ก๊าซธรรมชาติ ขุมทรัพย์รัสเซีย - National Geographic Thailand

ก๊าซธรรมชาติ: ขุมทรัพย์รัสเซีย

ก๊าซธรรมชาติ : ขุมทรัพย์รัสเซีย

สองสามวันก่อนวันคริสต์มาสปี 2014 ใบหน้าคุ้นๆปรากฏบนจอภาพในห้องประชุมที่บาวาเนียนคาวาบนคาบสมุทรยามัลของไซบีเรีย ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลไปทางเหนือ 400 กิโลเมตร ใบหน้าของวลาดีมีร์ ปูตินดูเบลอๆจากการเชื่อมต่อสัญญาณดาวเทียมที่ค่อนข้างช้า อะเล็กซีย์ มิลเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือ ซีอีโอแห่งก๊าซพรอม (Gazprom) บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย ยืนนิ่งมองจอภาพและประธานาธิบดีรัสเซีย นอกห้องประชุม หมู่อาคารสำเร็จรูปและท่อส่งน้ำมันแวววาวเปิดไฟสว่างไสวดูราวกับสถานีอวกาศที่ลอยอยู่ท่ามกลางความมืด  บาวาเนียนคาวาคือแหล่ง ก๊าซธรรมชาติ ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มิลเลอร์ร้องขอให้ปูตินอนุมัติการสูบก๊าซธรรมชาติจากแหล่งใหม่ที่นั่น

“เริ่มได้” ปูตินเอ่ย

ก๊าซธรรมชาติ
ที่เกาะคอลกูยอฟของรัสเซีย คนงานตรวจวัดระดับน้ำมันในแทงก์กักเก็บซึ่งเป็นของบริษัทยูราลส์เอเนอร์จี เลยชายหาดออกไปคือทะเลแบเร็นตส์ แหล่งน้ำมันแห่งนี้ผลิตน้ำมันดิบชนิดเบาคุณภาพสูงมาตั้งแต่กลางทศวรรษ 1980

มิลเลอร์ส่งต่อคำสั่ง วิศวกรกดปุ่ม จากนั้น ก๊าซธรรมชาติจากอาร์กติกก็ไหลไปตามท่อความยาวกว่าหนึ่งพันกิโลเมตรเข้าสู่เครือข่ายโยงใยของรัสเซีย  กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้  คาบสมุทรยามาลเป็นที่รู้จักในฐานะดินแดนของชาวเนเนตส์ ซึ่งเป็นชนเร่ร่อนเลี้ยงกวางเรนเดียร์  และที่ตั้งค่ายกักกันหฤโหดสมัยโจเซฟ สตาลิน แต่บริษัทก๊าซพรอมคาดการณ์ว่า พอถึงปี 2030 ภูมิภาคนี้จะป้อนก๊าซธรรมชาติมากกว่าหนึ่งในสามของกำลังการผลิตในรัสเซียและน้ำมันอีกมหาศาล บาวาเนียนคาวาคือหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมากกว่า 30 แหล่งเท่าที่ทราบบนคาบสมุทรและนอกชายฝั่งคาบสมุทรยามาลภูมิภาคนี้อาจกลายเป็นซาอุดีอาระเบียแห่งอาร์กติกที่ป้อนเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอนให้โลกที่กระหายพลังงาน  หรืออย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่ปูตินคาดหวัง

ขณะที่ภาวะโลกร้อนทำให้อาร์กติกอุ่นขึ้น รัสเซียก็เป็นหัวหอกนำทีมเข้าไปเพื่อหมายสูบทรัพยากรจากที่นั่น ปลายปี 2013 ก๊าซพรอมเป็นบริษัทแรกที่ผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งอาร์กติกจากแท่นขุดเจาะแห่งหนึ่งในทะเลเปโชราหลังจับกุมและยึดเรือของผู้ประท้วงกรีนพีซ 30 คน ขณะที่ทางตะวันออกของคาบสมุทรยามัลโนวาเท็ก (Novatek) บริษัทร่วมทุนของรัสเซียอีกแห่ง กำลังสร้างสถานีแปรรูปก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่เพื่อส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกและยุโรปโดยอาศัยเรือบรรทุกน้ำมันตัดน้ำแข็ง  แม้ว่ายิ่งนานวัน จะมีน้ำแข็งให้ตัดน้อยลงเรื่อยๆ ก็ตาม

