ไอซ์แลนด์ แดนแห่งความงามอันร้อนแรงจากภูเขาไฟและธารน้ำแข็ง

ไอซ์แลนด์ แดนแห่งความงามอันร้อนแรงจากภูเขาไฟและธารน้ำแข็ง

ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา แม้มนุษย์ (และแกะ) จะสร้างความเสียหายแก่ภูมิประเทศที่สลักเสลาขึ้นจากภูเขาไฟ และธารน้ำแข็งของ ไอซ์แลนด์ แต่สิ่งที่เหลืออยู่ยังคงงดงามน่าอัศจรรย์

เมื่อห้าวันก่อนวันคริสต์มาส ในกระท่อมเหนือเชิงเขาด้านเหนือของภูเขาไฟ เอยาฟยาตลาเยอคูตล์ (Eyjafjallajõkull) ที่สำ แดงเดชจนทำให้เครื่องบินทั่วยุโรปไม่สามารถขึ้นบินได้เมื่อปี 2010 ซิเกอร์เทอร์ เรนีร์ กิสลาสัน กำลังเสิร์ฟซุปปลากับปลาเฮร์ริงดอง ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่าอาหารมื้อเที่ยงนี้เปรียบเสมือนของขวัญคริสต์มาส ภูเขาไฟนิ่งสงบ เมฆหมอกคลี่ตัวห่มคลุมธารน้ำแข็ง

แต่ก่อนหน้านี้ เราต้องเดินข้ามแม่น้ำอันเย็นเยียบเพื่อมาที่นี่และรถของซิเกอร์เทอร์ก็ติดหล่มถึงสองครั้ง ด้านนอกกระท่อมอันอบอุ่น ต้นเบิร์ชตะปุ่มตะป่ำสยาย กิ่งก้านราวกับใยแมงมุมตัดกับลาดเขาห่มหิมะสีขาวโพลน “ภาพที่เห็นไม่ต่างจากตอนที่พวกไวกิ้งเดินทางมาถึงเลยค่ะ” กูทรูน น้องสาวของซิเกอร์เทอร์ เปรยขึ้น

กูทรูนเป็นนักภูมิศาสตร์ ส่วนซิเกอร์เทอร์เป็นนักธรณีเคมีที่มหาวิทยาลัยเรคยาวิก ทั้งสองเล่าเรื่องราวภูมิประเทศของไอซ์แลนด์ให้ผมฟัง และถ้านับเเนื้อแกะรมควันตรงหน้า ตัวละครหลักทั้งสี่ของเรื่องก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว

ไอซ์แลนด์
ที่น้ำตกลิตลาเนสฟอสส์ สายน้ำตัดผ่านธารลาวาสมัยโบราณ ซึ่งกลายเป็นเสาหินเมื่อเย็นตัวลง WILD WONDERS OF EUROPE
ไอซ์แลนด์, ภูเขาไฟ
เมื่อครั้งภูเขาไฟเควียร์ฟีอัตล์ระเบิดเมื่อ 2,500 ปีก่อน ไม่มีใครรู้เห็น เนื่องจากไอซ์แลนด์ยังเป็นดินแดนรกร้างว่างเปล่า เย็นวันหนึ่งในเดือนมีนาคม ออร์โชลยา ฮาร์เบิร์ก ช่างภาพ ยืนเฝ้ามองตามลำพังขณะสายลมจากทางเหนือพัดผ่านผิวน้ำแข็งบางๆของทะเลสาบมีย์วัตน์ โดยกวาดหิมะเข้ามาทับถมจนดูราวกับเส้นทางเดินไปยังปล่องภูเขาไฟ

