ล่องเรือดูวาฬ ที่นอร์เวย์ ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากการนั่งชมคลิปวิดีโอ

ล่องเรือดูวาฬ ในดินแดนแห่งแสงเหนือที่ Skjervøy

สบตากับออร์กาครั้งแรก

เมื่อจังหวะและเวลาเหมาะสม ผู้นำทัวร์ของเราพบฝูงวาฬที่พร้อมให้เราเข้าใกล้ และไปปล่อยตัวพวกเราเราลงน้ำแบบค่อยๆหย่อนตัวลงไป พวกเราว่ายไปหาฝูงวาฬแบบเบาที่สุด ในช่วงฤดูหนาวของนอร์เวย์ กลางวันมีแสงเพียง 3-4 ชั่วโมงเท่านั้น น้ำจึงดูเป็นสีดำทะมึน เราต้องคอยสังเกตส่วนที่เป็นสีขาวของออร์กาให้ดี เพราะสีดำบนลำตัวกลมกลืนไปกับน้ำจนแทบแยกไม่ออก ออร์กาตัวแรกของเราไม่ได้สนใจว่ายวนเข้ามาใกล้ แต่อยู่ในระยะที่เห็นได้ชัดเจน ดวงตาน้อยๆ ของวาฬช่างเล็กและขัดแย้งกับขนาดตัวมาก พวกเราเห็นได้ชัดว่า “เขามองเรา” และมันคงสงสัยเหมือนกันว่าพวกเราเป็นตัวอะไร นาทีนั้นเราหัวใจพองโตไปด้วยความอิ่มเอมใจที่ได้มาสัมผัสโลกใต้น้ำของวาฬ น้ำที่เย็นยะเยือกดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย

ปลาเฮร์ริง, วาฬล่าเหยื่อ, ว่ายน้ำกับวาฬ
carousel feeding และเกล็ดเฮอร์ริงเต็มไปหมดประหนึ่งหิมะตกใต้น้ำ

เวลาคุณภาพกับวาฬ

วันแล้ววันเล่า พวกเราลงจากเรือประมงซึ่งเป็นทั้งพาหนะและที่พักของเรา เพื่อขึ้นเรือยางกันตั้งแต่เก้าโมงเช้า (พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า) และออกตามหาวาฬกันจนกระทั่งแสงสุดท้ายของวัน เราได้เจอทั้งออร์กาและวาฬหลังค่อมจนสมใจ ในสภาพแสงจำกัด การถ่ายรูปใต้น้ำเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะอุปกรณ์เราไม่ถึงกับระดับมืออาชีพ ยังไม่นับการที่หนาวจนนิ้วชาและกดชัตเตอร์ไม่ลงเลย ในที่สุด เราตัดสินใจว่ารูปถ่ายที่เพอร์เฟ็กต์ไม่ใช่ตัวชี้วัดของประสบการณ์นี้ แต่เป็นการที่เราจะไม่จดจ่ออยู่กับหลังกล้อง และชื่นชมกับความมหัศจรรย์ตรงหน้าต่างหาก

สิ่งที่เราได้เห็นกับตานั้นยิ่งกว่าสารคดีใดที่เคยชม มันคือเทคนิคการล่าที่เรียกว่า Carousel Feeding เมื่อวาฬต้อนฝูงเฮร์ริงให้ว่ายวนก้อนกลมๆ (bait ball) พอล้อมไว้ทุกทางแล้วก็ผลัดกันหงายท้องขาวให้ปลาเฮร์ริงสับสนและตาพร่า จากนั้นก็รุกฆาตด้วยการใช้หางฟาดปลาเฮร์ริงจนสลบและคาบไปกินทีละตัว มันน่าตื่นตาตื่นใจมากที่เราได้อยู่ในน้ำและเห็นทุกรายละเอียด กระทั่งเกล็ดปลาเฮอร์ริงที่โดนฟาดจนหลุดลอยอยู่เต็มผืนน้ำ และอีกหลายครั้งหลายคราที่ออร์กาแอบแวบมามองหน้าเราแบบใกล้ชิดจนเราตกใจ

วาฬ, ดำน้ำกับวาฬ, นอร์เวย์
ขณะเราลงน้ำกับวาฬตัวผู้ขนาดใหญ่มาก

ดูวาฬกับการอนุรักษ์

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ มีการรายงานว่า นอร์เวย์กำลังพิจารณากฎหมายหรือข้อบังคับเพื่อจำกัดการดูวาฬ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการจำกัดจำนวนเรือหรือจำนวนนักท่องเที่ยวเลย ส่งผลให้เจ้าของเรือหันมาเป็น “ผู้จัด” ได้ หรือใครมีอุปกรณ์ก็ลงว่ายน้ำกับวาฬได้โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของทั้งวาฬและคน

นับเป็นก้าวแรกที่ดีที่จะดูแลประชากรวาฬในนอร์เวย์ และส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน เพราะจากประสบการณ์ตรงพบว่า มีผู้ประกอบการหลายรายที่ละเลยและล้ำเส้นสวัสดิภาพของสัตว์ จึงใช้สารพัดวิธี ทั้งการไล่ต้อนด้วยเรือ ปล่อยคนลงน้ำใกล้เรือประมงที่เดินเครื่องอยู่ และใช้เรือที่ไม่มีมาตรฐานจนลูกทัวร์ต้องลงน้ำจากท้ายเรือซึ่งใกล้เครื่องยนต์และใบพัด การกระทำเหล่านี้ ถือว่าอันตรายมากทั้งกับวาฬและคนเอง