ก๊าซธรรมชาติ
คนงานแท่นขุดเจาะโดยสารเฮลิคอปเตอร์มาทำงานกะละหลายสัปดาห์ที่บ่อน้ำมันเทรบส์และตีตอฟในเขตอาร์กติกของรัสเซียทางตะวันตกของคาบสมุทรยามัล ภูมิภาคซึ่งเป็นถิ่นอาศัยดั้งเดิมของชนพื้นเมืองเลี้ยงกวางเรนเดียร์

ไม่ใช่แค่รัสเซียเท่านั้น  สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯประมาณการเมื่อปี 2008 ว่า น้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ยังไม่ได้สำรวจกว่าหนึ่งในห้าของโลกอยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล  และภูมิภาคนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอื่นๆอีกด้วย  เมื่อปีที่แล้ว นอร์เวย์สร้างแท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลแบเร็นตส์ ซึ่งอยู่เหนือยิ่งกว่าแท่นขุดเจาะของก๊าซพรอม ส่วนแคนาดาเปิดเหมืองเพชร ทอง และเหล็กในดินแดนนอร์ทเวสต์เทร์ริทอรีส์และ นูนาวุต และในเมื่อตอนนี้ ชายฝั่งไซบีเรียอยู่ในสภาพปลอดน้ำแข็งปีละหลายเดือน เรือขนส่งสินค้าจึงเริ่มใช้เส้นทางนอร์เทิร์นซีรูต (Northern Sea Route) เดินทางจากยุโรปไปเอเชียตะวันออก ฤดูร้อนปีนี้ เรือสำราญขนาดใหญ่ คริสตัลซีรีนิตี มีกำหนดจะพานักท่องเที่ยวท่องไปตามเส้นทาง(เดินเรือ) ทางตะวันตกเฉียงเหนือ(Northwest Passage) เส้นทางเดินเรือในตำนานของแคนาดา

การแข่งขันเพื่อแสวงประโยชน์จากทรัพยากรในอาร์กติกดูจะเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้และน่าวิตก ชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) ที่กำลังละลายปล่อยคาร์บอนที่ทำให้โลกร้อนขึ้นสู่บรรยากาศอยู่แล้ว ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ชี้ว่า ถ้าเราอยากให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ในสภาพที่สามารถจัดการได้ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอาร์กติกคือแหล่งไฮโดรคาร์บอนลำดับต้นๆที่เราไม่พึงเข้าไปยุ่งเกี่ยว นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยังเกรงด้วยว่า  การพัฒนาจะส่งผลกระทบต่อผืนป่าบริสุทธิ์และส่ำสัตว์น่าทึ่งต่างๆ อีกทั้งผู้คนจำนวนมากในหมู่ชนพื้นเมืองสี่ล้านคนที่อาศัยอยู่รอบอาร์กติกต่างพากันวิตกถึงสิ่งที่จะคุกคามวิถีชีวิตของพวกเขา แม้ว่าหลายคนจะพอใจกับตำแหน่งงานใหม่ๆ และภาษีรายได้ที่การพัฒนาอาจนำพามาให้ก็ตาม

ก๊าซธรรมชาติ
เมื่อเดือนเมษายนปีก่อน โกเลียต แท่นขุดเจาะแห่งใหม่รอเริ่มงานในฟยอร์ดแห่งหนึ่งนอกชายฝั่งประเทศนอร์เวย์ ปัจจุบันแท่นแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 71 องศาเหนือในทะเลแบเร็นตส์ ถือเป็นแท่นขุดเจาะนอกชายฝั่งที่อยู่เหนือสุดของโลก

หากพิจารณาจากคำกล่าวอ้างเกินจริงของทั้งสองฝ่าย  ช่างน่าแปลกใจที่การเร่งรุดสู่อาร์กติกกลับไมหวือหวาอย่างที่คิด  เพราะมีบริษัทเพียงหยิบมือที่เข้าไปชิมลางที่นั่น  ส่วนที่กำไรได้ยิ่งมีน้อยกว่านั้นอีก เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว จู่ๆบริษัทรอยัลดัตช์เชลล์ก็ล้มเลิกโครงการมูลค่าเจ็ดพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่จะใช้เวลาหลายปีในการสำรวจน้ำมันในทะเลชุคชี นอกชายฝั่งอะแลสกา  หลังขุดบ่อน้ำมันแห่งหนึ่งและพบว่าไม่คุ้มทุน เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับค่าใช้จ่ายมหาศาลของปฏิบัติการในภูมิภาคที่มีสาธารณูปโภคพื้นฐานน้อยนิด ระยะทางยาวไกล และสภาพอากาศเลวร้ายไม่แปรเปลี่ยน

เรื่อง โจเอล เค. บอร์น, จูเนียร์

ภาพถ่าย อีฟกีเนีย อาร์บูเกวา

 

