วัคซีนโควิด-19 จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่

วัคซีนโควิด-19 จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่

การฉีด วัคซีนโควิด-19 จะช่วยให้การท่องเที่ยวเริ่มใหม่ได้อีกครั้ง แต่ควรคาดหวังถึงการเดินทางที่เต็มไปด้วยการใช้พาสปอร์ตภูมิคุ้มกัน การตรวจเชื้อ และ การระมัดระวังนักท่องเที่ยว

ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 โลกได้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ซึ่งรวมไปถึงความหวังในการกลับมาท่องเที่ยวได้อีกครั้ง เนื่องจากหลายๆ ประเทศเริ่มอนุมัติ วัคซีนโควิด-19 หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นจาก Pfizer/BioNTech, Moderna, และ Oxford-AstraZeneca

ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปี 2021 ผู้คนจะได้รับวัคซีนและมีภูมิคุ้มกันจากโควิด-19 มากเพียงพอ ก็หมายถึงการได้ท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง (หรืออย่างน้อยก็จะเป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่เสี่ยงน้อยกว่าเดิม) อย่างไรก็ตาม ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยังคงลังเลที่จะวางแผนในการท่องเที่ยวครั้งต่อไป

วัคซีนโควิด-19 มีความหมายอย่างไรต่อการท่องเที่ยวในระยะเวลาอันใกล้ และทัศนคติในการเร่งกระบวนการ (หรือทำให้ช้าลง) ของการกลับไปเดินทางยังเส้นทางถนนหรือบนท้องฟ้ากลับมาอีกครั้งจะเป็นอย่างไร

ไม่มีวัคซีนที่รักษาความกลัว

“ความลังเลที่จะฉีดวัคซีนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องเอาชนะให้ได้” ดร. ทอม เคนยอน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพของโครงการ HOPE องค์การที่ทำงานด้านสุขภาพและมนุษยธรรมระดับโลก และอดีตผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา กล่าว

วัคซีนโควิด-19, ทดสอบโควิด, สนามบิน
ชายคนหนึ่งรับการทดสอบโควิด-19 ที่สนามบินลอสแอนเจลิส ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของไวรัสโควิด-19 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2020 ภาพถ่ายโดย MARIO TAMA, GETTY IMAGES

โดยการท่องเที่ยวจะกลับมาอีกครั้งได้ ทั้งสหรัฐอเมริกาและโลกต้องมีภูมิคุ้มกันหมู่ (herd community) ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อร้อยละ 70 ของประชากร มีแอนติบอดี้ป้องกันการติดเชื้อ (protective antibody) เคนยอนกล่าว และเร็วๆ นี้มีข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับการสร้างพันธุกรรมของโควิด-19 ในร่างกาย ซึ่งแนะว่าภูมิคุ้มกันหมู่จะได้ผลก็ต่อเมื่อประชากรมีแอนติบอดีถึงร้อยละ 90

อย่างไรก็ตาม การแจกจ่ายวัคซีนนั้นใช้เวลานานกว่าที่คิด เช่น มีวัคซีนเพียง 3 ล้าน จาก 20 ล้านโดสที่คาดไว้ได้ถูกฉีดให้กับชาวอเมริกันในเดือนธันวาคม 2020 ในส่วนประเทศอังกฤษ กล่าวว่าอาจจะต้องใช้เวลานับปีในการให้วัคซีนกับประชากร

โดยทุกประเทศต้องการให้มีภูมิคุ้มกันหมู่สำหรับการท่องเที่ยวเพื่อให้วิถีดั้งเดิมก่อนยุคโรคระบาดเริ่มต้นอีกครั้ง “เราคือส่วนหนึ่งของชุมชนโลก ที่ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และอนาคตต่างเชื่อมต่อและมีผลกระทบโดยโรคระบาด” ดร. เจเวล มัลเลน รองคณะบดีด้านความเท่าเทียมทางด้านสุขภาพและรองศาสตราจารย์ด้านสุขภาพและอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ Austin’s Dell แห่งมหาวิทยาลัยแท็กซัส กล่าว

