เที่ยวเกาะ ซิซิลี เส้นทางแสวงบุญ และตำนานมาเฟียแห่งอิตาลี

เที่ยวเกาะ ซิซิลี เส้นทางแสวงบุญ และตำนานมาเฟียแห่งอิตาลี

เที่ยวเกาะ ซิซิลี เส้นทางแสวงบุญของชาวคริสต์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และตำนานมาเฟียแห่งอิตาลี

ในอดีตกาลนับพันปี เคยมีเส้นทางจาริกแสวงบุญ (pilgrimage) ของชาวคริสต์ซึ่งเริ่มต้นจากเมืองแคนเทอร์เบอรีในอังกฤษ ผ่านดินแดนในยุโรปมาสู่กรุงโรมจนไปถึงดินแดนทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิตาลี เส้นทางนี้เป็นที่รู้จักในอิตาลีว่า “Via Francigena” หรือ “ถนนที่มาจากฝรั่งเศส” 

ณ “แคว้นซิซิลี” (Sicily) เกาะทางตอนใต้ของอิตาลีซึ่งขึ้นชื่อเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มาเฟียนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแสวงบุญมาก่อน ดินแดนบนเกาะแห่งนี้ผ่านการค้าขายและการปกครองมากมาย ทั้งโดยชาวกรีก ชาวโรมัน ชาวนอร์มัน ชาวอาหรับและอื่นๆ เครือข่ายถนนทางเดินกว่า 950 กิโลเมตรบนเกาะยังทิ้งร่องรอยประวัติศาสตร์จากแต่ละยุคสมัยอยู่ รวมถึงสมบัติที่ยังอาจซ่อนอยู่ด้วย.. 

ชาวซิซิลีมีความหวังที่จะเห็นเส้นทางแสวงบุญพลิกฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง รัฐบาลและประชาชนให้ความร่วมมือในการจัดตั้งเส้นทาง “Magna Via Francigena” ซึ่งเป็นเส้นทางความยาวกว่า 180 กิโลเมตรผ่านเมืองชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะ ระหว่างทางจากเมืองเพอแลร์โมไปยังเมืองอะกริเจนโท นักเดินทางสามารถเก็บรับตราประทับจากจุดแวะพักที่ร่วมกิจกรรมได้ โดยอาสนวิหารสุดท้ายในเมืองอะกริเจนโทเป็นจุดสิ้นสุดเส้นทางที่รอเหล่านักเดินทางอยู่

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ประเทศไทย ขอเชิญชมภาพถ่ายบางส่วนจากการเดินทางบนเส้นทางจาริกแสวงบุญในตำนานบนเกาะซิซิลี ประเทศอิตาลี

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางได้ที่เว็บไซต์ https://www.visitsicily.info/en/the-magna-via-francigena/