อ่านเพิ่มเติม

อัญมณีด้านสิ่งแวดล้อมในรัสเซีย

เรื่องแนะนำ

ฉลามแห่งตำนานเรืออัปปาง

เรื่อง เกลนน์ ฮอดเจส ภาพถ่าย ไบรอัน สเกอร์รี ครั้งหนึ่งเคยเชื่อกันว่า ฉลามครีบด่างเป็นฉลามในทะเลเปิดที่มีจำนวนมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก หนังสือที่ได้รับการยอมรับชื่อ ธรรมชาติวิทยาของฉลาม (The Natural History of Sharks) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อปี 1969 ยังบรรยายว่า  พวกมัน “อาจเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่มีจำนวนมากที่สุดในโลก  คำว่าขนาดใหญ่หมายถึงมีน้ำหนักมากกว่า 45 กิโลกรัม” ฉลามครีบด่างปัจจุบันแทบสูญพันธุ์ไปเพราะการประมงเชิงพาณิชย์และการค้าหูฉลาม ขณะที่วงการวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจพวกมันน้อยอย่างน่าประหลาด ซ้ำร้ายสาธารณชนยังห่วงใยฉลามชนิดนี้น้อยกว่าเสียอีก “เราทำลายล้างฉลามชนิดนี้ทั่วโลกเลยครับ” เดเมียน แชปแมน หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ไม่กี่คนที่ศึกษาฉลามชนิดนี้ กล่าว “แต่พอผมเอ่ยถึง ‘ฉลามครีบด่าง’ คนจำนวนมากกลับไม่รู้ว่าผมพูดถึงอะไร” ถ้าคุณเคยชมภาพยนตร์เรื่อง จอว์ส คุณจะรู้จักฉลามครีบด่างอยู่บ้าง มันน่าจะเป็นฉลามชนิดหลักที่โจมตีลูกเรือ ยู.เอส.เอส. อินเดียแนโพลิส หลังจากถูกเรือดำน้ำญี่ปุ่นโจมตีจนอับปางในช่วงท้ายๆของสงครามโลกครั้งที่สอง เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างภาพเชิงลบในสายตาคนรุ่นหลังผ่านคำพูดของตัวละครอย่างกัปตันควินต์  ผู้บอกเล่าประสบการณ์การรอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น คำบอกเล่าช่วงท้ายๆสรุปว่า “มีคน 1,100 คนลอยคออยู่ในน้ำ ในจำนวนนี้รอดชีวิตมาได้ 316 คน ที่เหลือตกเป็นเหยื่อฉลาม” อย่างไรก็ดี เรื่องที่ควินต์เล่ามีปัญหาคือ แม้จะมีความถูกต้องตามข้อเท็จจริงอยู่บ้าง แต่ขณะเดียวกันก็ให้ข้อมูลผิดๆเกี่ยวกับประสบการณ์ของลูกเรือ […]

ภาษาภาพ : ประจำเดือนเมษายน

ไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยววัยบำนาญชาวญี่ปุ่นเล่นสนุกด้วยการนำโคลนซิลิกามาพอกหน้าที่สปาบลูลากูน  กล่าวกันว่าน้ำจากความร้อนใต้พิภพมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการของโรคสะเก็ดเงินและโรคผิวหนังอื่นๆ ภาพโดย คอร์เนลู คาซากู สหรัฐอเมริกา โซฟี จิลลอตตี โชว์เคสโทรศัพท์มือถือรูปคิม คาร์แดเชียน  ในการแข่งม้ารายการเคนทักกีดาร์บีครั้งที่ 140 ในเมืองลุยวิลล์ สาวคนดังในรูปไม่ได้มาร่วมงานในปีนี้ แต่ผู้ชม 164,906 คนได้เห็นเจ้าแคลิฟอร์เนียโครมคว้าชัยในสนามเชอร์ชิลล์ดาวน์ส ภาพโดย แลนดอน นอร์ดแมน สหรัฐอเมริกา ในสวนสาธารณะดรูอิดฮิลล์ที่เมืองบอลทิมอร์ สุนัขชื่อฟีบีเผชิญหน้ากับดอกแดนดิไลออน กว่าจะได้ภาพนี้มา ช่างภาพต้องถือดอกไม้เหยียดออกไปสุดแขนและใช้ไฟแฟลชช่วยขับเน้นดอกแดนดิไลออนให้ดูฟุ้งสวย ภาพโดย ไมเคิล นอร์ทรัป  