ล่องเรือดูวาฬ
ทัวร์ดูวาฬมีหลากหลายขนาดและเรือบางลำก็ไม่เคารพวาฬเลย
ล่องเรือดูวาฬ, เรือใกล้วาฬ
การที่วาฬเข้าใกล้เรือประมงมากอาจทำให้บาดเจ็บจากการโดนใบพัดเรือได้

เมื่อท้องทะเลและฟยอร์ดแถบแชร์วอยมีความอุดมสมบูรณ์และมีสภาวะที่เหมาะสม ฝูงวาฬก็จะเข้ามาหากินกันอย่างเสรีในทุกฤดูหนาว แต่ถ้าเขารู้สึกว่าถูกรบกวนมาก เขาก็คงเลือกไปหากินที่อื่น

ในฐานะที่นอร์เวย์เป็นประเทศที่จะเจริญแล้ว คงต้องมีมาตรการจัดการกับการดูวาฬอย่างจริงจังเสียที สำหรับเรา การทุบกระปุกไปกับทีมงานมืออาชีพที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์นั้น กลับกลายเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว ในทุกวันเราได้เรียนรู้ผ่านทางทฤษฎีและสัมผัสประสบการณ์ตรง ในแบบที่ไม่มีพิพิธภัณฑ์หรือสวนน้ำไหนให้เราได้


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พบวาฬเพฌฆาตที่คาดว่าเป็นสายพันธุ์ใหม่นอกชายฝั่งชิลี

เรื่องแนะนำ

ล่อง เรือคายัค ตลอด 65 กิโลเมตรในทะเลแดนใต้ของไทย

ร้านกาแฟในแคนยอนเขา คืนแรกเรานอนกันที่โรงแรม ท่าน้ำของโรงแรมเป็นจุดปล่อยตัวทัวร์คายัคเที่ยวชมแคนยอนซึ่งมีนักท่องเที่ยวมากันทุกวัน ช่องเขาแคนยอนนี้มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร เวลาน้ำขึ้นน้ำจะค่อยๆ ดันไหลเข้าไปในช่องเขา พายเข้าไปเป็นทางวันเวย์ห้ามวกกลับ พวกเราจะใช้แคนยอนเป็นเส้นทางวอร์มอัพก่อนเริ่มเดินทางจริง กะกันว่าจะพกอุปกรณ์ไปต้มกาแฟสดกินในแคนยอน แล้วค่อยกลับมากินข้าวเช้าเต็มรูปแบบที่โรงแรมก่อนที่นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่จะมาถึง หกโมงเช้า พวกเราเริ่มกางและประกอบร่างเรือพับ เช้านี้น้ำลงต่ำ ยังขึ้นไม่ถึงตลิ่งท่าน้ำ สุดท้ายต้องหิ้วเรือลุยเลนลงไปเพื่อออกตัว กองทัพเรือพับของพวกเรากระจายตัวกันเกะกะ เพื่อซึมซับบรรยากาศยามเช้า อากาศสดชื่นช่วยไล่กลิ่นเมืองที่ติดตัวพวกเราอยู่ให้หลุดออกไป ช่องผาชันที่เป็นทางเข้าแคนยอนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก แต่มีสันทรายขวางหน้าเราอยู่ไม่ให้พายตัดตรงไปได้ วันนี้เป็นวันแรม 3 ค่ำ เพิ่งผ่านพ้นคืนเดือนมืดไปไม่กี่วัน ระดับความต่างของน้ำขึ้นและลงจึงยังสูงมาก เมื่อหาร่องน้ำลึกได้แล้ว ก็เริ่มพายมุ่งหน้าสู่ทางเข้าช่องเขา แค่ปากทางเข้าก็รู้สึกได้ถึงสายลมเย็นที่พัดออกมาจากด้านใน น้ำกำลังขึ้นค่อยๆ ดันเรือเข้าไปในช่องเขาอย่างช้าๆ แทบไม่ต้องออกแรงพาย สิ่งที่ต้องทำคือคอยคัดให้เรือล่องผ่านไปโดยไม่ชนผนัง ช่องเขาหักเลี้ยวนำเราเข้าสู่ห้องโถงกว้าง ผนังชันสูงแทรกตัวด้วยต้นไม้เขียวครึ้มเย็นตา ดวงอาทิตย์ยังขึ้นสูงไม่พอจะสาดแสงลงมาในห้องโถงนี้ได้ อากาศภายในเย็นชื้น สันทรายภายในห้องมีใบไม้ร่วงสีแดงประดับอยู่ประปราย มันสวยยิ่งกว่าภาพในจินตนาการเสียอีก พวกเราปล่อยเรือไหลไปตามแรงน้ำจากห้องนึงสู่อีกห้องนึง เรียงตัวกันเป็นแถว ร่องน้ำไม่กว้างพอให้แซงลำข้างหน้า แต่ก็ไม่มีใครรีบร้อนอะไร สันทรายใหญ่ปรากฎขึ้นตรงกลาง ดูคล้ายกับเกาะกลางน้ำ ผลโหวตเป็นเอกฉันท์ว่านี่คือจุดที่เราจะเปิดร้านกาแฟมื้อเช้ากัน ทุกคนทยอยเอาเรือเข้าจอดที่สันหาด เริ่มหยิบอุปกรณ์ชงกาแฟออกมาจากในเรือและนั่นคือตอนที่เรารู้ตัวว่าเราลืมกระป๋องแก๊สเชื้อเพลิงไว้ที่โรงแรม! ความดื้อรั้นที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ พวกเราจึงเก็บฟืนมาก่อกองไฟ ฟืนสดติดไฟยากส่งควันโขมงลอยสู่ด้านบนของช่องเขา ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้นสูงแล้ว น้ำก็ค่อยๆ ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ […]