การท่องเที่ยว ช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมและผู้อื่นได้มากขึ้นจริงหรือ

การท่องเที่ยวช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมและผู้อื่นได้มากขึ้นจริงหรือ

ในขณะที่นักวิจัยกล่าวว่าการท่องเที่ยวส่งผลต่อวิถีประสาท (neural pathways) ของสมอง แต่การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง (จากการท่องเที่ยว) ยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย

ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) โดยปกติมักถูกนิยามว่าเป็น “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา” หรือ “การรู้สึกถึงสภาวะอารมณ์ของผู้อื่น” มันเป็นเครื่องมือทางสังคมที่สำคัญที่สามรถสร้างสะพานทางสังคมโดยการส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์จนก่อให้เกิดพฤติกรรมความเห็นอกเห็นใจได้ในที่สุด

ทว่า คนเราสามารถเรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจได้หรือไม่ และการท่องเที่ยวสามารถมีส่วนช่วยการเรียนรู้นี้ได้หรือไม่

คำตอบนั้นซับซ้อน “การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเห็นอกเห็นใจไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่สามารถสอนกันได้” นักจิตบำบัด F. Diane Barth ได้เขียนไว้ในวารสาร Psychology Today หลายงานวิจัยในอดีตบ่งชี้ว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นคุณลักษณะที่ไม่สามารถสอนกันได้ แต่งานวิจัยเมื่อปี 2017 ได้แนะว่า “ความสามารถทางประสาทวิทยา” ที่เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่สามารถสอนกันได้ภายใต้สถานการณ์อันเหมาะสม

ไม่ว่าการได้เห็นโลกจะสามารถเปิดใจนักท่องเที่ยว จนทำให้นักท่องเที่ยวมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นได้จริงหรือไม่ สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในปี 2018 Harris Poll ได้ทำการสำรวจนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (business travelers) ราว 1,300 คน ร้อยละ 87 กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจช่วยให้พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นมากขึ้น และในการศึกษาเมื่อปี 2010 Adam Galinsky ศาสตราจารย์แห่งคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย พบว่าการท่องเที่ยวนั้น “เพิ่มความตระหนักรู้ของการเชื่อมโยงและการรวมกลุ่ม” กับวัฒนธรรมอื่นๆ

Karfa Diallo นำกลุ่มทัวร์ในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาสในเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2020 ภาพถ่ายโดย ANDREA MANTOVANI, THE NEW YORK TIMES/REDUX

ในขณะที่ความเห็นอกเห็นใจที่นิยามขึ้นมาด้วยตัวเองและความตระหนักรู้ยังคงเป็นมาตรวัดที่ไม่น่าเชื่อถือ การท่องเที่ยวก็ยังคงเป็นเหตุของการได้สัมผัสความต่างทางวัฒนธรรมผ่านการเดินทาง ซึ่งอย่างน้อยก็ได้สร้างสถานการณ์ที่เอื้อต่อการตรวจสอบจิตสำนึกและอคติที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) ของตัวเราเอง

“หากเราจะเปลี่ยนทิศทางสังคมให้เป็นสังคมที่มีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ก็ชัดเจนว่าการทำงานเพื่อเพิ่มความสามารถในเรื่องความเห็นอกเห็นใจเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคนในระดับปัจเจก ชุมชน ประเทศ และนานาชาติเข้มแข็งขึ้น” Helen Riess ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้เขียนงานวิจัยในปี 2017 กล่าว

เส้นทางที่ปูด้วยความตั้งใจที่ดี

เป็นเรื่องน่าสนใจที่การท่องเที่ยวในยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นจากความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ในช่วงทศวรรษ 1850 โธมัส คุก ที่ภายหลังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท Thomas Cook ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระดับโลกของอังกฤษ ได้ใช้ระบบรถไฟสายใหม่เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะสั้นสำหรับให้แรงงานชาวอังกฤษผู้ทำงานหนักได้มีโอกาสพักผ่อน Freya Higgins-Desbiolles อาจารย์อาวุโสแห่งภาควิชาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย กล่าว