ภาพนี้ต้องขยาย : โลกบนเส้นด้าย

ภาพโดย เดนนิส ดิมิก ตอนที่นักบินอวกาศถ่ายภาพที่ทุกวันนี้กลายเป็นภาพโด่งดัง นี่คือภาพที่ปรากฎตรงหน้าพวกเขา ฉากหน้าคือบางส่วนของพื้นผิวดวงจันทร์และโลกที่เห็นเพียงด้านเดียว เมื่อภาพเหล่านั้นได้รับการตีพิมพ์ มีการเอียงบางภาพเพื่อให้ดูเหมือน “โลกขึ้น” (Earthrise) อยู่เหนือขอบฟ้าของดวงจันทร์ “บ้าน” ของเราจากห้วงอวกาศ มุมมองของเราต่างหากที่เปลี่ยนไปตลอดกาล ภาพโลกภาพแรกๆเหล่านั้น ดังเช่นภาพจากภารกิจอพอลโล 11 ที่บันทึกได้เมื่อปี 1969 ภาพนี้ก่อให้เกิดความตื่นตัวและแรงบันดาลใจในการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมโลกตลอดหลายสิบปีหลังจากนั้น นักบินอวกาศ ดาวเทียม และนักวิทยาศาสตร์ช่วยให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับดาวเคราะห์ของเราเพิ่มพูนขึ้น ผ่านภาพถ่ายที่เผยรายละเอียดและข้อมูลมากมายจากการสังเกตการณ์ ในแต่ละวัน เราได้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับชั้นบรรยากาศ น้ำและผืนแผ่นดินโลก ตลอดจนผลกระทบของเราที่มีต่อโลก สุขภาพของดาวเคราะห์สีฟ้าดวงเล็กๆ กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย แล้วเราจะอาศัยข้อมูลที่มีอยู่ทำอะไรได้บ้าง

พระแม่มารีย์ สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

พระแม่มารีย์ สตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เวลาแห่งการประจักษ์ 17.40 น. ณ โบถส์น้อยแห่งพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกแห่งหนึ่งที่ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา  อีวาน ดราจีเซวิก  คุกเข่าลงหน้าแท่นบูชา   น้อมศีรษะลงครู่หนึ่ง รอยยิ้มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้า  เขาเงยหน้าขึ้นมองสรวงสวรรค์ เริ่มกระซิบกระซาบ  ฟังอย่างตั้งใจ  แล้วกระซิบอีกครั้ง  บทสนทนาประจำวันของเขากับแม่พระผู้นิรมลเริ่มขึ้นแล้ว ดราจีเซวิกเป็นเด็กเลี้ยงแกะยากจนคนแรกในหกคนที่ให้ปากคำว่า เห็นภาพนิมิตของแม่พระผู้นิรมลเมื่อปี 1981พระแม่ทรงปรากฏพระองค์ต่อเด็กสาวสี่คนและเด็กหนุ่มสองคนในฐานะ “ราชินีแห่งสันติภาพ” และส่งข้อความแรกในหลายพันข้อความ  ชี้แนะให้ผู้มีศรัทธาหมั่นสวดภาวนาและขอให้คนบาปสำนึกผิด  ตอนนั้นดราจีเซวิกอายุ 16 ปี  และเมดจูกอเรเป็นหมู่บ้านในยูโกสลาเวียที่ปกครองโดยคอมมิวนิสต์ ยังไม่ใช่ศูนย์กลางปาฏิหาริย์แห่งการรักษาและการกลับใจที่ดึงดูดผู้จาริกแสวงบุญ 30 ล้านคนในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ฉันอยู่ที่เมดจูกอเรกับชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่ง  ส่วนใหญ่เป็นคุณพ่อจากบอสตันกับชายสองหญิงสองที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย  เรามีอาร์เทอร์ บอยล์ คุณพ่อลูก 13 วัย 59 ปีเป็นผู้นำ บอยล์มาที่นี่ครั้งแรกเมื่อปี 2000  พร้อมกับมะเร็งที่กระจายไปทั่วร่างและเวลาที่เหลืออีกไม่กี่เดือน  เขารู้สึกหดหู่สิ้นหวังและคงไม่มาถ้าเพื่อนสองคนไม่เคี่ยวเข็ญ แต่คืนแรกที่มาถึง หลังจากแวะไปสารภาพบาป เขาก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจในทันที “ความกังวลและความเศร้าหมองหายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ” เขาเท้าความหลัง “เหมือนยกภูเขาออกจากอกยังไงยังงั้นเลยครับ เหลือแต่ความโล่งเบาสบาย” เช้าวันรุ่งขึ้น  เขากับเพื่อนสองคน […]

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.