การท่องเที่ยว ช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมและผู้อื่นได้มากขึ้นจริงหรือ

การท่องเที่ยวช่วยให้เราเข้าใจวัฒนธรรมและผู้อื่นได้มากขึ้นจริงหรือ

ในขณะที่นักวิจัยกล่าวว่าการท่องเที่ยวส่งผลต่อวิถีประสาท (neural pathways) ของสมอง แต่การเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริง (จากการท่องเที่ยว) ยังคงเป็นสิ่งที่ยากจะอธิบาย

ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) โดยปกติมักถูกนิยามว่าเป็น “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา” หรือ “การรู้สึกถึงสภาวะอารมณ์ของผู้อื่น” มันเป็นเครื่องมือทางสังคมที่สำคัญที่สามรถสร้างสะพานทางสังคมโดยการส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์จนก่อให้เกิดพฤติกรรมความเห็นอกเห็นใจได้ในที่สุด

ทว่า คนเราสามารถเรียนรู้ความเห็นอกเห็นใจได้หรือไม่ และการท่องเที่ยวสามารถมีส่วนช่วยการเรียนรู้นี้ได้หรือไม่

คำตอบนั้นซับซ้อน “การวิจัยแสดงให้เห็นว่าความเห็นอกเห็นใจไม่ได้มีมาตั้งแต่กำเนิด แต่สามารถสอนกันได้” นักจิตบำบัด F. Diane Barth ได้เขียนไว้ในวารสาร Psychology Today หลายงานวิจัยในอดีตบ่งชี้ว่าความเห็นอกเห็นใจเป็นคุณลักษณะที่ไม่สามารถสอนกันได้ แต่งานวิจัยเมื่อปี 2017 ได้แนะว่า “ความสามารถทางประสาทวิทยา” ที่เกี่ยวกับความเห็นอกเห็นใจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่สามารถสอนกันได้ภายใต้สถานการณ์อันเหมาะสม

ไม่ว่าการได้เห็นโลกจะสามารถเปิดใจนักท่องเที่ยว จนทำให้นักท่องเที่ยวมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นได้จริงหรือไม่ สิ่งนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในปี 2018 Harris Poll ได้ทำการสำรวจนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ (business travelers) ราว 1,300 คน ร้อยละ 87 กล่าวว่า การท่องเที่ยวเชิงธุรกิจช่วยให้พวกเขามีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นมากขึ้น และในการศึกษาเมื่อปี 2010 Adam Galinsky ศาสตราจารย์แห่งคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย พบว่าการท่องเที่ยวนั้น “เพิ่มความตระหนักรู้ของการเชื่อมโยงและการรวมกลุ่ม” กับวัฒนธรรมอื่นๆ

Karfa Diallo นำกลุ่มทัวร์ในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการค้าทาสในเมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2020 ภาพถ่ายโดย ANDREA MANTOVANI, THE NEW YORK TIMES/REDUX

ในขณะที่ความเห็นอกเห็นใจที่นิยามขึ้นมาด้วยตัวเองและความตระหนักรู้ยังคงเป็นมาตรวัดที่ไม่น่าเชื่อถือ การท่องเที่ยวก็ยังคงเป็นเหตุของการได้สัมผัสความต่างทางวัฒนธรรมผ่านการเดินทาง ซึ่งอย่างน้อยก็ได้สร้างสถานการณ์ที่เอื้อต่อการตรวจสอบจิตสำนึกและอคติที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) ของตัวเราเอง

“หากเราจะเปลี่ยนทิศทางสังคมให้เป็นสังคมที่มีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ก็ชัดเจนว่าการทำงานเพื่อเพิ่มความสามารถในเรื่องความเห็นอกเห็นใจเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของคนในระดับปัจเจก ชุมชน ประเทศ และนานาชาติเข้มแข็งขึ้น” Helen Riess ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และผู้เขียนงานวิจัยในปี 2017 กล่าว