หนึ่งร้อยปีต่อมา องค์การสหประชาชาติได้ประกาศชั่วโมงการทำงานที่สมเหตุสมผล การพักร้อนที่ได้รับค่าจ้าง และ “การพักผ่อนในฐานะหนึ่งในสิทธิมนุษยชน” โดยในช่วงปี 1960 ได้มีการเรียกร้องให้เพิ่มวันหยุด และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพักผ่อนได้รวมตัวกันเพื่อรวมตัวเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับอาชีพ

นับตั้งแต่นั้น องค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization – WTO) และกลุ่มองค์กรการช่วยเหลือต่างๆ ของสหประชาชาติได้ยกย่องให้การท่องเที่ยวเป็นทั้ง “พลังที่สำคัญสำหรับความสงบสุขของโลกที่สามารถก่อให้เกิดทั้งคุณธรรมและภูมิปัญญาเพื่อความเข้าใจและพึ่งพากันและกันในระดับนานาชาติ” เช่นเดียวกับกลยุทธ์การพัฒนาทางเศรษฐกิจสำหรับชาติที่ยากจน

การท่องเที่ยว, พนักงานโรงแรม, บาหลี
พนักงานโรงแรมในรีสอร์ทที่เกาะบาหลี นักวิจัยด้านการท่องเที่ยวกล่าวว่าผู้มาเยือนควรมุ่งมั่นที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยการมองข้ามปฏิสัมพันธ์เชิงแปลกเปลี่ยน (ตามหน้าที่) ภาพถ่ายโดย PHILIPPE CHARLOT, REDUX

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ได้ด้วยเป้าหมายที่สูงส่งเช่นนี้ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การท่องเที่ยวถูกกล่าวหาว่าได้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ดังที่ สตีเฟน เวียริง ศาสตราจารย์ด้านการจัดการการท่องเที่ยว ได้เขียนไว้เมื่อ 20 ปีก่อนว่า “การท่องเที่ยวกลับทำให้ความไม่เท่าเทียมคงทนถาวรมากขึ้น” เนื่องจากองค์กรข้ามชาติจากกลุ่มประเทศทุนนิยมที่ร่ำรวยได้ควบคุมเศรษฐกิจและทรัพยากรเหนือประเทศที่กำลังพัฒนา

ในทุกวันนี้ ความไม่เท่าเทียมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการท่องเที่ยว Nathan Thornburgh อดีตผู้สื่อข่าวต่างประเทศของนิตยสารไทม์ และ ผู้ก่อตั้งร่วมของ Road & Kingdom สื่อออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวระดับโลก กล่าวและเสริมว่า “การเป็นผู้โดยสารสมาชิกสายการบิน สายคาดที่แบ่งแยกประเภทผู้โดยสารขึ้นเครื่อง วิธีที่คุณเรียกรถจากแอปพลิเคชั่นต่างๆ หรือการเรียกแท็กซี่จากสนามบิน ไม่ใช่รถโดยสารประจำทางหรือรถรับจ้างท้องถิ่น” สิ่งเหล่านี้กับทำให้การแบ่งแยกรุนแรงขึ้น ไม่ใช่กับความเห็นอกเห็นใจ “มันก็แค่การไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเท่านั้นแหละครับ”

ข้อเสียของความเห็นอกเห็นใจ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการพัฒนาความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหามากมาย โจเซฟ เอ็ม. เชียร์ ศาสตราจารย์แห่งศูนย์การวิจัยการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยวากายามะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวและเสริมว่า โดยธรรมชาติ ความเห็นอกเห็นใจเป็นเรื่องของการมอง “คนอื่น”

ในปี 2019 ได้มีการศึกษาการท่องเที่ยวแบบปั่นจักรยานของชาวตะวันตกในกัมพูชา เชียร์พบว่า แม้ในทัวร์จะมีกิจกรรมที่เอื้อต่อการทำความเข้าใจสังคมอย่างการเยี่ยมชมองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของท้องถิ่น การมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับคนกัมพูชาท้องถิ่น การสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวเหล่านั้นหลังจากกิจกรรมการท่องเที่ยวจบลงเผยให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เข้าใจบริบททางวัฒนธรรมของสถานที่ นักท่องเที่ยวต่างแสดงความรู้สึกเช่น “มีความสุข” “น่ารัก” และ “ใจดี” เมื่อต้องอธิบายถึงคนกัมพูชาท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการทัวร์