ภูเขาไฟ คือสิ่งที่รังสรรค์ไอซ์แลนด์และปกป้องดินแดนแห่งนี้จากเกลียวคลื่นในมหาสมุทรแอตแลนติกมาอย่างน้อย 16 ล้านปีแล้ว และปัจจุบันทุกสองสามปีภูเขาไฟสักลูกจะปะทุขึ้น เมื่อปี 2010 ซิเกอร์เทอร์บึ่งรถเข้าสู่ใจกลางกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจากภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคูตล์เพื่อเก็บตัวอย่างขี้เถ้า เขาคิดว่าคงได้ยินเสียงเถ้าถ่านร่วงหล่นใส่หมวกนิรภัย แต่กลับ ต้องประหลาดใจกับความเงียบงัน เขาเล่าว่า “มันบางเบาคล้ายผงแป้ง” แต่คมเหมือนแก้ว

ธารน้ำแข็ง เริ่มคืบคลานและถอยร่นเมื่อราวสามล้านปีที่แล้ว ทุกวันนี้ ธารน้ำแข็งกำลังหดหายอย่างรวดเร็วก็จริง แต่ยังคงห่มคลุมกระทั่งยอดภูเขาไฟที่สูงที่สุด เมื่อภูเขาไฟใต้ธารน้ำแข็งปะทุขึ้นจะก่อให้เกิดอุทกภัยจากการพังทลายของธารน้ำแข็ง น้ำ จากหิมะละลายและน้ำแข็งที่ไหลบ่าลงสู่ทะเลจะพัดพาสะพานและท่วมทะลักพื้นที่เพาะปลูก

สันเขา
แสงแรกแห่งอรุณรุ่งของเดือนมิถุนายนอาบไล้สันเขาที่เกิดจากหินไรโอไลต์สีสนิมของภูเขาไฟแลนด์มันนาเลอการ์ นี่คือแดนสวรรค์สำหรับนักปีนเขา ออร์โชลยาและเออร์เลนด์ ฮาร์เบิร์ก ปีนขึ้นไปยังจุดชมวิวหลังเวลาเที่ยงคืน และพอถึงรุ่งสางราว 3.00 น. หมู่เมฆที่ปกคลุมก็คลี่ตัวออกให้พวกเขาได้เก็บภาพช่วงสั้นๆ “แค่ห้านาทีเท่านั้นค่ะ แล้วทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม” ออร์โชลยาเล่า WILD WONDERS OF EUROPE
บ่อน้ำพุร้อน, ไอซ์แลนด์
เควียราเวตลีร์ (Hveravellir) ซึ่งแปลตามตัวว่า “บ่อน้ำพุร้อนกลางที่ราบ” คือที่ราบขั้นบันไดบางๆ ของตะกอนกีย์เซอร์ที่ทับถมเมื่อน้ำเย็นลง ฟีอัตลาเอวินตูร์ จอมโจรผู้อื้อฉาวสมัยศตวรรษที่สิบแปดเร้นกายอาศัยไออุ่นอยู่ที่นี่นานหลายปีโดยคอยขโมยแกะจากทุ่งเลี้ยงสัตว์ในฤดูร้อน

ผู้คน เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อคนที่เข้ามาตั้งรกรากกลุ่มแรกจากนอร์เวย์เดินทางมาถึงในปี ค.ศ. 874 หลังภูเขาไฟสองลูกเกิดการปะทุครั้งใหญ่เพียงสามปี ก่อนหน้านั้น ไอซ์แลนด์เป็นดินแดนรกร้างว่างเปล่า มีสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวคือสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก หากไม่นับเรื่องภูเขาไฟ ที่นี่จัดว่าเงียบสงบ มีเพียงเสียงลม เสียงคลื่น และเสียงร้องของนกทะเลเท่านั้น ชาวไอซ์แลนด์แต่งเติมความหมายให้ดินแดนว่างเปล่านี้ด้วยเรื่องเล่าและตำนานเก่าแก่ แต่พวกเขาก็พรากอาภรณ์ไปจากมันเช่นกัน ป่าเบิร์ชเคยปกคลุมพื้นที่ราวหนึ่งในสี่ของประเทศ แต่ปัจจุบันเหลือเพียงร้อยละหนึ่ง ต้นไม้ถูกโค่นเพื่อทำถ่านกระทั่งถึงศตวรรษที่สิบเก้า

