ภูเขาไฟมิฮาระ บนเกาะโอชิมะ ประเทศญี่ปุ่น มีเส้นทางเดินป่าที่แปลกตาและรอการมาเยือน

ภูเขาไฟมิฮาระ ดินแดนที่ (คนไทย) ยังไม่ค่อยรู้จัก

มหานครโตเกียวถือเป็นจุดศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้ง และร้านอาหารของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะคนไทยเองก็นิยมไปเที่ยวกันมาก เนื่องจากการเดินทางสะดวกและยังได้รับฟรีวีซ่าอีก 15 วันด้วย

ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้าสู่โตเกียว ยังมีเกาะเล็กๆที่มีบรรยากาศสงบเงียบ ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งโตเกียวประมาณ 120 กิโลเมตร ซึ่งยังมีคนไทยน้อยคนนักที่รู้จักและเคยไป เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า “เกาะโอชิมะ” (Oshima Island) เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับกิจกรรมดำน้ำ ตกปลา เดินป่า เดินเล่นรอบเมือง ปั่นจักรยาน วิ่ง และอื่นๆอีกมากมาย แต่ไฮไลต์สำคัญคือการปีนขึ้นไปบนปากปล่อง ภูเขาไฟมิฮาระ ซึ่งเวลาแจ้งกับคนญี่ปุ่นว่าเราต้องการไปที่นี่ ต้องบอกว่า “มิฮาระยามะ” (Mihara Yama) เพราะ “ยามะ” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ภูเขา” ภูเขาไฟลูกนี้สูง 758 เมตรจากระดับทะเล การปะทุครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1986 หรือ 33 ปีก่อน ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความน่าสนใจ ทว่าคนทั่วไปอาจยังไม่ค่อยคุ้นชื่อกันสักเท่าไร

ภูเขาไฟมิฮาระ, เที่ยวญี่ปุ่น, เที่ยวโตเกียว, เกาะโอชิมะ, เที่ยวเกาะโอชิมะ, เดินป่าญี่ปุ่น, เดินป่า

เกาะโอชิมะเป็น 1 ใน 11 เกาะสำคัญที่มีคนอาศัยอยู่ เป็นอีกสถานที่หนึ่งในญี่ปุ่นที่พวกเราอยากแนะนำให้คุณลองมาเที่ยวกันครับ หากว่าคุณนั้นอยากมาสัมผัสกับธรรมชาติที่น่าตื่นตาและวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย ทีมเรารู้สึกชอบที่นี่มาก อยากแบ่งปันประสบการณ์ให้คุณผู้อ่านเก็บไว้เป็นข้อมูลในการเดินทางครั้งต่อไปกันครับ

ภูเขาไฟมิฮาระ, เที่ยวญี่ปุ่น, เที่ยวโตเกียว, เกาะโอชิมะ, เที่ยวเกาะโอชิมะ, เดินป่าญี่ปุ่น, เดินป่า

พวกเราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนกลางดึกไปถึงสนามบินฮาเนดะตอนช่วงเช้าตรู่ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังท่าเรือทาเคชิบะ (Takeshiba Terminal) ที่อยู่ไม่ไกลมากนัก เพื่อนั่งเรือสปีดโบ๊ต ข้ามไปยังเกาะโอชิมะ โดยเรือมีวันละ 2 รอบ รอบเช้า เวลา 8.35 น.– 10.20 น. และรอบบ่าย เวลา 13.20 น. – 15.05 น. ใช้เวลาเดินทาง 1.45 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วที่ท่าเรือได้เลย หรือจองผ่านระบบออนไลน์แบบที่ทีมเราเลือกใช้ในครั้งนี้ ค่าตั๋วเรือ ราคา 7,110 เยน (ประมาณ 1,900 กว่าบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น)

ภูเขาไฟมิฮาระ, เที่ยวญี่ปุ่น, เที่ยวโตเกียว, เกาะโอชิมะ, เที่ยวเกาะโอชิมะ, เดินป่าญี่ปุ่น, เดินป่า

บนตั๋วมีต้นขั้วให้กรอกข้อมูลส่วนตัวอย่างชื่อ อายุ และเบอร์โทรศัพท์ (ผมใส่เบอร์โทรศัพท์ของเพื่อนชาวญี่ปุ่นแทน) เหตุผลที่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวเพราะในกรณีฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวผู้โดยสารได้ทันที หลังจากลงเรือและนั่งตามที่นั่งที่ระบุไว้บนตั๋วแล้ว เราต้องเก็บตั๋วไว้ยื่นให้เจ้าหน้าที่อีกครั้งทั้งขาไปและขากลับ

ภูเขาไฟมิฮาระ, เที่ยวญี่ปุ่น, เที่ยวโตเกียว, เกาะโอชิมะ, เที่ยวเกาะโอชิมะ, เดินป่าญี่ปุ่น, เดินป่า