เส้นทางที่ปูด้วยความตั้งใจที่ดี

เป็นเรื่องน่าสนใจที่การท่องเที่ยวในยุคใหม่เริ่มต้นขึ้นจากความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ในช่วงทศวรรษ 1850 โธมัส คุก ที่ภายหลังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท Thomas Cook ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระดับโลกของอังกฤษ ได้ใช้ระบบรถไฟสายใหม่เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวพักผ่อนในระยะสั้นสำหรับให้แรงงานชาวอังกฤษผู้ทำงานหนักได้มีโอกาสพักผ่อน Freya Higgins-Desbiolles อาจารย์อาวุโสแห่งภาควิชาการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย กล่าว

หนึ่งร้อยปีต่อมา องค์การสหประชาชาติได้ประกาศชั่วโมงการทำงานที่สมเหตุสมผล การพักร้อนที่ได้รับค่าจ้าง และ “การพักผ่อนในฐานะหนึ่งในสิทธิมนุษยชน” โดยในช่วงปี 1960 ได้มีการเรียกร้องให้เพิ่มวันหยุด และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพักผ่อนได้รวมตัวกันเพื่อรวมตัวเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับอาชีพ

นับตั้งแต่นั้น องค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization – WTO) และกลุ่มองค์กรการช่วยเหลือต่างๆ ของสหประชาชาติได้ยกย่องให้การท่องเที่ยวเป็นทั้ง “พลังที่สำคัญสำหรับความสงบสุขของโลกที่สามารถก่อให้เกิดทั้งคุณธรรมและภูมิปัญญาเพื่อความเข้าใจและพึ่งพากันและกันในระดับนานาชาติ” เช่นเดียวกับกลยุทธ์การพัฒนาทางเศรษฐกิจสำหรับชาติที่ยากจน

การท่องเที่ยว, พนักงานโรงแรม, บาหลี
พนักงานโรงแรมในรีสอร์ทที่เกาะบาหลี นักวิจัยด้านการท่องเที่ยวกล่าวว่าผู้มาเยือนควรมุ่งมั่นที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นโดยการมองข้ามปฏิสัมพันธ์เชิงแปลกเปลี่ยน (ตามหน้าที่) ภาพถ่ายโดย PHILIPPE CHARLOT, REDUX

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอยู่ได้ด้วยเป้าหมายที่สูงส่งเช่นนี้ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การท่องเที่ยวถูกกล่าวหาว่าได้ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ดังที่ สตีเฟน เวียริง ศาสตราจารย์ด้านการจัดการการท่องเที่ยว ได้เขียนไว้เมื่อ 20 ปีก่อนว่า “การท่องเที่ยวกลับทำให้ความไม่เท่าเทียมคงทนถาวรมากขึ้น” เนื่องจากองค์กรข้ามชาติจากกลุ่มประเทศทุนนิยมที่ร่ำรวยได้ควบคุมเศรษฐกิจและทรัพยากรเหนือประเทศที่กำลังพัฒนา

ในทุกวันนี้ ความไม่เท่าเทียมได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการท่องเที่ยว Nathan Thornburgh อดีตผู้สื่อข่าวต่างประเทศของนิตยสารไทม์ และ ผู้ก่อตั้งร่วมของ Road & Kingdom สื่อออนไลน์ด้านการท่องเที่ยวระดับโลก กล่าวและเสริมว่า “การเป็นผู้โดยสารสมาชิกสายการบิน สายคาดที่แบ่งแยกประเภทผู้โดยสารขึ้นเครื่อง วิธีที่คุณเรียกรถจากแอปพลิเคชั่นต่างๆ หรือการเรียกแท็กซี่จากสนามบิน ไม่ใช่รถโดยสารประจำทางหรือรถรับจ้างท้องถิ่น” สิ่งเหล่านี้กับทำให้การแบ่งแยกรุนแรงขึ้น ไม่ใช่กับความเห็นอกเห็นใจ “มันก็แค่การไปสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเท่านั้นแหละครับ”

ข้อเสียของความเห็นอกเห็นใจ

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการพัฒนาความเห็นอกเห็นใจไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหามากมาย โจเซฟ เอ็ม. เชียร์ ศาสตราจารย์แห่งศูนย์การวิจัยการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยวากายามะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวและเสริมว่า โดยธรรมชาติ ความเห็นอกเห็นใจเป็นเรื่องของการมอง “คนอื่น”