แกะ ผู้เข้ามาตั้งถิ่นฐานนำปศุสัตว์และหมูมาด้วย แต่ต่อมาอากาศกลับหนาวเย็นลงเป็นเวลาถึง 500 ปี แกะที่มีขนยาวจึงกลายเป็นสัตว์เจ้าถิ่น ในฤดูร้อน แกะหลายแสนตัวยังคงและเล็มหญ้ากลางทุ่งโล่งบนที่สูง แกะกินทุกอย่างที่ขวางหน้ารวมถึงต้นเบิร์ชอ่อนๆ ด้วย กูทรูนบอกว่า ทุกวันนี้พื้นที่ในไอซ์แลนด์ที่มีพืชพรรณขึ้นคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าครึ่งหนึ่งจากที่เคยมีถึงสองในสาม เมื่อดินภูเขาไฟไร้พืชปกคลุม สายลมและสายน้ำก็พัดพาหน้าดินออกไป

น้ำตก, ไอซ์แลนด์, น้ำพุ
น้ำตกฮเรินฟอสซาร์ในเดือนกันยายนงดงามไปด้วยพืชพรรณไม่ต่างจากยุคไวกิ้งทั้งต้นเบิร์ชและบ็อกบิลเบอร์รี่อวดสีสันตัดกับสายน้ำขาวโพลนจากทรายแป้งของแม่น้ำควีเตา น้ำตกแห่งนี้เกิดจากแนวน้ำพุซึ่งรวมตัวไหลรี่ลงสู่แม่น้ำที่อยู่ห่างออกไปบนฝั่ง
ซุ้มหิน
เกลียวคลื่นในฤดูหนาวซัดผ่านซุ้มหินบะซอลต์ซึ่งสลักเสลาขึ้นด้วยแรงคลื่นที่หมู่บ้านอาร์นาร์สตาปิ บนคาบสมุทรสไนเฟตล์สเนียส ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นแดนสวรรค์ของ นกคิตตีเวกขาดำ นกทะเลที่จับคู่ผสมพันธุ์ที่นี่ ซุ้มหินขนาดใหญ่ที่เห็นนี้สูงราว 12 เมตร

สรุปก็คือ มนุษย์และสัตว์ของพวกเขาที่ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดในอาณาจักรแห่งภูเขาไฟ และธารน้ำแข็ง ได้ลดทอนคุณค่าของดินแดนแห่งนี้ในระดับที่น่าตกใจ

ถ้าคุณไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางนี้ ก็คงหลงชื่นชมความงามอันน่าอัศจรรย์ที่หลงเหลืออยู่

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม หลังพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเมื่อเวลา 11.00 น. ซิเกอร์เทอร์, กูทรูน และผม พยายามเดินทางไปยังภูเขาไฟคัตลา การปะทุของภูเขาไฟลูกนี้และอุทกภัยจากการพังทลายของธารน้ำแข็งเมื่อปี 1918 เกือบจะซัดปู่ของทั้งคู่ไป หิมะปกคลุมถนนจนเราต้องหันหลังกลับ เราผ่านน้ำตกที่สายน้ำยังคงมีสีเทาจากขี้เถ้า ลมกระโชกแรงจนเกือบจะพัดรถของเราตกถนน ต่อมาเราข้ามแม่น้ำธารน้ำแข็งที่ผ่านเมื่อวันก่อนบนท้องฟ้าเหนือมหาสมุทร ลงไปทางใต้ เมฆคลายตัวจนเกิดช่องโหว่ ทิวเขาเหนือแม่น้ำจึงอาบไล้ด้วยแสงแดดอ่อนๆ