บนเกาะโอชิมะมีท่าเรือ 2 แห่ง ขึ้นอยู่กับคลื่นลมจะเอื้อให้เรือสะดวกจอดที่ท่าไหน ซึ่งทั้งบนท่าเรือและโรงแรมที่เราพักจะติดป้ายแจ้งนักท่องเที่ยวไว้ว่า วันที่เดินทางกลับต้องไปที่ท่าเรือไหน รายละเอียดเกี่ยวกับตารางเวลาเดินเรือ ค่าโดยสารสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.tokaikisen.co.jp/en/ourship/jetship

อ่านต่อหน้า 2 การเดินทางวันที่หนึ่ง

เรื่องแนะนำ

ล่อง ‘แม่น้ำรันตี’ ครึ่งวันเช้า ไปพักกาย พักใจ ชมสายหมอกบอกลาสารพัดเรื่องหนักหัว เพราะบรรยากาศของแม่น้ำสายนี้ บอกได้เลยว่าสุดชิล

ถ้าใครมีโอกาสเดินทางไปสังขละบุรี แล้วอยากลองหา สถานที่เที่ยวใหม่ ๆ แนวธรรมชาติ ก็ให้ลองเช่าเรือนำเที่ยวสักลำ แล้วออกเดินทางแบบเช้าตรู่ไปพร้อมกับแสงแรกของวัน บอกคนขับเรือให้มุ่งหน้าไปที่แม่น้ำรันตี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสะพานมอญมากนัก รับรองว่าภาพของสายหมอกที่ลอยอยู่บนภูเขาตรงหน้า กับบรรยากาศสุดธรรมชาติของแม่น้ำที่โล่งกว้าง เงียบสงบ จะทำให้คุณรู้สึกสบายและผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก หัวใจจะถูกเยียวยาจนลืมไปเลยว่าเคยเครียดเรื่องอะไรมา แนะนำว่าสายชิลไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง . นอกจากแม่น้ำซองกาเลีย และบีคลี่ ‘รันตี’ คืออีกหนึ่งแม่น้ำสายสำคัญของสังขละบุรี ซึ่งอยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม แม่น้ำสายนี้มีต้นกำเนิดมาจากลำห้วยน้อยใหญ่ไหลมารวมตัวกันจากทางตอนใต้ของทุ่งใหญ่นเรศวร แล้วไหลมาบรรจบกันกับแม่น้ำอีกสองสายที่อำเภอสังขละบุรี ที่เรารู้จักกันในชื่อ “สามสบ” หรือ “สามประสบ” ถ้าเราเดินทางมาสังขละบุรี หากใครไม่หลับไปซะก่อนก็จะเห็นว่า ระหว่างทางเราจะผ่านสะพานที่ข้ามแม่น้ำนี้ก่อนใครเพื่อนนักท่องเที่ยวหลายคนอาจอดใจไม่ไหวต้องขอลงไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศกันกลางสะพาน แต่ใครจะไปคิดว่าแม่น้ำที่เหมือนจะเป็นเพียงแค่ทางผ่านนั้นมันมีดีซ่อนอยู่ ครั้งนี้พวกเราชาว ‘บ้านและสวน Explorers Club’ ไปลองล่องเรือสำรวจมาให้แล้วและพบว่ามันน่าพักกายพักใจไปกับแม่น้ำสายนี้มาก . #แวะก่อน . เราออกเดินทางกันตั้งแต่ไก่โห่แบกเรือคายัคสองลำขึ้นเรือรับจ้างนำเที่ยว จะพูดให้ดูขำ ๆ ว่า “แบกเรือขึ้นเรือเพื่อไปพายเรือ” แบบนั้นก็พอจะได้สักหนึ่งฮาฝืด ๆ ก่อนออกเรือ ก่อนจะถึงทางปากทางเข้าแม่น้ำรันตี เราก็แวะเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถานที่น่าสนใจกันก่อน ที่แรกเราลงเรือกันตรงตลิ่งบริเวณวัดสมเด็จ(เก่า) ซึ่งเป็นวัดร้างเก่าแก่ของที่นี้ วอร์มกำลังขากันสักหน่อยด้วยการเดินขึ้นบันไดไปชมความสวยงามของโบสถ์ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นโพธิ์ต้นใหญ่ บรรยากาศดูเข้มขลังไม่เบา ชวนนึกถึงหนังฝรั่งแนวพจญภัยในอารยธรรมโบราณยังไงยังงั้น หลังจากนั้นพวกเราขอโชว์ความฟิต […]