ในปี 2019 ได้มีการศึกษาการท่องเที่ยวแบบปั่นจักรยานของชาวตะวันตกในกัมพูชา เชียร์พบว่า แม้ในทัวร์จะมีกิจกรรมที่เอื้อต่อการทำความเข้าใจสังคมอย่างการเยี่ยมชมองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของท้องถิ่น การมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับคนกัมพูชาท้องถิ่น การสัมภาษณ์นักท่องเที่ยวเหล่านั้นหลังจากกิจกรรมการท่องเที่ยวจบลงเผยให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้เข้าใจบริบททางวัฒนธรรมของสถานที่ นักท่องเที่ยวต่างแสดงความรู้สึกเช่น “มีความสุข” “น่ารัก” และ “ใจดี” เมื่อต้องอธิบายถึงคนกัมพูชาท้องถิ่นหรือผู้ให้บริการทัวร์

เชียร์กล่าวเสริมอีกว่า อคติ “ต่อผู้อื่น” สามารถรับรู้ได้มากขึ้นจากระยะห่างระหว่างนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพบปะที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนบางอย่างชัดเจน เช่นในโรงแรม

Barbara Manigault ช่างสานกระเป๋าจากหญ้าหวานกำลังผลิตงานฝีมือของเธอในรัฐเซาท์แคโรไลนา ภาพถ่ายโดย RICHARD ELLIS, ALAMY STOCK PHOTO

การท่องเที่ยวแบบปัจเจกบุคคลมักให้ประสบการณ์ขัดแย้งกับความตั้งใจสูงสุดของเรา Bani Amor นักเขียนด้านการท่องเที่ยวซึ่งมักเขียนการท่องเที่ยวเกี่ยวกับเชื้อชาติ สถานที่ และอำนาจสังคม กล่าว

“ความตั้งใจในทางบวกมักขัดแย้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยสิ้นเชิง รวมไปถึงความขัดแย้งกับในวิธีการกดขี่กลุ่มคน BIPOC (Black, indigenous, people of colors – คนดำ คนพื้นเมือง และคนผิวสี) ทั่วโลก รวมไปถึงวิธีการปฏิบัติต่อแรงงานภาคการท่องเที่ยว และการที่ (คนท้องถิ่น) ถูกขับไล่ หรือไม่มีสิทธิที่จะมีความสุขในพื้นที่ของตัวเอง” Amor ผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศเอกวาดอร์ กล่าว

“คุณจะรับรู้ได้แค่เพียงประสบการณ์ของตัวคุณเองเท่านั้น” Anu Taranath ศาสตราจารย์ด้านความเท่าเทียมทางเชื้อชาติแห่งมหาวิทยาลัยวอชิงตัน-ซีแอตเทิล กล่าว และผู้อพยพรุ่นที่สองในสหรัฐอเมริกา กล่าว

เที่ยวให้ลึกขึ้น

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างสรุปว่าการท่องเที่ยวอาจจะไม่ได้กระตุ้นความเห็นอกเห็นใจจนเปลี่ยนนักท่องเที่ยวให้เป็นนักกิจกรรมด้านความเท่าเทียมในสังคม ทว่า การไม่ท่องเที่ยวเลยอาจส่งผลที่ย่ำแย่กว่าเดิม

เพราะการท่องเที่ยวทำให้เกิดการพบกันระหว่างคนแปลกหน้า ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นภาพจินตนาการของการเกิดความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากความใกล้ชิดที่เกิดจากการท่องเที่ยว Hazel Tucker กล่าวไว้ในการศึกษาเมื่อปี 2016 และเสริมว่า นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะให้เด็กๆ ได้มีประสบการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเริ่มต้นของชีวิต

“แน่นอนประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตัวเราได้จะต้องเป็นอะไรที่มากกว่าการปรากฏตัวพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง มันต้องอาศัยทั้งพลังงาน ความพยายาม และความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของนักท่องเที่ยว และขึ้นกับเงื่อนไขที่จำเพาะเจาะจงในสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่” Higgins-Desbiolles กล่าวและเสริมว่า “ผู้ที่ไปเยือนต้องเตรียมพร้อมที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวพร้อมที่จะมีส่วนร่วมผู้อื่นในระดับที่เท่าเทียมกัน”