ธารน้ำแข็ง, ไอซ์แลนด์
กระแสน้ำธารน้ำแข็งไหลบ่าลงมาจากผาหินสูง 12 เมตรที่โกดาฟอสส์ หรือ “น้ำตกแห่งเทพเจ้า” หลังจากประชาคมชาวไอซ์แลนด์ลงมติเข้ารีตเป็นคริสตชนเมื่อปี ค.ศ. 1000 บรรดาผู้นำของพวกเขาก็พร้อมใจกันโยนรูปเคารพในความเชื่อพื้นเมือง ลงไปในน้ำตก กูทรูน กิสลาโดตตีร์ นักภูมิศาสตร์ บอกว่า เกาะที่มอสส์ขึ้นปกคลุมในภาพ “ได้รับการปกป้องจากฝูงแกะไปโดยปริยาย”
ภูเขาไฟเอยาฟยาตลาเยอคูตล์ในไอซ์แลนด์ยามก่อนรุ่งอรุณของวันที่ 23 เมษายน ปี 2010 เหตุการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ก่อนหน้านี้ ลาวาที่ผุดพลุ่งผ่านธารน้ำแข็งก่อให้เกิดอุทกภัยจากน้ำแข็งละลาย สร้างความเสียหายแก่ถนนหนทางและเรือกสวนไร่นา นอกจากนี้ การปะทุของภูเขาไฟซึ่งปล่อยเถ้าธุลีขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศยังส่งผลให้การจราจรทางอากาศในยุโรปต้องหยุดชะงักนานร่วมสัปดาห์

ไม่กี่นาทีต่อมา เราผ่านเนินดินที่กูนนาร์ ตัวเอกในตำนานท้องถิ่นตกจากหลังม้าระหว่างทางหลบหนีไปซ่อนตัว เมื่อเหม่อมองกลับไปทางบ้าน เขาร่ายบทกวีที่ชาวไอซ์แลนด์ทุกคนรู้จัก ซิเกอร์เทอร์แปลให้ฟังว่า “ลาดเขานั้นช่างงดงาม งามกว่าที่เคยเป็นมา ข้าจะกลับบ้านและไม่ไป ไหนทั้งนั้น” ไอซ์แลนด์ยังคงเปี่ยมมนตร์เสน่ห์ดังว่า ออร์โชลยาและเออร์เลนด์ ฮาร์เบิร์ก กล่าวว่า ”ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังไม่มีต้นไม้คอยบดบังทัศนียภาพอันน่าอัศจรรย์อีกด้วย

เรื่อง โรเบิร์ต คุนซิก
ภาพถ่าย ออร์โชลยาและเออร์เลนด์ ฮาร์เบิร์ก

เผยแพร่ครั้งแรกในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เดือนพฤษภาคม 2555


อ่านเพิ่มเติม Blue Lagoon โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพที่สร้างเงินมหาศาลให้การท่องเที่ยวไอซ์แลนด์