ซิซิลี, อาสนวิหาร
นักเดินทางสามารถรับตราประทับดวงแรกได้ที่อาสนวิหารเพอแลร์โม (Cattedrale di Palermo) การแย่งชิงการปกครองบนเกาะซิซิลีทำให้อาสนวิหารได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากชาวนอร์มันและชาวอาหรับ
ซิซิลี, หมู่บ้านอาหรับ
หมู่บ้านอาหรับแห่งซูเทรา (Sutera’s Rabato neighborhood) เป็นละแวกบ้านเก่าแก่ก่อตั้งโดยชาวอาหรับตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 860 ซึ่งบ้านเรือนต่างๆ ถูกก่อสร้างด้วยปูนปลาสเตอร์และประดับด้วยกระเบื้องซิซิเลียน
ซิซิลี, พระแม่มารี
แท่นบูชาพระนางมารีย์พรหมจารี (the Virgin Mary) บนกำแพงบ้านในเมืองอะกริเจนโท “ทุกวันนี้ ศาสนาก็ยังเป็นหัวใจสำคัญของชาวเมืองอยู่” คุณมิรี มัคคุเทศก์จากเมืองซูเทรากล่าว “ระฆังโบสถ์จะเป็นตัวกำหนดชีวิตประจำวันของพวกเรา”
หญิงคนหนึ่งกำลังถือดอกไม้ที่เด็ดจากสวนหน้าบ้านในหมู่บ้านอาหรับแห่งซูเทรา
ถนนหิน, ซิซิลี
ถนนหินในตำบลปริซซี (Prizzi) เมืองปริซซีเป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคสำริดและเคยเป็นที่อาศัยของทั้งชาวกรีก ชาวโรมัน ชาวอาหรับและชาวคาร์เธจ
คุณโตโต้ เกรโซ อายุ 97 ปีกำลังเล่นเกมไพ่อยู่ในคลับของเมืองพริซซี บนเส้นทางแม็กนา เวีย ฟรานซิเจนามีจุดแวะพักมากมายทั้งบาร์ โบสถ์ ร้านค้าและบริการที่พักพร้อมอาหารเช้า (B&B)
ซิซิลี, เกาะซิซิลี, หน้าต่าง
ทิวทัศน์ของหมู่บ้านปริซซีผ่านหน้าต่างของห้องรอรถบัส
คอร์ลีโอน, คอร์ลิโอเน, ซิซิลี
บนเสานำทางจากตำบลคอร์ลีโอน (Corleone) ไปยังตำบลปริซซี มีป้ายแสดงเส้นทางหลักและทางอ้อมหากมีหิมะตก แถบสีแดง-ขาวเป็นสัญลักษณ์ประจำเส้นทางแม็กนา เวีย ฟรานซิเจนา
บ้านไร่, คอลิโอเน, คอลิโอน, ซิซิลี
ทิวทัศน์ย่านชนบทและบ้านไร่บนทางเดินจากตำบลคอร์ลีโอนไปยังตำบลปริซซี
ฝูงแกะ
ฝูงแกะเล็มหญ้าบนเนินเขาเหนือคอร์ลีโอน
คอร์ลิโอน, ซิซิลี
ชาวบ้านในคอร์ลีโอนกำลังนั่งพูดคุยขณะพระอาทิตย์ตกดิน คอร์ลีโลนถูกกล่าวขวัญในชื่อเสียงเรื่องมาเฟีย ในนวนิยายชื่อดังเรื่อง “The Godfather” เล่าถึงเจ้าพ่อมาเฟียซึ่งมีบ้านเกิดที่คอร์ลีโอน แต่ “อิทธิพลมืดของมาเฟียไม่ได้มีจุดเริ่มต้นในคอร์ลีโอน มันมีอยู่ทั่วอิตาลีอยู่นานแล้ว” คุณ Federico Blanda กล่าว
“Corleone’s anti-mafia museum” (CIDMA) หรือพิพิธภัณฑ์ต่อต้านมาเฟียในคอร์ลีโอนเก็บรวบรวมเอกสารเกี่ยวกับคดีมาเฟียและรูปภาพสยดสยองของเหยื่อมาเฟียไว้มากมาย
“เวลาผู้คนมาที่นี่เราเลยต้องเล่าความจริง นักข่าว ชาวบ้านจนถึงผู้พิพากษามากมายยอมเสียสละแม้ชีวิตของพวกเขาในการต่อกรกับมาเฟียที่คอร์ลีโอน”

เรื่องโดย SARAH BARRELL

ภาพถ่ายโดย FRANCESCO LASTRUCCI


อ่านเพิ่มเติม เยือนดินแดนซึ่งคนตายไม่เคยหลับใหลบนเกาะ ซิซิลี

ซิซิลี
มัมมี่นกบวชยืนอาบแสงเรืองรองอยู่ในคูหาของตนที่เมืองปีไรโน ผู้คนมักแวะเวียนมายังห้องเก็บศพใต้ดินเพื่อสวดภาวนาแด่วิญญาณของญาติพี่น้อง และขอให้พวกเขาช่วยเป็นตัวกลางสื่อสารกับพระเจ้าแทนตน