เรื่อง RUTH TERRY


อ่านเพิ่มเติม การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

ไอซ์แลนด์ แดนแห่งความงามอันร้อนแรงจากภูเขาไฟและธารน้ำแข็ง

ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา แม้มนุษย์ (และแกะ) จะสร้างความเสียหายแก่ภูมิประเทศที่สลักเสลาขึ้นจากภูเขาไฟ และธารน้ำแข็งของ ไอซ์แลนด์ แต่สิ่งที่เหลืออยู่ยังคงงดงามน่าอัศจรรย์ เมื่อห้าวันก่อนวันคริสต์มาส ในกระท่อมเหนือเชิงเขาด้านเหนือของภูเขาไฟ เอยาฟยาตลาเยอคูตล์ (Eyjafjallajõkull) ที่สำ แดงเดชจนทำให้เครื่องบินทั่วยุโรปไม่สามารถขึ้นบินได้เมื่อปี 2010 ซิเกอร์เทอร์ เรนีร์ กิสลาสัน กำลังเสิร์ฟซุปปลากับปลาเฮร์ริงดอง ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าอาหารมื้อเที่ยงนี้เปรียบเสมือนของขวัญคริสต์มาส ภูเขาไฟนิ่งสงบ เมฆหมอกคลี่ตัวห่มคลุมธารน้ำแข็ง แต่ก่อนหน้านี้ เราต้องเดินข้ามแม่น้ำอันเย็นเยียบเพื่อมาที่นี่และรถของซิเกอร์เทอร์ก็ติดหล่มถึงสองครั้ง ด้านนอกกระท่อมอันอบอุ่น ต้นเบิร์ชตะปุ่มตะป่ำสยาย กิ่งก้านราวกับใยแมงมุมตัดกับลาดเขาห่มหิมะสีขาวโพลน “ภาพที่เห็นไม่ต่างจากตอนที่พวกไวกิ้งเดินทางมาถึงเลยค่ะ” กูทรูน น้องสาวของซิเกอร์เทอร์ เปรยขึ้น กูทรูนเป็นนักภูมิศาสตร์ ส่วนซิเกอร์เทอร์เป็นนักธรณีเคมีที่มหาวิทยาลัยเรคยาวิก ทั้งสองเล่าเรื่องราวภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ให้ผมฟัง และถ้านับเเนื้อแกะรมควันตรงหน้า ตัวละครหลักทั้งสี่ของเรื่องก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ภูเขาไฟ คือสิ่งที่รังสรรค์ไอซ์แลนด์และปกป้องดินแดนแห่งนี้จากเกลียวคลื่นในมหาสมุทรแอตแลนติกมาอย่างน้อย 16 ล้านปีแล้ว และปัจจุบันทุกสองสามปีภูเขาไฟสักลูกจะปะทุขึ้น เมื่อปี 2010 ซิเกอร์เทอร์บึ่งรถเข้าสู่ใจกลางกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคูตล์เพื่อเก็บตัวอย่างขี้เถ้า เขาคิดว่าคงได้ยินเสียงเถ้าถ่านร่วงหล่นใส่หมวกนิรภัย แต่กลับ ต้องประหลาดใจกับความเงียบงัน เขาเล่าว่า “มันบางเบาคล้ายผงแป้ง” แต่คมเหมือนแก้ว ธารน้ำแข็ง เริ่มคืบคลานและถอยร่นเมื่อราวสามล้านปีที่แล้ว ทุกวันนี้ ธารน้ำแข็งกำลังหดหายอย่างรวดเร็วก็จริง แต่ยังคงห่มคลุมกระทั่งยอดภูเขาไฟที่สูงที่สุด เมื่อภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งปะทุขึ้นจะก่อให้เกิดอุทกภัยจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง […]