เรื่องแนะนำ

รวมสุดยอดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งเมียนมา

สถูปสีทอง วัดขั้นบันได และอารามสถานที่สุกสว่างไปด้วยแสงไฟได้แต่งแต้มทิวทัศน์ของ เมียนมา ให้สวยงาม ประเทศที่ปกคลุมไปด้วยความลึกลับอย่างเมียนมาเพิ่งออกจากทศวรรษแห่งความโดดเดี่ยวภายใต้การปกครองของกองทัพ และเริ่มเปิดพรหมแดนเพื่อการท่องเที่ยวอีกครั้ง (ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยวอีกครั้งจากการยึดอำนาจของทหารในขณะนี้) สถูปสีทอง วัดขั้นบันได และอารามสถานสุกสว่างไปด้วยแสงไฟได้แต่งแต้มทิวทัศน์ให้สวยงาม และเผยให้เห็นถึงวัฒนธรรมทางจิตวิญญาณที่ย้อนกลับไปได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคริสต์ศักราช แม้ว่าเมียนมาจะไม่ได้กำหนดศาสนาประจำชาติอย่างเป็นทางการ แต่ร้อยละ 90 ของประชากรทั้งประเทศนั้นนับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาท ซึ่งอยู่ร่วมกว่ากลุ่มชาติกว่า 100 กลุ่มที่นับถือศาสนาอื่นๆ เช่นคริสต์ศานาหรืออิสลาม นี่คือเรื่องราวของสถานที่ศักดิ์ในหลายภูมิภาคของเมียนมา ที่จะเผยให้เห็นถึงความอลังการและศรัทธาในศาสนาของพวกเขา เรื่อง GULNAZ KHAN เจดีย์วัดอองสัจจะ (AUNG SAKKYA PAGODA) โดดเด่นเป็นสง่าบนท้องฟ้าเมืองโมนยวา เจดีย์ที่มีความสูงกว่า 122 เมตรถูกล้อมรอบด้วยเจดีย์ที่เล็กกว่าซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ภายใน ภาพถ่ายโดย LEMAIRE STEPHANE/HEMIS.FR, GETTY IMAGES พระธาตุอินทร์แขวน (Kyaikhtiyo Pagoda) ตั้งอยู่อย่างโอนเอนอยู่ริมหน้าผา พระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งรู้จักอีกชื่อหนึ่งว่าศิลาทองคำ ถือเป็นพื้นที่แสวงบุญสำคัญในรัฐมอญ ตามตำนานกล่าวว่านี่เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระเกศา (ผม) ของพระพุทธเจ้า ภาพถ่ายโดย FEBRUARY, GETTY IMAGES ประเพณีแห่พระบัวเข็มแห่ผ่องดออู ที่อินเล (Phaung […]

การเดินทางสู่ดอยหลวงพะเยา ที่นำมาซึ่งเรื่องราวที่มากกว่าความสวยงาม

ดอยหลวง-ดอยหนอก จังหวัดพะเยา คืนที่เต็มไปด้วยหมอก อดดูดาว กับเรื่องราวศรัทธาของผู้คน ใจไม่อยู่กรุงเทพฯมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ดอยหลวง-ดอยหนอก ลมที่พัดเอาความกดอากาศต่ำเข้ามากรุงเทพฯ ชวนให้เราอยากแบกสำภาระหนักหลายกิโลเมตร ขึ้นภูเขาสักลูก ผมเริ่มจากการที่ไม่เคยเดินป่าเหมือนกับหลาย ๆ คน ในยุคที่การอัพรูปเป็นเหมือนกับการกินอาหารให้ครบมื้อ กินข้าวเพื่อบรรเทาความหิวโหย ส่วนการอัพรูปคาดหวังจะช่วยบรรเทาความอัดอั้นที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของใครของมัน ผมเห็นภาพภูเขาเคล้าหมอก ดงป่าทึบ ต่างถูกอัพโหลดตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นฤดูหนาว ดอยหลวง-ดอยหนอก เราออกเดินทางช่วงหัวค่ำ รถตู้คือยานสี่ล้อที่จะพาไปเจอกับจังหวัดพะเยา ด้วยความเร็วชั่วโมงละ 100 กิโลเมตร คาดว่าจะถึงตลาดสดพะเยาซึ่งเป็นจุดหมายแรกที่อยู่ใกล้กับจุดเริ่มต้นเดินป่า และพวกเราจะได้จับจ่ายวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารทั้งหมด 5 มื้อ ขณะเดียวกันก็ต้องกินมื้อเช้า และจัดหามื้อกลางวันไปพร้อม ๆ กัน ผมได้ “ลาบไก่คั่ว” เมนูท้องถิ่นที่เพิ่งเคยเห็นและจะได้กินเป็นมื้อเที่ยง สำเนียงคนเมืองน่ารัก ๆ พูดชวนให้ลอง ชวนให้ซื้อ ผมมีความกังวลเดียว ก็คือถ้าเก็บไว้กินช่วงบ่าย มันจะเสียไหมครับ พอได้คอนเฟิร์มจากคุณป้าและลูกสาว ผมรีบจ่ายเงินแลกกับลาบไก่คั่วทันที นอกจากข้าวของส่วนตัว รวมถึงน้ำดื่มคนละ 2 ขวดใหญ่แล้ว ในเป้นี้ยังเต็มไปด้วยขนมปังขนาดสองแถวใหญ่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแพ็ค น้ำมันพืชขวดใหญ่ แก๊สกระป๋อง และหัวแครอท […]

