เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับการ รับมือไฟป่า ที่เกิดขึ้นในป่าลึกได้อย่างไร

รับมือไฟป่า ได้เร็วขึ้น ด้วยระบบ Sensor IOT

ทำไม…ต้องเข้าป่าเพื่อไปติดตั้งเสาสัญญาณ

ทำไม…ถึงต้องเดินทางไปในที่ที่ไม่คุ้นเคย

กับภารกิจเดินเท้าเข้าป่า… เพื่อ รับมือไฟป่า ด้วยเทคโนโลยี Sensor IOT

ปัญหาไฟป่าทางภาคเหนือที่ลุกลามอย่างหนักเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้หลายหน่วยงานเริ่มตระหนักถึงความรุนแรงที่อาจทวีเพิ่มมากขึ้นหากเรายังไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ล่าสุดก็มีข่าวดีเกิดขึ้นเมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างทีม AIS NEXT ร่วมกับหน่วยงานวิจัยด้านเทคโนโลยีอวกาศ มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศ ญี่ปุ่น ได้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำเพื่อช่วยแก้ปัญหาและ รับมือไฟป่า ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งนี้คืออุปกรณ์ตรวจจับการเกิด ไฟป่าที่มีชื่อว่า “Sensor IOT” ซึ่งดำเนินการภายใต้โครงการ “โครงการดาวเทียม IOT เพื่อตรวจจับไฟป่า”

รับมือไฟป่า, ไฟป่า, การเกิดไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ

รับมือไฟป่า, ไฟป่า, การเกิดไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ

รู้เร็ว จัดการเร็ว ก็จบปัญหา และ รับมือไฟป่า ได้เร็ว

ทีม AIS NEXT เริ่มทำโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในสังคมมาได้สองปีแล้ว ปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องไฟป่า อันเนื่องมาจากสถานการณ์ไฟป่าที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อช่วงต้นปี 2563 ทำให้ต้องลงมือศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะผลกระทบจากไฟป่าเริ่มคุกคามเข้ามาสู่เมือง วันนี้จึงต้องเริ่มต้นให้เกิดองค์ความรู้ก่อน ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคน “รู้เร็ว” นี่คือหัวใจหลักของโครงการนี้ ขั้นตอนต่อไปก็เป็นเรื่องการจัดการกำลังพลของเจ้าหน้าที่ให้ “จัดการเร็ว” ซึ่งในอนาคตอันใกล้อาจมีการนำอากาศยานไร้คนขับมาร่วมจัดการด้วยอีกทางหนึ่ง โดยตอนนี้กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้กันอยู่

รับมือไฟป่า, ไฟป่า, การเกิดไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ
Sensor IOT มีหน้าที่ตรวจจับสัญญาณ ไฟป่า ควันไฟ ความชื้น ที่ออกแบบโดยคนไทย

การทำงานของอุปกรณ์ตรวจจับการเกิดไฟป่า “Sensor IOT

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาไฟป่าไม่ได้เกิดผลกระทบเพียงแค่ในป่า แต่ยังส่งผลมาสู่วิถีชีวิตของผู้คนในเมือง โดยเฉพาะการเกิดปัญหาฝุ่นควันที่สร้างมลภาวะทางอากาศอย่างเลวร้าย การแก้ปัญหาตามแนวคิดของโครงการนี้จึงเป็นการลดระยะเวลาในการแจ้งเตือนการเกิดไฟป่า ปัจจุบันเรารู้ช้ามาก การจัดการเรื่องควันไฟจึงเป็นไปอย่างช้าๆ ต้องใช้เวลาแจ้งเตือนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง กว่าเจ้าหน้าที่จะทราบแหล่งที่เกิดไฟป่า บางครั้งไฟก็ลุกลามขยายพื้นที่เป็นวงกว้างโดยที่ไม่อาจควบคุมได้ ดังนั้นหากเรารู้เร็ว จัดการได้เร็ว ก็สามารถส่งข้อมูลแจ้งเตือนการเกิดไฟป่ามายังโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้เลย เจ้าหน้าที่สามารถจัดกำลังคนและวางแผนปฏิบัติการดับไฟป่าได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า กล่าวคือเรารู้ว่าไฟป่ามักเกิดในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งอากาศแห้ง มีใบไม้เป็นเชื้อเพลิงสะสมอย่างดี และมีความเข้มของแสงอาทิตย์มากขึ้น เราจึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าพื้นที่นั้นๆมีแนวโน้มจะเกิดไฟป่าได้หรือไม่ โดยใช้อุปกรณ์ตรวจจับความชื้น ความเข้มของแสง ควัน หรือประกายไฟ ซึ่งทีมงานได้คิดค้นอุปกรณ์ทั้งหมดมาใส่ไว้ในตู้อุปกรณ์ตรวจจับเพียงตู้เดียว และประเทศไทยเป็นที่แรกๆ ที่คิดทำโครงการนี้