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี ซิซิลี – ณ วัดของบาทหลวงคณะกาปูชินในเมืองปาแลร์โม เมืองหลวงของแคว้น ซิซิลี ซึ่งตั้งอยู่ ณ จัตุรัสอันเงียบสงัดใกล้กับสุสาน หากเดินลงบันไดผ่านรูปสลักไม้ของแม่พระมหาทุกข์ เราจะพบประตูที่นำไปสู่ห้องเก็บศพใต้ดิน ห้องนี้มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร พร้อมเพดานโค้งและทางเดินที่ทอดยาวไปทางมุมด้านขวา อากาศภายในห้องเย็นเยียบ อับชื้น และเหม็นเปรี้ยวจากกลิ่นฝุ่นและเสื้อผ้าที่เปื่อยยุ่ย ตามหิ้งบนผนังมีศพร่วม 2,000 ศพตั้งเรียงรายอยู่ในหีบที่ผุพัง พวกเขาแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเสื้อผ้าที่ดีที่สุดหรือเครื่องแบบชุดเก่งราวกับจะแต่งตัวไปอวดใคร เรื่อง        เอ. เอ. กิลล์ ภาพถ่าย วินเซนต์ เจ. มูซี ในยุโรป การผึ่งศพให้แห้งและการรักษาสภาพศพเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเป็นเอกลักษณ์ของซิซิลี แม้จะพบในพื้นที่อื่นๆของอิตาลีบ้างก็ตาม แต่ส่วนใหญ่อยู่ในซิซิลีที่ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างคนเป็นกับคนตายเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดคำถามว่า พวกเขาทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร และเพราะเหตุใดจึงนำซากศพเหล่านี้มาจัดแสดง ร่างไร้วิญญาณเหล่านี้อยู่ในอากัปกิริยาต่างๆที่บ่งบอกถึงบุคลิกและอุปนิสัยใจคอของแต่ละคน ขากรรไกรของพวกเขาอ้าค้างราวกับกำลังกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ฟันที่ผุกร่อนแสยะยิ้มคุกคาม เบ้าตาจ้องมองออกมาอย่างสิ้นหวัง ผิวหนังหยาบกร้านหุ้มกระดูกแก้มที่แห้งตอบและข้อนิ้วที่หลุดลุ่ย ซากศพเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของคนร่างเล็ก แขนทั้งสองข้างอยู่ในท่ากอดอก ขณะที่ลำตัวถูกรั้งให้ตั้งตรงด้วยลวดและตะปู ศีรษะตกพับอยู่บนไหล่ ร่างกายค่อยๆเสื่อมสภาพลงพร้อมๆกับท่วงท่าฝืนสังขารลอกเลียนคนเป็น คูหาเก็บศพเหล่านี้แบ่งแยกชัดเจนระหว่างนักบวชกับฆราวาส ด้านหนึ่งเราจึงพบบรรดาแพทย์ ทนาย และตำรวจในเครื่องแบบ แล้วยังมีคูหาสำหรับสตรีที่มัคคุเทศก์บอกว่า เราสามารถชื่นชมแฟชั่นของวันวานได้ แต่ซากศพเหล่านั้นสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ขะมุกขะมอม […]