เที่ยว เกาะกวม จุดหมายยอดฮิตของชาวญี่ปุ่นอดีตผู้รุกรานสมัยสงครามโลก

การเข้ายึดครอง เกาะกวม สมัยสงครามโลกครั้งที่สองของญี่ปุ่นทำให้มีผู้เสียชีวิตไปมากมาย แต่แทนที่ชาวเกาะจะยึดติดกับบาดแผล เกาะกวมเลือกให้อภัยเรื่องราวในอดีต และสร้างตัวเองเป็นแหล่งเที่ยวยอดนิยมของชาวญี่ปุ่น เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการจู่โจมเพิร์ลฮาร์เบอร์แบบสายฟ้าแลบ เครื่องบินรบญี่ปุ่นจำนวน 9 ลำ ได้โผล่ขึ้นเหนือน่านฟ้าของเกาะกวม และต่อสู้กับกองทัพสหรัฐฯ ที่ในขณะนั้นเป็นชาติที่ครอบครองเกาะกวมเอาไว้ ทหารญี่ปุ่นกว่า 6000 นายยกพลเข้าเกาะ และในวันที่ 10 ธันวาคม 1941 ผู้ว่าการเกาะกวมในขณะนั้นประกาศยอมแพ้ ชาวอเมริกันและชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือไม่ ถูกนำตัวขึ้นเรือที่มุ่งหน้าไปญี่ปุ่นในฐานะเชลยศึก ชาวชามอร์โร (Chamorro) ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองของเกาะกว่า 13,000 คน ต้องตกอยู่ภายใต้การปกครองญี่ปุ่น และในอีกสองปีต่อมา การยึดครองได้เพิ่มระดับจากการบังคับเรียนภาษาญี่ปุ่นสู่การสังหารหมู่ตามอำเภอใจ แม้ชาวชามอร์โรต้องพบกับประวัติศาสตร์ในฐานะการตกเป็นอาณานิคมจากชนชาติต่างๆ มาเป็นเวลา 400 ปี นับตั้งสเปนในช่วงปี 1595 และตกเป็นอาณานิคมของสหรัฐอเมริกาหลังสเปนพ่ายแพ้ในสงครามสเปน – อเมริกา ในปี 1898 ซึ่งในช่วงนั้นสเปนได้ลดจำนวนประชากรพื้นถิ่นให้เหลือร้อยละ 75 แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงการปกครองโดยชาวญี่ปุ่นนั้นแตกต่างออกไป ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ชาวชามอร์โรต้องฝึกโค้งคำนับให้เหมือนชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ทำไม่ได้มีโทษถึงตาย ผู้ชายถูกเกณฑ์แรงงานให้ไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ให้กับกองทัพญี่ปุ่น มีตำรวจลับสอดส่องวิถีชีวิตตลอดเวลา จนในเดือนกรกฎาคม […]

รู้จักกับ คาร์ซีท อุปกรณ์บนรถเพื่อลูกน้อยที่พ่อแม่หลายคนหลงลืม

ภาพของเด็กวัยเกิดกำลังใช้ คาร์ซีต ภาพถ่ายจาก https://yourshot.nationalgeographic.com/photos/5386068/ โดย Michael Lee เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ การติดตั้ง คาร์ซีท (Car seat) หรือเบาะนิรภัยสำหรับเด็กจึงจำเป็น และในขณะนี้ได้มีกฎหมายเพื่อบังคับใช้ให้เป็นการทั่วไปแล้ว เมื่อ 8 พฤษภาคม 2565 มีรายงานว่า เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2565 โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในมาตรา 123 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งมีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปีว่า ” คนโดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กหรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ” “ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กและที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตรายตาม (2) (ข) และวิธีการ ป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้ ให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด” […]