เชียร์กล่าวเสริมอีกว่า อคติ “ต่อผู้อื่น” สามารถรับรู้ได้มากขึ้นจากระยะห่างระหว่างนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพบปะที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนบางอย่างชัดเจน เช่นในโรงแรม

Barbara Manigault ช่างสานกระเป๋าจากหญ้าหวานกำลังผลิตงานฝีมือของเธอในรัฐเซาท์แคโรไลนา ภาพถ่ายโดย RICHARD ELLIS, ALAMY STOCK PHOTO

การท่องเที่ยวแบบปัจเจกบุคคลมักให้ประสบการณ์ขัดแย้งกับความตั้งใจสูงสุดของเรา Bani Amor นักเขียนด้านการท่องเที่ยวซึ่งมักเขียนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับเชื้อชาติ สถานที่ และอำนาจสังคม กล่าว

“ความตั้งใจในทางบวกมักขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงความขัดแย้งกับในวิธีการกดขี่กลุ่มคน BIPOC (Black, indigenous, people of colors – คนดำ คนพื้นเมือง และคนผิวสี) ทั่วโลก รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติต่อแรงงานภาคการท่องเที่ยว และการที่ (คนท้องถิ่น) ถูกขับไล่ หรือไม่มีสิทธิที่จะมีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง” Amor ผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเอกวาดอร์ กล่าว

“คุณจะรับรู้ได้แค่เพียงประสบการณ์ของตัวคุณเองเท่านั้น” Anu Taranath ศาสตราจารย์ด้านความเท่าเทียมทางเชื้อชาติแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน-ซีแอตเทิล กล่าว และผู้อพยพรุ่นที่สองในสหรัฐอเมริกา กล่าว

เที่ยวให้ลึกขึ้น

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างสรุปว่าการท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้กระตุ้นความเห็นอกเห็นใจจนเปลี่ยนนักท่องเที่ยวให้เป็นนักกิจกรรมด้านความเท่าเทียมในสังคม ทว่า การไม่ท่องเที่ยวเลยอาจส่งผลที่ย่ำแย่กว่าเดิม

เพราะการท่องเที่ยวทำให้เกิดการพบกันระหว่างคนแปลกหน้า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นภาพจินตนาการของการเกิดความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากความใกล้ชิดที่เกิดจากการท่องเที่ยว Hazel Tucker กล่าวไว้ในการศึกษาเมื่อปี 2016 และเสริมว่า นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้เด็กๆ ได้มีประสบการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเริ่มต้นของชีวิต

“แน่นอนประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตัวเราได้จะต้องเป็นอะไรที่มากกว่าการปรากฏตัวพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง มันต้องอาศัยทั้งพลังงาน ความพยายาม และความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยว และขึ้นกับเงื่อนไขที่จำเพาะเจาะจงในสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่” Higgins-Desbiolles กล่าวและเสริมว่า “ผู้ที่ไปเยือนต้องเตรียมพร้อมที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวพร้อมที่จะมีส่วนร่วมผู้อื่นในระดับที่เท่าเทียมกัน”