10 สุดยอด ร้านหนังสือ ระดับโลก

ร้านหนังสือ ระดับโลกทั้งสิบแห่งนี้จะปลุกความรักหนังสือในตัวคุณ แอตแลนติส บุ๊คส์ ซานโตรินี ประเทศกรีซ สิบปีก่อน กลุ่มเพื่อนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกทั้งไซปรัส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้งร้านหนังสือแห่งนี้ขึ้นมา ปัจจุบัน บ้านหลังงามในเอีย (Oia) ที่แปลงโฉมมาเป็นร้านหนังสือ มีการแสดงมุมมองของผืนน้ำรอบเกาะซานโตรินี ร้านหนังสือแห่งนี้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมมากมาย ทั้งการอ่านหนังสือริมระเบียง เวิร์กช็อปทำปกหนังสือ  รวมถึงเทศกาลอาหารและภาพยนตร์ กาเฟเบรเรียเอลเปนดูโล เม็กซิโกซิตี ประเทศเม็กซิโก ร้านหนังสือขนาดใหญ่อันงดงามแห่งเม็กซิโกซิตี สว่างไสวด้วยโคมไฟประดับประดาดาษดื่น ที่แขวนจากบนเพดาน พื้นที่ภายในเปิดโล่ง ชั้นหนังสือแน่นขนัดไปด้วยหนังสือหลายหมวดหมู่ ทั้งภาษาสเปนและภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งดื่มด่ำกับทำนองเพลงสบายๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศภายในร้านแห่งนี้ มันโรส์บุ๊คส์ วิกตอเรีย ประเทศแคนาดา ในปี 1963 ครึ่งทศวรรษก่อนหน้าที่อลิซ มันโร ผู้ก่อตั้งร่วมของร้านหนังสือแห่งนี้จะชนะรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม เธอและสามีได้ตกแต่งอาคารยุคนีโอคลาสสิคและธนาคารเก่าให้มีความโอ่อ่าและสวยงาม โดยร้านหนังสือแห่งนี้อยู่ในโอลด์ทาวน์ เมืองวิกทอเรีย รัฐบริติชโคลัมเบีย  เอลอะเตเนโอกรันสเปลนดิด บัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เอลอะเตเนโอเคยเป็นโรงละครและจัดแสดงการแสดงที่ชื่อว่า เดอะกรันสเปลนดิด (The Grand Splendid) โดยร้านหนังสือที่เคยเป็นโรงละครแห่งนี้ยังคงเก็บรักษาเครื่องประดับหรูหรา รวมไปถึงจิตรกรรมฝาผนังเฟรสโก และผ้าม่าน โพเวลส์ซิตี้ออฟบุ๊คส์ […]

สำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ออกเดินทางเพื่อเอาชนะเส้นทางใน ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ บังกลาเทศ จากทางเหนือของ ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ มีลักษณะคล้ายเขาวงกตที่มีสีของเนื้อดินละเอียดสวยงาม ท้องฟ้าใสของอ่าวเบงกอลกำลังคืบคลานเข้าไปในน่านน้ำมืดสลัวของแม่น้ำที่ไหลสลับไปมาเรียงรายไปด้วยใบไม้สีเขียวมรกต “การล่องไปตามแม่น้ำสักสองสามวันก็เปรียบเสมือนการหนีไปในโลกที่แตกต่าง” ซาบีน โรเออร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ท่องเที่ยว ชิลลี่ ไรเซน กล่าว พื้นที่กว้างใหญ่อันเขียวชอุ่มในอินเดียและบังกลาเทศนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อปรัมปรา ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวบ้านได้สักการะเทพนารีบอนบิบิ หรือ “อิสตรีแห่งป่า” จากเรื่องราวหนึ่งเล่าว่า บอนบิบิ เป็นลูกสาวของ ซุลฟี ฟาร์เคีย นำพาเธอมาจากซาอุดิอาระเบียสู่ป่าแห่งเอเชียใต้ เธอได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าให้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ด็องคิง ไร เป็นเสือที่จ้องจะทำร้ายชาวบ้าน เธอเลือกที่จะไม่ฆ่า ด็องคิง ไร แต่บอนบิบิ กลับต่อรองกลับไปว่า ด็องคิง ไร ไม่สามารถทำร้ายใครที่บูชาเธอได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านบางคนยังคงสวดอ้อนวอน ขอให้เทพนารี บอนบิบิ คุ้มครองก่อนเข้าไปในป่า ซ้ำยังมีเสือเบงกอล – ชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของป่าชายเลน – ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าหลากหลายรวมถึงสายพันธุ์หายาก เช่น งูเหลือมอินเดียและโลมาอิรวดี เนื่องจากสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของซุนดาบันส์ ทางองค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2530 อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยของสัตว์ยังคงอยู่ภายใต้การคุกคามทางธรรมชาติ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกำลังกลืนกินพื้นที่ในป่าและความเค็มของน้ำที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอันตรายต่อพืชและสิ่งมีชีวิตในทะเล […]