เที่ยวคนเดียว, นักท่องเที่ยว, อยุธยา, วัดพระศรีสรรเพชญ์
นักท่องเที่ยวถ่ายภาพตัวเองกับไม้เซลฟี่ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดในเมืองโบราณจังหวัดอยุธยา ประเทศไทย ภาพถ่ายโดย DIEGO AZUBEL, EPA/REDUX

ม้วนแขนเสื้อขึ้น แล้วใส่มาสก์ซะ

วัคซีนโควิด-19 นั้นมีผลดีกว่าที่คาดไว้ในการป้องกันคนได้ที่รับวัคซีนจากอาการป่วย ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหวังว่า วัคซีนจะได้ผลที่ร้อยละ 50 – 70 โดยวัคซีนจาก Pfizer/BioNTech นั้นได้ผลถึงร้อยละ 95 เช่นเดียวกับวัคซีนจาก Moderna

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนในกรณีว่าคนได้รับวัคซีนก็สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ “เรายังไม่มีข้อมูลว่าวัคซีนโควิดจะสามารถลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้หรือไม่ ในขณะนี้มีเพียงข้อมูลที่แสดงว่าวัคซีนสามารถลดความเสี่ยงจากอาการป่วยได้เท่านั้น” ดร.เจนนิเฟอร์ แอชตัน หัวหน้าผู้สื่อข่าวด้านการแพทย์ของสำนักข่าวเอบีซี สหรัฐอเมริกา กล่าว

ไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นไวรัสชนิดใหม่และยังมีเรื่องราวที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกมากมาย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า มากกว่าครึ่งของการติดเชื้อมาจากผู้ที่ไม่แสดงอาการ โดย ดร. เคนยอน กล่าวว่า ให้คิดถึงความเป็นไปได้ของการที่ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วยังสามารถได้รับเชื้อโดยที่ยังไม่แสดงอาการ และเป็นผู้ที่แพร่กระจายเชื้อไวรัสโดยที่ไม่รู้ตัว

ทุกคนต่างอยากออกไปท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ความสำคัญแรกของการพัฒนาวัคซีนคือการป้องกันความเจ็บป่วยและความตาย มิใช่เพื่อให้การเดินทางกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง “ในขั้นการทดลองมีเพียงการติดตามว่ามีผู้ได้รับวัคซีนจำนวนเท่าใดที่มีอาการป่วยจากโควิด-19 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน” ดร. เคนยอน กล่าว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมหนึ่งเดือนหลังจากคุณได้รับวัคซีนเข็มแรกก็ตาม คุณจะยังไม่สามารถไปท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น จนกว่าจะมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลเราเพิ่มเติมอีกครั้ง

นักท่องเที่ยว, ปั่นจักรยาน, อิตาลี
นักปั่นคนหนึ่งกำลังมองไปยังเมืองอัสซีซีในอิตาลีจากหุบเขาด้านล่าง ภาพถ่ายโดย AARON HUEY

โลกต้องการภูมิคุ้มกัน

การให้โลกมีภูมิคุ้มกันไม่ใช่ที่เกิดขึ้นได้เร็วและง่ายดาย จากข้อมูลของ กลุ่มพันธมิตรวัคซีนของประชาชน (People’s Vaccine Alliance) องค์การเคลื่อนไหวด้านสุขภาพและมนุษยธรรมกล่าวว่า ประเทศร่ำรวยสามารถการันตีการได้รับวัคซีนได้ถึงร้อยละ 54 ของจำนวนรายชื่อผู้ที่ได้รับวัคซีน หากไม่ได้มีมาตรการเร่งด่วน องค์การฯ กล่าวว่าจะมีประชากรเพียงร้อยละ 10 จากประชากรของประเทศที่พัฒนาแล้ว 67 ประเทศที่จะได้รับวัคซีนในปี 2021 สถานการณ์นี้จะทำให้ประชากรของประเทศปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกัมพูชา เคนยา ศรีลังกา และยูกันดา อยู่ในภาวะเสี่ยง

