วัคซีนโควิด-19 จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่

วัคซีนโควิด-19 จะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิมได้หรือไม่

การฉีด วัคซีนโควิด-19 จะช่วยให้การท่องเที่ยวเริ่มใหม่ได้อีกครั้ง แต่ควรคาดหวังถึงการเดินทางที่เต็มไปด้วยการใช้พาสปอร์ตภูมิคุ้มกัน การตรวจเชื้อ และ การระมัดระวังนักท่องเที่ยว

ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 โลกได้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ซึ่งรวมไปถึงความหวังในการกลับมาท่องเที่ยวได้อีกครั้ง เนื่องจากหลายๆ ประเทศเริ่มอนุมัติ วัคซีนโควิด-19 หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นจาก Pfizer/BioNTech, Moderna, และ Oxford-AstraZeneca

สำหรับประเทศไทย ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 05.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น วัคซีนโควิด-19 ของ Sinovac (ซิโนแวค) จำนวน 200,000 แสนโดส ได้มาถึงประเทศไทย และในวันเดียวกันนี้ก็จะมีวัคซีน AstraZeneca (แอสตราเซเนกา) เข้ามาอีก 117,000 โดส รวมแล้ว 317,000 โดส โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมบุคลากรทางแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมอบ

ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของปี 2021 ผู้คนจะได้รับวัคซีนและมีภูมิคุ้มกันจากโควิด-19 มากเพียงพอ ก็หมายถึงการได้ท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาอีกครั้ง (หรืออย่างน้อยก็จะเป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศที่เสี่ยงน้อยกว่าเดิม) อย่างไรก็ตาม ผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ยังคงลังเลที่จะวางแผนในการท่องเที่ยวครั้งต่อไป

วัคซีนโควิด-19 มีความหมายอย่างไรต่อการท่องเที่ยวในระยะเวลาอันใกล้ และทัศนคติในการเร่งกระบวนการ (หรือทำให้ช้าลง) ของการกลับไปเดินทางยังเส้นทางถนนหรือบนท้องฟ้ากลับมาอีกครั้งจะเป็นอย่างไร

ไม่มีวัคซีนที่รักษาความกลัว

“ความลังเลที่จะฉีดวัคซีนยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องเอาชนะให้ได้” ดร. ทอม เคนยอน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพของโครงการ HOPE องค์การที่ทำงานด้านสุขภาพและมนุษยธรรมระดับโลก และอดีตผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา กล่าว

วัคซีนโควิด-19, ทดสอบโควิด, สนามบิน
ชายคนหนึ่งรับการทดสอบโควิด-19 ที่สนามบินลอสแอนเจลิส ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของไวรัสโควิด-19 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2020 ภาพถ่ายโดย MARIO TAMA, GETTY IMAGES

โดยการท่องเที่ยวจะกลับมาอีกครั้งได้ ทั้งสหรัฐอเมริกาและโลกต้องมีภูมิคุ้มกันหมู่ (herd community) ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อร้อยละ 70 ของประชากร มีแอนติบอดี้ป้องกันการติดเชื้อ (protective antibody) เคนยอนกล่าว และเร็วๆ นี้มีข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับการสร้างพันธุกรรมของโควิด-19 ในร่างกาย ซึ่งแนะว่าภูมิคุ้มกันหมู่จะได้ผลก็ต่อเมื่อประชากรมีแอนติบอดีถึงร้อยละ 90

อย่างไรก็ตาม การแจกจ่ายวัคซีนนั้นใช้เวลานานกว่าที่คิด เช่น มีวัคซีนเพียง 3 ล้าน จาก 20 ล้านโดสที่คาดไว้ได้ถูกฉีดให้กับชาวอเมริกันในเดือนธันวาคม 2020 ในส่วนประเทศอังกฤษ กล่าวว่าอาจจะต้องใช้เวลานับปีในการให้วัคซีนกับประชากร

โดยทุกประเทศต้องการให้มีภูมิคุ้มกันหมู่สำหรับการท่องเที่ยวเพื่อให้วิถีดั้งเดิมก่อนยุคโรคระบาดเริ่มต้นอีกครั้ง “เราคือส่วนหนึ่งของชุมชนโลก ที่ทั้งสุขภาพ เศรษฐกิจ และอนาคตต่างเชื่อมต่อและมีผลกระทบโดยโรคระบาด” ดร. เจเวล มัลเลน รองคณะบดีด้านความเท่าเทียมทางด้านสุขภาพและรองศาสตราจารย์ด้านสุขภาพและอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ Austin’s Dell แห่งมหาวิทยาลัยแท็กซัส กล่าว

เที่ยวคนเดียว, นักท่องเที่ยว, อยุธยา, วัดพระศรีสรรเพชญ์
นักท่องเที่ยวถ่ายภาพตัวเองกับไม้เซลฟี่ที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดในเมืองโบราณจังหวัดอยุธยา ประเทศไทย ภาพถ่ายโดย DIEGO AZUBEL, EPA/REDUX

ม้วนแขนเสื้อขึ้น แล้วใส่มาสก์ซะ

วัคซีนโควิด-19 นั้นมีผลดีกว่าที่คาดไว้ในการป้องกันคนได้ที่รับวัคซีนจากอาการป่วย ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหวังว่า วัคซีนจะได้ผลที่ร้อยละ 50 – 70 โดยวัคซีนจาก Pfizer/BioNTech นั้นได้ผลถึงร้อยละ 95 เช่นเดียวกับวัคซีนจาก Moderna

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนในกรณีว่าคนได้รับวัคซีนก็สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ “เรายังไม่มีข้อมูลว่าวัคซีนโควิดจะสามารถลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้หรือไม่ ในขณะนี้มีเพียงข้อมูลที่แสดงว่าวัคซีนสามารถลดความเสี่ยงจากอาการป่วยได้เท่านั้น” ดร.เจนนิเฟอร์ แอชตัน หัวหน้าผู้สื่อข่าวด้านการแพทย์ของสำนักข่าวเอบีซี สหรัฐอเมริกา กล่าว

ไวรัสโควิด-19 ยังคงเป็นไวรัสชนิดใหม่และยังมีเรื่องราวที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมอีกมากมาย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกากล่าวว่า มากกว่าครึ่งของการติดเชื้อมาจากผู้ที่ไม่แสดงอาการ โดย ดร. เคนยอน กล่าวว่า ให้คิดถึงความเป็นไปได้ของการที่ผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วยังสามารถได้รับเชื้อโดยที่ยังไม่แสดงอาการ และเป็นผู้ที่แพร่กระจายเชื้อไวรัสโดยที่ไม่รู้ตัว

ทุกคนต่างอยากออกไปท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่ความสำคัญแรกของการพัฒนาวัคซีนคือการป้องกันความเจ็บป่วยและความตาย มิใช่เพื่อให้การเดินทางกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง “ในขั้นการทดลองมีเพียงการติดตามว่ามีผู้ได้รับวัคซีนจำนวนเท่าใดที่มีอาการป่วยจากโควิด-19 เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน” ดร. เคนยอน กล่าว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมหนึ่งเดือนหลังจากคุณได้รับวัคซีนเข็มแรกก็ตาม คุณจะยังไม่สามารถไปท่องเที่ยวในพื้นที่ที่มีผู้คนหนาแน่น จนกว่าจะมีงานวิจัยที่ให้ข้อมูลเราเพิ่มเติมอีกครั้ง

นักท่องเที่ยว, ปั่นจักรยาน, อิตาลี
นักปั่นคนหนึ่งกำลังมองไปยังเมืองอัสซีซีในอิตาลีจากหุบเขาด้านล่าง ภาพถ่ายโดย AARON HUEY

โลกต้องการภูมิคุ้มกัน

การให้โลกมีภูมิคุ้มกันไม่ใช่ที่เกิดขึ้นได้เร็วและง่ายดาย จากข้อมูลของ กลุ่มพันธมิตรวัคซีนของประชาชน (People’s Vaccine Alliance) องค์การเคลื่อนไหวด้านสุขภาพและมนุษยธรรมกล่าวว่า ประเทศร่ำรวยสามารถการันตีการได้รับวัคซีนได้ถึงร้อยละ 54 ของจำนวนรายชื่อผู้ที่ได้รับวัคซีน หากไม่ได้มีมาตรการเร่งด่วน องค์การฯ กล่าวว่าจะมีประชากรเพียงร้อยละ 10 จากประชากรของประเทศที่พัฒนาแล้ว 67 ประเทศที่จะได้รับวัคซีนในปี 2021 สถานการณ์นี้จะทำให้ประชากรของประเทศปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมเช่นกัมพูชา เคนยา ศรีลังกา และยูกันดา อยู่ในภาวะเสี่ยง

การแก้ปัญหาหลักคือโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก ซึ่งมุ่งที่เพิ่มการสร้างวัคซีนและรับประกันความเท่าเทียมในการกระจายวัคซีนอย่างเท่าเทียมกันทั้งโลก สิ่งแรกคือการจัดส่งวัคซีนให้เพียงพอในกลุ่มประชากรที่เปราะบางร้อยละ 20 ใน 184 ประเทศที่เข้าร่วม และประเทศที่ร่ำรวยจะต้องให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนไปยังประเทศที่ยากจน ซึ่งแม้ว่าประเทศร่ำรวยอย่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกาเข้าร่วม แต่เงินทุนของโครงการนี้ก็ยังไม่เพียงพอ โดยยังต้องการเงินทุนอีกราว 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 720,000 ล้านบาท)

นอกจากนี้ ยังมีแนวความคิดในการใช้พาสปอร์ตวัคซีนเพื่อการเดินทาง การตรวจหาเชื้อในประเทศต้นทางและปลายทาง มาตรการจากสายการบิน ที่ยังคงต้องดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อมิให้เกิดการปลอมแปลงข้อมูล อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศริเริ่มโครงการในลักษณะนี้แล้ว

ไม่มีใครปลอดภัย จนกว่าทุกคนจะปลอดภัย

“นี่ไม่ใช่เรื่องของ ฉัน แต่เป็นเรื่องของ เรา” ดร. แอชตัน กล่าวและเสริมว่า “โรคระบาดในครั้งนี้ได้ปลดเปลี้องการแบ่งแยกระหว่างพฤติกรรมความรับผิดชอบในสุขภาพของตัวเองและสุขภาพของผู้อื่น” โดยโควิด-19 ได้เตือนเราว่าร่างกายแบ่งปันโลกใบเดียวกันในเรื่องสุขภาพและความเจริญรุ่งเรือง และเราต้องต่างดูแลใส่ใจซึ่งกันและกัน

วัคซีนโควิด-19 ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพหมายถึงชีวิต ซึ่งรวมไปถึงการท่องเที่ยว จะกลับมาเป็นปกติในวันใดวันหนึ่ง ถ้าหากวัคซีนนั้นสามารถทั้งปกป้องการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส พร้อมทั้งต่อต้านการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และปฏิบัติในการระงับการแพร่เชื้อจะสิ้นสุดลงเมื่อภูมิคุ้มกันหมู่สามารถเกิดขึ้นได้อย่างประสบความสำเร็จ

เรื่อง JOHANNA READ


อ่านเพิ่มเติม การเดินทาง และท่องเที่ยว เป็นสิ่งจำเป็น

เรื่องแนะนำ

รวมช่องทาง Virtual Tour: สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ, อุทยาน, ดำน้ำ จากทั่วโลก

เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality) ที่ให้บรรยากาศจำลองสภาพแวดล้อมจริงหรือสภาพแวดล้อมจากจินตนาการผ่านการสร้างหรือบันทึกภาพเสมือนกำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์มาขึ้นเรื่อยๆ และนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 การท่องเที่ยวเสมือนจริง ( Virtual Tour ) เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นเนื่องจากสภาวะที่ผู้คนนับล้านจำเป็นต้องกักตัวอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่เชื้อไวรัส แต่ในขณะเดียวกันก็ยังต้องการรับประสบการณ์ใหม่ๆ จากการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเสมือนจริงนั้นสามารถทำได้จากหน้าจอในบ้านและทำได้หลากหลายรูปแบบ โดยเราได้รวบรวมรวมช่องทาง Virtual Tour เหล่านี้เอาไว้ในหลากหลายธีม ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ, อุทยาน หรือแม้แต่การดำน้ำ ที่โดดเด่นจากจากทั่วโลก Virtual Tour อุทยานรอบโลก ภูเขาเอเวอเรสต์ ประเทศเนปาล สำรวจและปีนเขาเอเวอเรสต์จากเบสแคมป์ฝั่งใต้ในเนปาลไปกับความสูง 5,380 เมตร ด้วยภาพเสมือนจริงมุมมอง 360 องศารอบทิศทาง ผ่านมุมมองจากแผนที่เสมือนจริงและการมองแบบสามมิติที่หมุนได้ โดยคุณสามารถชื่นชมยอดเขาสูง 8,848 เมตรได้ ทั้งหมดนี้สามารถเพียงแค่คลิกไอคอนรูปมนุษย์ (Google Earth) และวางไปในจุดที่คุณต้องการ ก็สามารถสำรวจบรรยากาศของภูเขาได้ในระดับพื้นผิว Google map: https://www.google.co.uk/maps/about/behind-the-scenes/streetview/treks/the-worlds-highest-peaks/ Google Earth: https://earth.google.com/web/@27.98395142,86.93155683,8219.93855301a,12857.37162339d,35y,-143.42154901h,54.94065347t,0r ภาพถ่าย 360 องศา: https://www.airpano.com/360photo/Everest-Nepal/  อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย (Zhangjiajie National […]

ชายหาดตะวันออกกลาง

สัมผัสทะเลสวยท่ามกลางพื้นที่ทะเลทรายที่ ชายหาดตะวันออกกลาง ภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และสถานที่ทางศาสนาซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาอย่างยาวนาน และภูมิภาคนี้ยังมี ชายหาดตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งความสวยงามตามธรรมชาติและชายฝั่งเพื่อการอาบแดดอีกด้วย ผืนน้ำที่ชวนหลงใหลช่วยขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระดับนานาชาติในภูมิภาคนี้ แม้ในอดีต พื้นที่นี้เต็มไปด้วยความไม่มั่นคงทางการเมือง แต่ด้วยสถานการณ์ที่เริ่มมั่นคงมากขึ้น นักท่องเที่ยวมากมายก็เริ่มเข้ามาเยือน ตามข้อมูลจากองค์การการท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization) ของสหประชาติ ระบุว่าการเติบโตของนักท่องเที่ยวนานาชาติที่เข้ามาในภูมิภาคนี้สูงขึ้นถึงร้อยละ 10 ในระหว่างปี 2017 ถึง 2018 ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยในระดับโลก จากชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่อากาศปลอดโปร่ง ไปจนถึงอ่าวที่ประดับไปด้วยผืนทรายส่องประกาย นี่คือ ชายหาดตะวันออกกลาง ที่ควรค่าแก่การไปเยือน เรื่อง ABBY SEWELL KITE BEACH ดูไบ Kite Beach เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัว เนื่องจากมีกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเล่นว่าว วอลเลย์บอล ลานสเกต และฟู้ดทรัก PHOTOGRAPH BY MICHAEL AMME, REDUX NISSI ไซปรัส หาด Nissi Beach มีชื่อเสียงเรื่องการเป็นสถานที่จัดงานสังสรรค์ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว […]

ชัยวรมันที่ 7 ณ บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

ตะลึง! อำนาจเกรียงไกร ชัยวรมันที่ 7 ณ บ้านโป่ง ชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724 – 1763) แม้จะเป็นวีรกษัตริย์ของชาวกัมพูชา ทว่า พระราชอำนาจของพระองค์เกรียงไกร พระราชอาณาเขตของพระองค์ยิ่งใหญ่และกว้างขวางกว่ากษัตริย์พระองค์ใดในอาเซียนทั้งหมด แม้แต่วีรกษัตริย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ผู้ชนะสิบทิศ” หรือบุเรงนองกยอดินนรธา ก็มิอาจเทียบเท่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทั้งอาณาเขต และสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะศาสนสถานที่โลกตะลึง อย่างปราสาทบายน บันทายฉมาร์ ฯลฯ ล่าสุด ผมต้องอึ้งและทึ่งอีกครั้ง เมื่อพบว่ามีเมืองโบราณสำคัญในสมัยชัยวรมันที่ 7 อีกเมืองหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพมหานครกว่าเมืองใดๆ ไม่ว่าจะเป็น วิมายะปุระ (พิมาย) ศรีชัยสิงหปุระ (ปราสาทเมืองสิงห์) ฯลฯ ทว่า ผมเพิ่งเคยได้ยินชื่อ ศรีศัมพูกปัฏฏนะ (สี-สำ-พู-กะ-ปัด-ตะ-นะ) เป็นครั้งแรก ทั้งๆ ที่เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไม่ถึง 80 กิโลเมตร หรือไม่ถึง 1 ชั่วโมง ทางรถยนต์ ปัจจุบัน ศรีศัมพูกปัฏฏนะ […]

ดูดาว ที่ริมน้ำ และล่าช้างบนเนินช้างศึก

แสงดาราระยิบพรายที่กาญจนบุรี ดูดาว แสงแดดกำลังส่องแสงอย่างเต็มกำลังในช่วงฤดูร้อนของเมืองไทย ใบไม้กำลังปลิดปลิวและร่วงโรยตามวงรอบของมันที่เวียนมาอีกรอบในปีนี้ ที่สังขละบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเรียลดระดับลงมาก เผยให้เห็นโครงสร้างเดิมและซากไม้ยืนต้นตายโผล่พ้นผิวน้ำ วิถีชีวิตในช่วงหลังการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวที่นี่ซบเซาไม่ต่างจากสถานที่อื่นๆ ดูดาว นักเดินทางและคนในท้องถิ่นหลายคนกล่าวว่า “อำเภอสังขละบุรีเป็นเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรม เมืองแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่าอันอุดม” ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นความงดงามอย่างหนึ่งที่ทำให้สังขละบุรีเป็นเมืองที่หลายคนอยากมาเยี่ยมชม ครั้งนี้ เราออกเดินทางมาถึงสังขละตอนบ่ายคล้อย เที่ยวชมวัดวาที่ผสานเอกลักษณ์ของคนท้องถิ่นพร้อมเรื่องราวของคนมอญ และเดินตลาดชมวิถีชีวิตของชาวบ้านในช่วงที่นักท่องเที่ยวยังมีจำนวนน้อย สิ่งที่ชาวบ้านในอำเภอสังขละบุรีพยายามนำเสนอคือ เรื่องความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่เราได้เห็นผ่านอาหาร การแต่งกาย และภาษาพูด แต่หมุดหมายสำคัญของการเดินทางของเราครั้งนี้คือ การดูดาวยามค่ำคืนบนวัดจมน้ำ หรือวัดวังก์วิเวการาม (เดิม) ในอดีต วัดวังก์วิเวการาม (เดิม) เป็นศาสนสถานที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพ ชาวกะเหรี่ยง และมอญ ได้ร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2496 ในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายคือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน ใน พ.ศ. 2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย มีโครงการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเขื่อนเขาแหลม เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเมื่อเก็บกักน้ำหลังเขื่อนแล้ว […]