รับมือไฟป่า, ไฟป่า, การเกิดไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ
ทีมงานกำลังแนะนำการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่

หลักการทำงานของอุปกรณ์ตรวจจับการเกิดไฟป่าคือ มี Sensor Node กระจายติดตั้งตามจุดเสี่ยงที่ เคยเกิดปัญหาไฟป่าซ้ำซากทั่วผืนป่าที่ทำการทดลอง โดยมีหน้าที่จับสัญญาณไฟ ความร้อน อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ เมื่อเครื่องตรวจจับพบสัญญาณที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดไฟป่า ก็จะส่งข้อมูลไปยังเสารับสัญญาณที่ติดตั้งอยู่บริเวณสูงสุดบนยอดเขา สัญญาณที่ตรวจจับได้จะถูกส่งมายังเสารับสัญญาณโทรศัพท์ที่อยู่ด้านล่างหรือบริเวณชุมชน จากนั้นก็จะส่งสัญญาณสู่ดาวเทียมแล้วส่งข้อมูลตรงไปยังเจ้าหน้าที่ควบคุมดาวเทียมภาคพื้นดิน ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีในการรับรู้ ที่ทำได้เร็วก็เพราะในพื้นที่ติดตั้งเสาสัญญาณนั้นต้องมีแม่ข่ายสัญญาณ 4 G ทำงานร่วมกับดาวเทียม แต่ในกรณีที่อยู่ในป่าลึกที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ก็ต้องใช้สัญญาณจากดาวเทียมมากกว่าหนึ่งดวงเพื่อช่วยประมวลผล ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงในการแจ้งเตือน แต่ด้วยรัศมีการติดตั้ง Sensor IOT ไกลถึง 12 กิโลเมตร และมีความครอบคลุมพื้นที่ การใช้ดาวเทียมอย่างเดียวในการแจ้งเตือนอาจมีไม่มาก

รับมือไฟป่า, ไฟป่า, การเกิดไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ
เส้นทางเดินป่าเป็นป่ารกและชัน

รับมือไฟป่า, ไฟป่า, การเกิดไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ

ภารกิจแบกเสาสัญญาณขึ้นสู่ยอดเขา

เสาสัญญาณต้องติดตั้งในพื้นที่ที่สูงที่สุดในผืนป่าแห่งนั้นและต้องไม่มีต้นไม้บัง ผืนป่าที่ทดลองติดตั้งอุปกรณ์นี้อยู่ที่จังหวัดแพร่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากไฟป่าเป็นลำดับต้นๆ เส้นทางเดินป่าเป็นภูเขาสูงชัน การเดินทางแบกสัมภาระขึ้นไปนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ด้วยระยะทางจากพื้นราบขึ้นสู่ยอดเขา 3.5 กิโลเมตร บนความสูง 1,060 เมตรจากระดับทะเล แต่ทีมงานก็ลงมือทำทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะประสบผลสำเร็จหรือไม่ สองคืนสามวันท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายอยู่ตลอดเวลา กลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เหล่านี้กลับมีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากให้ระบบนิเวศของบ้านเราดีขึ้น ทั้งที่พวกเขาไม่มีประสบการณ์เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางป่าลึกกันมาก่อน แต่ก็ผ่านกันมาได้ บอกได้เลยว่านับถือในน้ำใจจริงๆ

รับมือไฟป่า, ไฟป่า, การเกิดไฟป่า, ไฟป่าภาคเหนือ

รังหมูป่า ระหว่างทางเดิน
ถาดใส่อาหารกลางวันจากธรรมชาติ
เสียมขุดหลุมจากธรรมชาติ

เมื่อติดตั้งเสาเสร็จ ต้องมีการเชื่อมต่อสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับ Sensor IOT

หลังการติดตั้งเสาและทดสอบสัญญาณทั้งระบบแล้ว เวลาผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ในขณะที่พิมพ์ต้นฉบับนี้อยู่ก็ได้รับทราบข่าวดีว่าผลการทดสอบระบบประสบผลสำเร็จตามที่ตั้งใจ และหวังว่าฤดูแล้งคราวหน้า เราจะรู้และจัดการปัญหาไฟป่าได้เร็วเหมือนดังที่หวัง เพื่อให้ผืนป่าอันเป็นที่รักยังคงอยู่สืบไป

 

ขอบคุณข้อมูล

คุณกาญจน์ชนิต ธำรงบุญเขต

คุณธำรงรัตน์ ธนภัคพลชัย


เรื่องและภาพ : ไตรรัตน์ ทรงเผ่า

อ่านเรื่องเกี่ยวกับไฟป่าเพิ่มเติมได้ที่

https://ngthai.com/science/27026/wildfire/

https://ngthai.com/environment/27201/wildfire_in_australia/

https://ngthai.com/environment/22530/wildfire-smokejumpers/

https://ngthai.com/special-content/20550/wildfiregistda/

https://ngthai.com/environment/15357/california-wildfire/

https://ngthai.com/environment/2209/wildfires-disasters/

https://ngthai.com/environment/30088/futuredamagein2070/

 

เรื่องแนะนำ

Net Free Seas ครั้งแรกของการรีไซเคิลซากอวนประมงจากท้องทะเลไทย

Net Free Seas โครงการที่ชวนชุมชนชายฝั่ง สร้างมูลค่าเศษอวนประมง ด้วยการทำงานกับโรงงานรีไซเคิล  เพื่อแก้ปัญหาอวนผีในทะเลไทยอย่างยั่งยืน แดดเช้าส่องผิวน้ำเป็นประกาย เรือเคลื่อนตัวออกจากชายฝั่งมุ่งหน้าสู่อ่าวไทย รอบตัวฉันเต็มไปด้วยนักดำน้ำมืออาชีพ ทุกคนคืออาสาสมัครที่ตั้งใจมาทำภารกิจ Cleanup Dive ดำน้ำเพื่อกู้ซากอวนใต้ทะเลในวันนี้ แต่ละปี ขยะพลาสติกปนเปื้อนมากกว่า 12 ล้านตัน รั่วไหลลงสู่ท้องทะเล ประมาณการณ์ได้ว่าปัจจุบัน ทุก ๆ ตารางไมล์ของพื้นที่มหาสมุทรทั่วโลก มีขยะพลาสติกน้ำหนักมากกว่า 269,000 ตัน ไหลเวียนอยู่ มีการคาดการณ์ว่า หากเรายังไม่เร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาด อีกไม่กี่ทศวรรษในอนาคต มหาสมุทรจะมีปริมาณขยะมากกว่าสัตว์ทะเล ขยะพลาสติกในมหาสมุทรเหล่านี้ 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่เกิดจากกิจกรรมบนบกและรั่วไหลลงสู่ท้องทะเล จากการจัดการอย่างไม่ถูกต้อง และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นขยะที่มาจากกิจกรรมทางทะเล โดยเฉพาะการทำประมง หลายปีที่ผ่านมา คนจำนวนมากตื่นตัวเรื่องขยะพลาสติก ภาครัฐเริ่มขยับตัวในการออกมาตรการ บริษัทเอกชนเริ่มตระหนักถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้ผลิต ที่ต้องมีส่วนจัดการขยะจากผลิตภัณฑ์ของตนเอง รวมถึงต้องมองหาวัสดุที่ยั่งยืนขึ้นมาใช้ทดแทนพลาสติก แม้จะยังไม่ใกล้ความสำเร็จในอุดมคติ แต่เราเห็นความพยายามที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในการจัดการขยะจากกิจกรรมบนบก ในขณะเดียวกัน ขยะพลาสติกในมหาสมุทรอีก 20 เปอร์เซ็นต์ มาจากกิจกรรมทางทะเล […]