เรื่อง RUTH TERRY


อ่านเพิ่มเติม การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

เทรนด์การท่องเที่ยว ปี 2020

จากการสอบถามผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเกี่ยวกับ เทรนด์การท่องเที่ยว ในปี 2020 คำตอบที่เป็นเอกฉันท์คือ นักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญของผลกระทบจากการท่องเที่ยว เช่น ผลกระทบต่อโลก ต่อพื้นที่ ต่อชุมชน และต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง ความยั่งยืนเป็นเรื่องที่ผู้คนตระหนักมากขึ้น “นักท่องเที่ยวให้ความสนใจและใส่ใจกับรูปแบบของการท่องเที่ยวมากขึ้น” วิลล์ โจนส์ ผู้ก่อตั้ง Journey by Design และ Wild Philanthropy กล่าว และเสริมว่า “แนวคิดเรื่องความยั่งยืนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก” เทรนด์การท่องเที่ยว ของปี 2020 นี้อาจไม่ได้บอกว่าคุณควรไปเที่ยวที่ไหน แต่เรากำลังชี้ว่าคุณควรเดินทางแบบไหน การท่องเที่ยวที่สนับสนุนกิจกรรมชดเชยคาร์บอน (Carbon offsetting) เริ่มขึ้นแล้ว “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งหมดให้ความสนใจวิกฤตทางสภาพอากาศและพยายามลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว” จอนนี บีลบี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wild Frontiers กล่าว โดยเริ่มจากธุรกิจการบิน นักท่องเที่ยวคาดหวังว่าผู้ประกอบการการท่องเที่ยวจะช่วยเกี่ยวกับกิจกรรมชดเชยคาร์บอน บริษัท Wild Frontiers มีการชดเชยคาร์บอนมาตั้งแต่ปี 2005 และในปีนี้บริษัทสามารถลดปริมาณคาร์บอนได้ 1.5 ลูกบาศก์เมตรต่อผู้โดยสารหนึ่งท่าน มีการถกเถียงกันเรื่องการบริหารเงินเพื่อชดเชยคาร์บอน “ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยเครื่องบินเป็นเวลานานเริ่มคำนึงถึงกิจกรรมชดเชยคาร์บอนของสายการบินเพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่ใช้จ่ายไปช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” เมลิซซา บิกส์ […]

เยี่ยมชม Our Land ดินแดนมหัศจรรย์

หากมีสถานที่สักแห่งหนึ่งที่เราสามารถพาครอบครัวและเด็กๆ ไปเรียนรู้เรื่องธรรมชาติได้อย่างเข้าใจผ่านการใช้ชีวิตจริง Our Land คือสถานที่แห่งนั้น คงจะกล่าวไม่เกินจริงไปนัก ถ้าผมจะบอกว่าเมื่อย่างเท้าเข้ามายังดินแดนเอาร์แลนด์ (Our Land) แห่งนี้ ความรู้สึกเหมือนราวกับได้ย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศของราวป่าและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติรอบ ๆ ที่ชวนให้หวนคิดถึงเรื่องราวสนุก ๆ ที่เคยสัมผัสในวัยเด็ก โดยเฉพาะการได้มาท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัวและเด็ก ๆ ยิ่งเพิ่มพูนความสุขจากกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันอย่างหลากหลาย “ดินแดนมหัศจรรย์” จากคำนิยามนี้ ที่นี่จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย และหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงใหลในธรรมชาติเอาร์แลนด์ พร้อมจะพาคุณเข้าไปซึมซับกับประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่ใช่แค่การนั่งชิล ๆ หากแต่เป็นการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติอย่างถ่องแท้ ผมมีนัดกับวีโจ้ เจ้าของเอาร์แลนด์ที่ร้าน 3199 cafe’ (ชื่อร้านมาจากชื่อทางหลวง 3199) บนถนนลาดหญ้า-เอราวัณ วีโจ้เป็นคนอินเดียใต้ที่ย้ายตามคุณพ่อมาอยู่เมืองไทย หลังจากคุณพ่อได้งานทำที่นี่ โดยเขาและครอบครัวได้อยู่อาศัยในไทยมานานกว่า 40 ปี แล้ว วัยเด็กเขาจึงได้เข้าโรงเรียนที่ไทย และพูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว วีโจ้บอกว่าการเดินทางเข้าพื้นที่เอาร์แลนด์ นั้น มีเส้นทางเดียว นั่นคือทุกคนต้องลอยคอจากแม่น้ำแควใหญ่เข้าไป การนัดเจอที่ 3199 cafe’ จึงมีความหมาย โดยเป็นทั้งสถานที่จอดรถ และให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในเอาร์แลนด์ อย่างมีความสุข อีกอย่างการทำงานของวีโจ้นั้นไม่ใช่แค่ตัวเองที่ได้ประโยชน์ แต่ชุมชนต้องได้ประโยชน์ด้วย คาเฟ่แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งพันธมิตรที่ให้ผู้มาเยือนและเจ้าของพื้นที่ได้มาพบเจอกัน […]

ท่องเที่ยวชุมชน ที่บ้านบางหมาก จังหวัดชุมพร

ท่องเที่ยวชุมชน สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น กินกาแฟ ดูลิง และชมเรือกสวน ในบรรยากาศชุมชนแดนใต้ หลังจากผ่านการนั่งหลังขดหลังแข็งบนรถตู้เป็นเวลา 6 ชั่วโมง จากกรุงเทพถึงชุมพร แดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วผิวกายทันทีที่เราก้าวลงจากรถ “ฝนพึ่งหยุดตกเมื่อวันนี้เอง” เสียงจากพี่คม – คม ศรีราช เจ้าของที่พัก เอ่ยต้อนรับเมื่อพบกับเรา บรรยากาศสวนมะพร้าว สวนปาล์ม และสวนผลไม้ รายล้อมพื้นที่โรงแรมวิลล่า วาริช โรงแรมขนาด 14 ห้องพักในรูปแบบบ้านในสวน ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านบางหมาก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เราเลือกมาพักที่นี่จากความนิยมของคะแนนรีวิวที่สูงลิ่วในเว็บไซต์จองที่พักชื่อดัง ฉันยังแอบถามตัวเองในใจว่า “โรงแรมเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบท ได้รับคะแนนสูงขนาดนี้ได้อย่างไร” และอีกหนึ่งเหตุผลคือมาดูรูปแบบการจัดการ ท่องเที่ยวชุมชน ก่อนหน้านี้ทั้งพี่คมและพี่แตง – นพรัตน์ ศรีราช ภรรยาของพี่คม เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในกรุงเทพ และเมื่อถึงวันที่ทั้งคู่มองเห็นช่องทางในการกลับบ้านเกิด จึงเกิดแนวความคิดในการสร้างที่พักขึ้น โดยตั้งใจให้เป็นที่พักสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสประสบการณ์ร่วมกับชุมชนท้องถิ่น (Local experiences) “ในช่วงแรก พี่เสนอแนวคิดที่พักแบบนี้กับคนในครอบครัว แต่ไม่มีใครสนับสนุนเราเลย” พี่คมเล่าด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม “ทุกคนถามว่า ใครจะเข้ามาพักในหมู่บ้านเล็กๆ แบบนี้” แต่จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศหลายเมือง […]

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการรับมือกับเจ็ตแล็ก

เจ็ตแล็ก เป็นผลจากการที่เราไม่สามารถปรับร่างกายตามเขตเวลาซึ่งแตกต่างจากเดิมเกินกว่า 3 ชั่วโมงได้ เครื่องบินในภาพนี้ ถูกถ่ายด้วยเลนส์ทิลต์ชิฟต์ (Tilt-Shift) ที่สนามบินเทเทอร์โบโร (Teterboro) ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ภาพถ่ายโดย VINCENT LAFORET, THE NEW YORK TIMES/REDUX PICTURES) ปรับตัวเข้ากับเขตเวลาใหม่โดยไม่ต้องเสียเวลากับ เจ็ตแล็ก หากคุณต้องโดยสารเครื่องบินข้ามเขตเวลาไปต่างประเทศ คุณอาจประสบกับอาการที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า circadian dysrhythmia หรือที่รู้จักกันในชื่อ เจ็ตแล็ก (Jet Lag) แต่อย่าได้กังวล “คุณสามารถปรับตัวเข้ากับเขตเวลา ณ ที่หมายของคุณได้ หากคุณมีการเตรียมตัวล่วงหน้า” ดับเบิลยู. คริส วินเทอร์ (W. Chris Winter) นักประสาทวิทยาจากเวอร์จิเนียผู้แต่งหนังสือ The Sleep Solution: Why Your Sleep Is Broken and How to Fix It กล่าว “ร่างกายของมนุษย์มีจังหวะนาฬิกาชีวภาพซึ่งถูกปรับมาเป็นอย่างดี” […]