เรื่องแนะนำ

ภูเขาไฟมิฮาระ ดินแดนที่ (คนไทย) ยังไม่ค่อยรู้จัก

มหานครโตเกียวถือเป็นจุดศูนย์รวมของแหล่งท่องเที่ยว แหล่งช็อปปิ้ง และร้านอาหารของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะคนไทยเองก็นิยมไปเที่ยวกันมาก เนื่องจากการเดินทางสะดวกและยังได้รับฟรีวีซ่าอีก 15 วันด้วย ขณะที่ทุกคนมุ่งหน้าสู่โตเกียว ยังมีเกาะเล็กๆที่มีบรรยากาศสงบเงียบ ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งโตเกียวประมาณ 120 กิโลเมตร ซึ่งยังมีคนไทยน้อยคนนักที่รู้จักและเคยไป เกาะแห่งนี้มีชื่อว่า “เกาะโอชิมะ” (Oshima Island) เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับกิจกรรมดำน้ำ ตกปลา เดินป่า เดินเล่นรอบเมือง ปั่นจักรยาน วิ่ง และอื่นๆอีกมากมาย แต่ไฮไลต์สำคัญคือการปีนขึ้นไปบนปากปล่อง ภูเขาไฟมิฮาระ ซึ่งเวลาแจ้งกับคนญี่ปุ่นว่าเราต้องการไปที่นี่ ต้องบอกว่า “มิฮาระยามะ” (Mihara Yama) เพราะ “ยามะ” ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “ภูเขา” ภูเขาไฟลูกนี้สูง 758 เมตรจากระดับทะเล การปะทุครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1986 หรือ 33 ปีก่อน ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความน่าสนใจ ทว่าคนทั่วไปอาจยังไม่ค่อยคุ้นชื่อกันสักเท่าไร เกาะโอชิมะเป็น 1 ใน 11 เกาะสำคัญที่มีคนอาศัยอยู่ เป็นอีกสถานที่หนึ่งในญี่ปุ่นที่พวกเราอยากแนะนำให้คุณลองมาเที่ยวกันครับ หากว่าคุณนั้นอยากมาสัมผัสกับธรรมชาติที่น่าตื่นตาและวิถีชีวิตของผู้คนที่เรียบง่าย ทีมเรารู้สึกชอบที่นี่มาก อยากแบ่งปันประสบการณ์ให้คุณผู้อ่านเก็บไว้เป็นข้อมูลในการเดินทางครั้งต่อไปกันครับ พวกเราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนกลางดึกไปถึงสนามบินฮาเนดะตอนช่วงเช้าตรู่ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังท่าเรือทาเคชิบะ […]

อัศจรรย์พิภพ บาดาล แห่งสโลวีเนีย

ในภูมิภาคแบบคาสต์ของสโลวีเนีย ถ้ำสองแห่งทอประกายอยู่ในภาพถ่ายโลก บาดาล ตระการตาที่ไม่เคยมีใครถ่ายได้มาก่อน เราจึงย้อนรอยการค้นพบครั้งนั้น ปากทางเข้าสู่ถํ้า บาดาล ซึ่งเคยรู้จักกันในชื่อที่มีความหมายตรงตัวว่า “ถํ้าหนาว” ตั้งอยู่ทางใต้ของสโลวีเนีย ห่างจากเมืองหลวงลูบลิยานา 34 กิโลเมตร ปัจจุบันรู้จักกันในนาม คริชนา (Križna)  ตามชื่อโบสถ์ที่อยู่ใกล้กันอันเป็นจุดหมาย ของนักจาริกแสวงบุญ ตั้งอยู่บนยอดเขา สูง 857 เมตร  ในลุ่มนํ้าลูบลินิตซา ที่ซึ่งนํ้าระบายผ่าน ภูมิประเทศแบบคาสต์ (karst) ทําให้เกิดเครือข่ายหลุมยุบ เถื่อนถํ้า และทางเดินใต้ดินอันน่าพิศวง พบหลักฐานว่าผู้คนมาเยือนถํ้าแห่งนี้มานับพันปีแล้ว เศษเครื่องปั้นดินเผาที่พบใกล้ทางเข้าถํ้ามีอายุอยู่ในยุคสําริด รายงานชิ้นแรกเกี่ยวกับถํ้าคริชนาเป็นของจอห์น เจมส์ โทบิน ชาวอังกฤษ หลังมาเยือนถํ้านี้เมื่อปี 1832 ต่อมา ในปี 1838 โยเชฟ เซเรร์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ จึงได้เขียนคําอธิบายถํ้าและสเก็ตช์ภาพถํ้าขึ้นเป็นครั้งแรก จุดเปลี่ยนของการสํารวจถํ้าแห่งนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1878 หลังเฟร์ดินาน ฟอน ฮอคช์เตเตอร์ นักธรณีวิทยา ผู้พํานักอยู่ในกรุงเวียนนา ขุดพบกระดูก 4,600 ชิ้นซึ่งเป็นของหมีถํ้าราว 100 ตัว ระหว่างที่ฮอคช์เตเตอร์ขุดค้น ครั้งที่สองในปีถัดมา […]

17 ที่เที่ยวโรแมนติกทั่วโลกในมุมมองเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

สัมผัสกลิ่นอายแห่งความรักในจุดหมายปลายทางที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทีสุดของความโรแมนติก จากการคัดเลือกของทีมงานเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์

เอช. เอช. โฮล์มส์คือหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน เรื่องราวความน่ากลัวของเขาโหดจนบันดาลใจให้มีการสร้างโรงแรมวิปลาสแห่งนี้ขึ้นในกรุงลอนดอน