การแก้ปัญหาหลักคือโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมุ่งที่เพิ่มการสร้างวัคซีนและรับประกันความเท่าเทียมในการกระจายวัคซีนอย่างเท่าเทียมกันทั้งโลก สิ่งแรกคือการจัดส่งวัคซีนให้เพียงพอในกลุ่มประชากรที่เปราะบางร้อยละ 20 ใน 184 ประเทศที่เข้าร่วม และประเทศที่ร่ำรวยจะต้องให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนไปยังประเทศที่ยากจน ซึ่งแม้ว่าประเทศร่ำรวยอย่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกาเข้าร่วม แต่เงินทุนของโครงการนี้ก็ยังไม่เพียงพอ โดยยังต้องการเงินทุนอีกราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 720,000 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ยังมีแนวความคิดในการใช้พาสปอร์ตวัคซีนเพื่อการเดินทาง การตรวจหาเชื้อในประเทศต้นทางและปลายทาง มาตรการจากสายการบิน ที่ยังคงต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อมิให้เกิดการปลอมแปลงข้อมูล อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศริเริ่มโครงการในลักษณะนี้แล้ว

ไม่มีใครปลอดภัย จนกว่าทุกคนจะปลอดภัย

“นี่ไม่ใช่เรื่องของ ฉัน แต่เป็นเรื่องของ เรา” ดร. แอชตัน กล่าวและเสริมว่า “โรคระบาดในครั้งนี้ได้ปลดเปลี้องการแบ่งแยกระหว่างพฤติกรรมความรับผิดชอบในสุขภาพของตัวเองและสุขภาพของผู้อื่น” โดยโควิด-19 ได้เตือนเราว่าร่างกายแบ่งปันโลกใบเดียวกันในเรื่องสุขภาพและความเจริญรุ่งเรือง และเราต้องต่างดูแลใส่ใจซึ่งกันและกัน

วัคซีนโควิด-19 ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพหมายถึงชีวิต ซึ่งรวมไปถึงการท่องเที่ยว จะกลับมาเป็นปกติในวันใดวันหนึ่ง ถ้าหากวัคซีนนั้นสามารถทั้งปกป้องการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส พร้อมทั้งต่อต้านการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และปฏิบัติในการระงับการแพร่เชื้อจะสิ้นสุดลงเมื่อภูมิคุ้มกันหมู่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างประสบความสำเร็จ

เรื่อง JOHANNA READ


อ่านเพิ่มเติม การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

ดูนก ง่ายๆ สไตล์ “ป้ากล้อง”