งูหลามบอล เมื่อสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์เลี้ยง

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เผยวงจรค้าสัตว์เลื้อยคลานระดับโลก เต็มไปด้วยความทารุณและเป็นแหล่งเพาะโรคร้าย ปัจจุบัน สัตว์ป่านานาชนิดจำนวนนับล้านตัว กำลังถูกคุกคามและตกเป็นเหยื่อในธุรกิจค้าสัตว์แปลกทั่วโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลดจำนวนลงของประชากรสัตว์ป่าทั่วโลก ล่าสุด องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้จัดทำสารคดีชื่อว่า “Ball pythons are wildlife #NotPets” เพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสัตว์เลื้อยคลาน คือ งูหลามบอล แอฟริกา (African Ball Pythons) งูหลามบอลแอฟริกามีการซื้อขายเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมากที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยในสารคดีได้เปิดเผยความน่าตกใจของอุตสาหกรรมลักลอบจับสัตว์ป่าพบว่าในช่วงระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา งูหลามบอลมากกว่า 3 ล้านตัวถูกส่งออกจากแอฟริกาตะวันตก เพื่อนำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงยัง 3 ทวีป ได้แก่ ยุโรป เอเชีย และอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสัตว์เลื้อยคลานรายใหญ่ที่สุดของโลก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเผยว่า “การค้าสัตว์ป่าเป็นเสมือนระเบิดเวลาสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์” เนื่องจากสัตว์ที่ถูกจับมาจากป่าธรรมชาติ หรือถูกเพาะพันธุ์ในกรงขังแคบๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมสกปรก เสื่อมโทรม อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต และในขณะเดียวกันก็สร้างความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างโหดร้ายต่อสัตว์ป่าเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม: เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ […]

ไฟป่าออสเตรเลีย ทะเลเพลิงที่พรากชีวิต

ไฟป่าเป็นสาเหตุของพายุฝนฟ้าคะนองที่ทำให้เกิดสายฟ้าและลมกรรโชก นำพาเถ้าถ่านที่ติดไฟลอยไปไกลหลายกิโลเมตร ควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นจากไฟป่าสู่ชั้นบรรยากาศ เป็นตัวตั้งต้นก่อให้เกิดกลุ่มก้อนเมฆภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที ต่อมากลุ่มก้อนเมฆเล็กๆ ดังกล่าวก็กลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรง “ภาพที่เห็นบรรยายได้ยากมากว่ากลุ่มเมฆนั้นดำมืดขึ้นขนาดไหน” นิโคลัส แม็กคาร์ธี นักวิทยาศาสตร์ด้านไฟป่า มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ในประเทศออสเตรเลีย กล่าว โดยเมฆที่เขากล่าวถึงคือ เมฆไพโรคิวมูโลนิมบัส (pyrocumulonimbus) ที่ก่อตัวขึ้นจากไฟป่าที่รุนแรงอย่างเหตุการณ์ ไฟป่าออสเตรเลีย ที่พึ่งจบลง โดยเมฆไพโรคิวมูโลนิมบัสสามารถเรียกด้วยชื่อย่อว่า “pyroCbs” หรือนิยมเรียกว่า พายุไฟ (fire storms) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ในชั้นบรรยากาศที่อันตราย ก่อให้เกิดลมแรงที่พัดพาเถ้าถ่านที่ติดไฟ และนำเชื้อไฟ รวมถึงการเกิดฟ้าผ่าลงในบริเวณที่ไม่ได้เกิดเพลิงไหม้ ในปี 2018 เกิดไฟป่า Carr fire ในแคลิฟอร์เนีย เมฆ pyroCbs ได้ก่อตัวใหญ่ขึ้น จาก 4.8 กิโลเมตรเป็น 11.2  กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 15 นาที และเกิดทอร์นาโดไฟ โดยพายุไฟเหล่านี้สามารถพบได้ในหลาย ๆ พื้นที่ที่มีไฟป่า เช่น โปรตุเกส เทกซัส และแอริโซนา ในขณะที่โลกร้อนขึ้น ไฟป่าขนาดใหญ่ก็เกิดถี่มากขึ้น […]

‘ป่าโบสถ์’ โอเอซิสอันเขียวชอุ่มของเอธิโอเปีย

ในเอธิโอเปีย โบสถ์เป็นมากกว่าสถานที่ทางศาสนาแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจและความหวังในการอนุรักษ์ป่า ที่ปัจจุบันกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ จากการรุกคืบของเกษตรกรรม