ตั้งแคมป์บนมหาสมุทร อาร์กติก

“นํ้าแข็งหนาประมาณหนึ่งเมตร เรานอนกันบนมหาสมุทรที่ อาร์กติก โดยมีกระแสนํ้าม้วนตัวอยู่ด้านล่าง” — จอน  โกลเดน ขี่จักรยานเสือภูเขาในอุทยานแห่งชาติอายูอิตทุก ใน อาร์กติก ที่ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าการเดินทางในฤดูหนาว “มักเป็นไปไม่ได้” นับถอยหลังหกเดือน เตรียมพร้อมผมตั้งใจจะถ่ายภาพทีมนักผจญภัยสุดขั้วขี่จักรยานเสือภูเขาข้ามมหาสมุทรอาร์กติกในแคนาดาที่เย็นจนเป็นนํ้าแข็ง ผมจะ นั่งรถหิมะ ซึ่งก็ยังเป็นงานหนักอยู่ดี ผมจึงต้องดูแลสภาพร่างกายให้ดี ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนผมเริ่มซ้อมวิ่งและฝึกฝนร่างกายช่วงกลางลำตัวในอาร์กติก ถ้าเหนื่อยคุณจะนั่งลงไม่ได้ ต้องเคลื่อนที่ต่อไปหรือไม่ก็เข้าไปอยู่ในถุงนอนเลย ผมยังขออุปกรณ์บางอย่างจากผู้สนับสนุนด้วย นั่นคือแผ่นรองนอนบุขนเป็ดและถุงมือที่ผมใส่ตอนถ่ายภาพได้ นับถอยหลังสองสัปดาห์ รายการสัมภาระที่จำเป็น: แคมป์ของเราในอายูอิตทุกอยู่ห่างจากความเจริญราว 80 กิโลเมตรในทุกทิศทางดังนั้นผมจึงนำทุกอย่างที่ต้องการไปด้วสำหรับการเดินทางสองวันครึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ • ไฟสัญญาณฉุกเฉิน • โทรศัพท์มือถือผ่านดาวเทียม (ซึ่งจะใช้ได้เพียงวันละสองชั่วโมง ผมจึงทบทวนข้อตกลงด้านความปลอดภัยกับครอบครัวของผมไว้ล่วงหน้า) • ถั่วแมกคาเดเมีย (ซึ่งมีปริมาณไขมันสูงที่สุด) • แปรงสีฟันที่มาพร้อมยาสีฟันแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง • แบตเตอรี่กล้องหนึ่งโหลความเย็นทำให้พลังงานหมดเร็ว ผมจึงเก็บมันไว้ในเสื้อกั๊กหรือถุงนอน • ชุดชั้นในแบบยาวสองชุด นับถอยหลังสองวัน พร้อมออกเดินทาง: ผมตื่นเต้นเป็นช่วงๆ แต่ไม่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องจริงจนกระทั่งอยู่บนเครื่องบินไปเวอร์จิเนีย เมื่อเราลงจอดที่คีร์คิกทาร์จูอัก ผมไปที่บ้านแม่มัคคุเทศก์ชาวอินูอิตของเราเพื่อบรรจุสัมภาระใหม่ สมาชิกในทีมจัดเตรียมจักรยาน เราทบทวนสัญญาณมือเพื่อให้ผมกำกับพวกเขาในเฟรมกล้อง ขณะที่พวกเขาขี่ จักรยานได้ ก่อนออกเดินทาง […]

แคมปิ้งวิถีใหม่ กับการ แคมปิ้งในชุมชน

สัมผัสวิถีชีวิต และการท่องเที่ยวชุมชน ผ่านรูปแบบกิจกรรมที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง การกางเต็นท์ บนพื้นที่ของชุมชน ที่พัฒนามาเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ที่ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพมากขึ้น สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก การเดินทางของนักท่องเที่ยวหยุดชะงักงันโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศชะลอตัว และที่สำคัญ ส่งผลให้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต้องปรับตามสถานการณ์ คือนิยมการท่องเที่ยวด้วยตนเอง ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเป็นอันดับแรก การท่องเที่ยวในสถานที่ทางธรรมชาติ ไม่นิยมพักรวมกับผู้อื่น และมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ทิศทางการท่องเที่ยวจึงหันเหไปสู่การทำกิจกรรมกลางแจ้ง และการท่องเที่ยวในรูปแบบกางเต็นท์ค้างคืน แคมปิ้ง ก็กลับมาได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกครั้ง ชุมชนท่องเที่ยว โฮมสเตย์ จึงมีความตื่นตัวและต้องการปรับตัวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวแคมปิ้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างกรมการท่องเที่ยว เป็นหน่วยงานหลักเรื่องการพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการกลุ่มชุมชนท่องเที่ยว โฮมสเตย์ ให้มีมาตรฐานพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมแคมปิ้ง โดยการนำเสนอหลักเกณฑ์ 4 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านลักษณะพื้นที่ให้เหมาะสมกับการตั้งค่ายพักแรม 2. ด้านสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว 3. ด้านการบริหารจัดการเพื่อความปลอดภัย สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม 4. ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยวว่าชุมชนท่องเที่ยวมีความสามารถในการรองรับชาวแคมปิ้งได้อย่างเหมาะสมและน่าประทับใจ ในส่วนของการตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวในเรื่องการจัดกิจกรรมแคมปิ้ง กรมการท่องเที่ยวจึงสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยขึ้นมา และจัดอบรมเกณฑ์คุณภาพให้แก่ชุมชนท่องเที่ยว โฮมสเตย์ ที่สนใจพัฒนาพื้นที่ในชุมชนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการกางเต็นท์ โดยมีชุมชนที่สนใจตอบรับเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก และกรมการท่องเที่ยว […]