เคยไหมเวลาเราเจอใครสักคนแล้วเราปล่อยผ่านไปทั้งที่ใจอยากจะเข้าไปพูดคุย จนบางครั้งเมื่อเหตุการณ์ผ่านไปแล้วเราก็ได้แต่คิดในใจว่าไม่อยากให้การเจอกันครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ผมพบผู้หญิงคนหนึ่งโดยบังเอิญจากการเข้าไปดูเพจเกี่ยวกับภาพถ่ายธรรมชาติ โดยเฉพาะภาพถ่ายของนกนานาชนิดจากการ ดูนก ของเธอ ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมถึงอยากพูดคุยกับผู้หญิงคนนี้ สุดท้ายก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะชื่อเพจที่เรียกตัวเองว่า “ป้า” ของผู้หญิงคนนี้กระมังที่ทำให้เราอยากรู้เรื่องราวของเธอจนไม่อยากปล่อยผ่านเหมือนครั้งที่ผ่านมา ผมมีนัดพูดคุยกับ “ป้ากล้อง” หรือคุณหน่อย – ธนพร พิชิตพรรณ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “ป้ากล้อง” ที่อ่างเก็บน้ำกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ด้วยเหตุผลที่ว่าที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดและเป็นที่ที่ป้ากล้องชอบมาแอบถ่ายภาพนกนั่นเอง แล้วผมยังถือโอกาสนี้เรียนรู้วิธีการแอบถ่ายนกของป้ากล้องด้วย เผื่อใครที่สนใจเรื่องถ่ายภาพสัตว์ตามธรรมชาติจะได้ลองนำไปปรับใช้กันครับ “ป้ากล้อง” คือใคร ต้องเริ่มจากคำว่า “ป้ากล้อง” ก่อน ในความคิดพี่ถ้าเป็นผู้ชายถ่ายภาพเราจะเรียก “ตากล้อง” หากเป็นผู้หญิงเขาก็เรียก “ยายกล้อง”  ทีนี้เราไม่อยากเป็นยายไง (หัวเราะ)ขอเป็นแค่ป้าก็พอ เพราะด้วยวัยที่อายุ 56 ปีแล้วก็น่าจะเป็นป้าได้ อีกอย่างพี่มีความรู้สึกว่าป้าเป็นคำพูดที่ฟังดูคุ้นเคยกับลูกหลาน กับรุ่นน้องหรือกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ไม่แบ่งชั้นเป็นคนใกล้ชิดเป็นญาติสนิท คิดว่าคำนี้น่าจะเหมาะกับการที่เรานำมาตั้งชื่อเพจของเราซึ่งทำขึ้นมาเพื่อแบ่งปันความสุขที่เราได้เห็นให้คนอื่นๆได้เห็นด้วยนี่จึงเป็นที่มาของชื่อเพจป้ากล้องและที่มาของเพจ เหตุผลเบื้องหลังของคำถาม “ทำไมชอบดูนก” เสน่ห์ของเพจ “ป้ากล้อง” คืออะไร น่าจะเป็นความจริงใจในการนำเสนอแบบที่ตัวเองเห็นและเขียนเล่าอย่างง่ายๆ ตรงไปตรงมาแบบป้าบอกป้า พี่บอกน้อง แม่บอกลูก ทุกอย่างเขียนออกมาจากใจจริงๆ เขียนแบบคนที่ไม่มีความรู้เรื่องเขียนหนังสือนี่แหละ จุดประสงค์หลักอีกอย่างคืออยากนำความสุขมาให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นเพจของเราด้วย ก่อนจะมาเป็น “ป้ากล้อง” พี่ก็เป็นพี่หน่อย […]

มรดกโลกอิหร่านที่อาจสูญเสียในความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ

เนื่องจากความตึงเครียดที่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน แหล่ง มรดกโลกอิหร่าน ของวัฒนธรรมจักรวรรดิเปอร์เซียที่ขึ้นชื่อเหล่านี้อาจถูกทำลายไปด้วย จากพระราชวังเปอร์เซียที่แผ่ขยายไพศาลไปจนถึงศาสนสถานที่มีสถาปัตยกรรมละเอียดอ่อนโดดเด่น อิหร่านเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกถึง 22 แห่ง รวมถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญระดับโลกนับร้อยแห่ง ซากเมืองหลวงเก่าปาซาร์กาดีและเปอร์เซโปลิส (Pasargadae and Persepolis) ยังคงแสดงออกถึงอำนาจจากหลากเชื้อชาติของมหาจักรวรรดิที่เป็นผู้สร้าง และนวัตกรรมด้านโครงสร้างพื้นฐานทำให้เมืองกลางทะเลทรายของประเทศยังคงมีน้ำใช้จนถึงทุกวันนี้ ผู้แสวงบุญนับล้านคนยังคงหลั่งไหลไปเยือนอนุสาวรีย์ของศาสนาอิสลามนิกายชีอะฮ์ และยังมีเมืองของอิหร่านอีกมากมายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนด้านความสำคัญทางประวัติศาสตร์ขององค์การยูเนสโก นั่นเป็นเหตุผลว่า การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้โพสต์ข้อความลงบัญชีทวิตเตอร์เตือนว่าสหรัฐฯจะพุ่งเป้าการโจมตีไปที่แหล่งมรดกโลกของอิหร่าน จึงได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง มรดกโลกทางวัฒนธรรมได้รับการปกป้องตามอนุสัญญาปี 1954 เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินวัฒนธรรมในกรณีการขัดแย้งกันด้วยอาวุธ (1954 Hague Convention for the Protection of Cultural Property in the Event of Armed Conflict) และอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติปี 1972 (1972 Convention Concerning the Protection of the World Cultural and Natural Heritage) […]

