTOGRAPH BY BARRETT HEDGES, NAT GEO IMAGE COLLECTION

WHITE MOUNTAINS NATIONAL FOREST, รัฐนิวแฮมป์เชียร์

สายรุ้ง
Kancamagus Highway ได้รับการขนานนามว่าเป็นจุดชมวิวแห่งชาติโดยกรมการขนส่ง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับทิวทัศน์ธรรมชาติประวัติศาสตร์อันยาวนานและเส้นทางเดินป่าที่งดงาม PHOTOGRAPH BY DARLYNE A. MURAWSKI, NAT GEO IMAGE COLLECTION

DONEGAL, ประเทศไอร์แลนด์ 

สายรุ้ง
Lough Salt Drive ในเมือง Donegal ประเทศไอร์แลนด์ เป็นถนนสายยาวเหยียดที่ทอดยาวไปตามชายฝั่งตะวันตกของ Salt Lake ก่อนที่จะเข้าใกล้มหาสมุทรแอตแลนติก PHOTOGRAPH BY CHRIS HILL, NAT GEO IMAGE COLLECTION

เรื่องแนะนำ

เมื่อสงครามกลางเมืองจบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

สงครามกลางเมืองในโคลอมเบียคร่าชีวิตผู้ชายจากหมู่บ้านนี้ไปหมด แม้สันติภาพจะเกิดแล้วแต่ชาวบ้านที่เหลืออยู่ยังคงต้องทนทุกข์จากบาดแผลความขัดแย้ง

ดาวอังคารในภาพถ่ายน่าทึ่งจากโครงการสำรวจอวกาศ

  ดาวอังคารเผยโฉมอย่างน่าตื่นตาในภาพถ่ายที่รวบรวมจาก 20 ปีที่องค์การนาซาส่งรถสำรวจขึ้นไปปฏิบัติงานบนพื้นผิวดาวอังคาร เรื่อง        แฮนนา แลง ภาพถ่าย   องค์การนาซา ย้อนหลังไปเมื่อปี 1997 ยานมาร์สพาทไฟน์เดอร์ (Mars Pathfinder) ลงจอดบนดาวอังคารและสำรวจพื้นผิวอยู่นานสามเดือน โดยวิเคราะห์บรรยากาศของดาวอังคารและสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนประเมินองค์ประกอบของหินและดิน นับตั้งแต่ยานพาทไฟน์เดอร์เป็นต้นมา มียานหรือรถสำรวจของนาซาอีก 8 คัน/ลำ ได้สำรวจดาวอังคาร รถสำรวจสปิริตและออปพอร์ทูนิตีลงจอดบนพื้นผิวดาวอังคารเมื่อปี 2004 โดยมีภารกิจเสาะหาหลักฐานของน้ำ รถสำรวจทั้งสองถ่ายภาพหลายพันภาพของพื้นผิวหินของดาวอังคารและรวบรวมข้อมูลที่ทำให้นักวิจัยเชื่อว่า ครั้งหนึ่งดาวอังคารเคยเป็นดาวเคราะห์ชุ่มชื้น นับจากนั้น รถสำรวจสปิริตก็หยุดทำงาน ขณะที่รถสำรวจออปพอร์ทูนิตียังทำงานต่อไป รถสำรวจคิวริออซิตีซึ่งเป็นรถสำรวจขนาดใหญ่ที่สุดและก้าวหน้าที่สุดที่ส่งขึ้นไปยังดาวอังคารลงจอดเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2012 รถติดตั้งกล้องถ่ายภาพ 17 ตัว เครื่องยิงเลเซอร์ และหัวเจาะที่สามารถเก็บตัวอย่างฝุ่นหิน โดยหวังว่าจะพบหินที่ก่อตัวในน้ำ  เมื่อไม่นานมานี้ คิวริออซิตีได้ส่งรายละเอียดใหม่ๆ กลับมายังนาซาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทะเลสาบโบราณในบริเวณหุบอุกกาบาตเกล (Gale Crater) ของดาวอังคาร ในฤดูใบไม้ผลิปี 2018 นาซามีกำหนดส่งภารกิจอินไซต์ (Insight Mission) ขึ้นไปศึกษาพื้นที่ชั้นในของดาวอังคารและวางแผนจะส่งรถสำรวจอีกคันในปี 2020 เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมที่ครั้งหนึ่งอาจมีสภาพเอื้อต่อชีวิตขนาดเล็กจิ๋ว

เบื้องหลังการตามหาหญิงสาวชาวอัฟกานิสถาน เจ้าของดวงตาอันเปี่ยมมนตร์สะกด

แคร์รี รีแกน ผู้ช่วยผู้กำกับรายการ Explorer ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เป็นหัวหน้าคณะนำทีมค้นหาเด็กสาวอัฟกันในตำนาน ตอนที่สตีฟ แมกเคอร์รี ถ่ายภาพเด็กสาวผู้นี้เมื่อปี 1984  เป็นช่วงเวลาเพียงสั้นๆ จากนั้นเรื่องราวและความเป็นไปของเธอก็กลายเป็นปริศนาลี้ลับยาวนาน สตีฟ แมกเคอร์รี เล่าว่า ตอนนั้นเขาไปเยือนค่ายผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานแห่งหนึ่งนอกเมืองเปชาวาร์ในปากีสถาน “ผมบังเอิญเดินผ่านโรงเรียนแห่งหนึ่ง  ตรงมุมห้อง ผมสะดุดตากับเด็กหญิงคนหนึ่ง  แววตาของเธอช่างทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ผมน่าจะถ่ายภาพเธอไว้ไม่เกิน 5-10 ภาพ หลังจากภาพของเธอได้รับการคัดเลือกให้เป็นปกนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนมิถุนายน 1985 ผมได้รับการสอบถามจากผู้อ่านหลายพันคนประมาณว่า เราจะช่วยเหลือเธอได้อย่างไรบ้าง เธอเป็นใครกันนะ” “หลังเหตุโศกนาฏกรรม 9/11 อัฟกานิสถานกลับมาเป็นข่าวดังอีกครั้ง  นั่นนำไปสู่ความสนใจในตัวเด็กหญิงอัฟกันคนนั้นอีกครั้ง หลายคนสงสัยว่า เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง เธอไปอยู่ที่ไหน และเราจะช่วยเธอได้อย่างไร ตอนนั้นเองที่เราคิดว่า น่าจะคุ้มค่าถ้าจะลองตามหาตัวเธอ ทั้งๆที่คิดในใจว่า คงต้องอาศัยปาฏิหาริย์” “เราไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเธอ ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนเผ่าไหน ไม่รู้ว่าเธออาศัยอยู่ที่ไหน” แคร์รียอมรับว่า “เราไม่คิดว่าจะพบตัวเธอ เวลาล่วงเลยมา 17 ปีแล้ว และผู้คนก็หายสาบสูญจนเป็นเรื่องปกติในอัฟกานิสถาน โอกาสที่จะเจอตัวเธอยากแสนยาก เรามีเพียงภาพถ่ายของเธอเท่านั้น” […]