เดินป่า ในประเทศไทย กับระดับความยากที่ต่างกัน

เดินป่า ในประเทศไทย กับระดับความยากง่ายของแต่ละเส้นทางที่แตกต่างกัน การท่องเที่ยวในรูปแบบการ เดินป่า ในประเทศไทยได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด และรักการผจญภัย ซึ่งสังเกตได้จากจำนวนผู้ประกอบธุรกิจเดินป่าในประเทศไทยที่มีไม่ตํ่ากว่าสองร้อยราย หรือการเติบโตของสื่อออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมเดินป่า ร้านรวงเกี่ยวกับอุปกรณ์เดินป่าที่เพิ่มมากขึ้น และการบริการนำเที่ยวเดินป่าในทุกภูมิภาคของประเทศไทย แหล่งท่องเที่ยวเดินป่าในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ เช่น อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดการท่องเที่ยวเดินป่าเพื่อศักษาเรียนรู้ธรรมชาติ นำไปสู่แนวคิดในการช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ในขณะเดียวกัน พื้นที่ก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีหน่วยงานราชการเป็นผู้บริหารจัดการดูแล ดังนั้นการเข้าไปประกอบกิจกรรมเดินป่าในพื้นที่เหล่านี้จึงจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ศึกษาข้อมูลก่อนออกเดินทาง อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แม้ว่าจะเป็นพื้นที่อนุรักษ์เหมือนกัน แต่วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง และรายละเอียดของการเข้าไปท่องเที่ยวจะแตกต่างกัน อุทยานแห่งชาติมีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษาเรียนรู้ เป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักในการประกาศจัดตั้งและจัดการพื้นที่ ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ไม่ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว แต่เป็นการประกาศจัดตั้งเพื่ออนุรักษ์ให้เป็นบ้านของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าเป็นสำคัญ ข้อควรระวัง: การเข้าไป เดินป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจึงมีกฎระเบียบ ข้อห้าม ข้อปฏิบัติที่พึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ต้องขออนุญาต ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ล่วงหน้า และอาจไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับที่สะดวกสบายนัก แต่การจะเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่อนุรักษ์ทั้งสองประเภทต้องคำนึงถึงความปลอดภัย การดำรงอยู่ของผืนป่าและสัตว์ป่า ผู้เป็นเจ้าของบ้านที่แท้จริงเป็นหลักใหญ่เสมอ เส้นทาง เดินป่า 5 ระดับ ระดับ 1 Nature […]

เทศกาลบั้งไฟเมืองฝรั่ง

เมื่อมีผู้คนจำนวนน้อยนิดที่ได้เดินทางสู่อวกาศ แล้วคนอื่นๆ ที่มีความฝันแบบเดียวกันจะทำอย่างไร?...ใช่แล้ว พวกเขาเดินทางมารวมตัวกันยังกลางทะเลทรายในรัฐเนวาดา เพื่อปล่อยสิ่งประดิษฐ์ที่พวกเขาสร้างเองด้วยความภาคภูมิใจขึ้นสู่ฟากฟ้าไง