เปิดตัว มรดกโลกแห่งใหม่ จากยูเนสโก - Page 5 of 7 - National Geographic Thailand

เปิดตัว มรดกโลกแห่งใหม่ จากยูเนสโก

เหมืองถ่านหินอมบิลิน มรดกของสะวาห์ลุนโต ประเทศอินโดนิเซีย

เหมืองในยุคอาณานิคมศตวรรษที่สิบเก้า แห่งนี้ตั้งอยู่ในป่าของประเทศอินโดนิเซีย เป็นเหมืองถ่านหินแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นทางรถไฟที่รกร้าง สำรวจพิพิธภัณฑ์เหมืองเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของบริษัทและเครื่องมือที่ใช้ นอกจากนี้ยังได้ค้นพบวิธีการที่อุตสาหกรรมอันร่ำรวยชนิดนี้เปลี่ยนพื้นที่บริเวณโดยรอบให้กลายเป็นศูนย์กลางประชากร

บาบิโลน ประเทศอิรัก

ประตู รูปปั้น ศาสนสถาน และโรงละครเป็นเพียงหลักฐานบางส่วนของเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิบาบิโลเนียใหม่ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เมืองโบราณแห่งนี้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับวิศวกรรมสวนลอย ที่เป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

โบสถ์ของโรงเรียนสถาปัตยกรรม PSKOV ประเทศรัสเซีย

ช่วงเวลาห้าศตวรรษของสถาปัตยกรรมรัสเซียนับว่าเป็นหนี้บุญคุณเมือง PSKOV ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ โดมด้านบนของอาคาร และโครงสร้างทรงลูกบาศก์ที่ปัจจุบันพบได้ในโบสถ์ วิหาร อาราม และตึกซึ่งมีอายุย้อนกลับไปในศตวรรษที่สิบห้าถึงสิบหกนั้น เป็นตัวอย่างหลักฐานของหนึ่งในโรงเรียนสถาปัตยกรรมที่ยอดเยี่ยมในรัสเซีย

FRENCH AUSTRAL LANDS AND SEAS ประเทศฝรั่งเศส

หมู่เกาะหลายแห่งในพื้นที่ห่างไกลทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดียเป็นที่หลบภัยของหนึ่งในนกที่มีจำนวนมากที่สุด (เช่น เพนกวินราชา และนกอัลบาทรอสจมูกเหลือง) และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล

ป่าฮีร์กาเนียน ประเทศอิหร่าน

ป่าโบราณที่ยาวไปตลอดแนวทางตอนใต้ จนถึงทะเลแคสเปียนมีอายุประมาณ 25-50 ล้านปี ภูมิประเทศแห่งนี้เป็นบ้านของนก 180 สายพันธุ์ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 58 สายพันธุ์ รวมไปถึงเสือดาวเปอร์เซีย

อ่านต่อหน้า 6

เรื่องแนะนำ

เหลียวมองเกาหลีเหนือ

ใครที่ได้ไปเยือนเกาหลีเหนือล้วนแต่ประหลาดใจ และกล่าวว่าประเทศนี้ช่างต่างจากที่คิดไว้ในตอนแรก ขอเชิญคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังดินแดนลี้ลับนี้ด้วยกัน

คีรีวง หมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย

ว่ากันว่าฤดูหนาวมักจะพาความเหงากับความเศร้ามาด้วย อาจเป็นเพราะว่าแสงแห่งความสุขในแต่ละวันหมดเร็วก็เป็นได้ เลยดูจะหงอยๆ หน่อย รู้ไหมว่าแสงแดดช่วยสลายความเศร้าและความเหงาได้ ว่าแล้วเรามาหนีความเศร้าทั้งหลายแล้วพาร่างกายไปกระทบแสงแดดที่ คีรีวง กันเถอะ คีรีวง พอถึงฤดูหนาวทีไรคนส่วนใหญ่มักจะต้องขึ้นเหนือเที่ยวดอยกันทุกที ลองเปลี่ยนมาเที่ยวภูเขาที่ปักษ์ใต้ดูบ้างก็ได้นะครับ เพราะอากาศกำลังสดชื่นเย็นสบายต่างจากภาคเหนือที่อากาศหนาวแบบต้องใส่เสื้อกันหนาวกันหลายชั้น เป้าหมายของเราอยู่ที่ “คีรีวง” หมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ในอ้อมกอดของขุนเขาหรือมีภูเขาเป็นวงล้อมรอบ เดิมทีหมู่บ้านนี้มีชื่อว่า “ขุนน้ำ” เพราะตั้งอยู่บริเวณต้นน้ำเขาหลวงอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช การเดินทางมาก็สะดวกสบายขึ้นเขาลงเขาแป๊บเดียว … เดี๋ยวก็ถึง คีรีวงมีอะไร ที่นี่มีป่าต้นน้ำ ไปดูลำคลองสามสายที่ไหลมาบรรจบกันที่คลองท่าดี ซึ่งเป็นคลองที่ใหญ่ที่สุดรองรับน้ำ เพื่อระบายลงสู่ทะเล ที่บ้านปากนครและปากพนังมีร้านอาหารเล็กๆ และร้านกาแฟให้นั่งชิล  เราสามารถเดินลงไปนั่งเอาเท้าแช่น้ำก็เพลินดี บรรยากาศดีเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน แต่ข้อดีของบ้านเราคือมีสถานที่แบบนี้กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศทำให้เรามีที่ท่องเที่ยวแบบไม่รู้เบื่อ ไปทำอะไรที่คีรีวง ไปใช้ชีวิต ไปพักผ่อนไ ปนอนอ่านหนังสือในลำธาร ปั่นจักรยานชมวิถีชาวบ้าน ชมสวนผลไม้ หรือจะเลือกเดินชมวิวก็ดี เป็นการออกกำลังกายไปในตัว หรือหากใครมีพลังเยอะก็สามารถเดินป่าขึ้นเขาหลวงก็ได้ ที่นี่มีคนนำทางในราคาไม่แพง ส่วนตัวผมคิดว่าที่นี่สวยงาม และบรรยากาศดีไม่แพ้ประเทศเพื่อนบ้านเลย การเดินทาง จากในเมืองใช้เส้นทาง 4016 จนถึงทางแยกเลี้ยวซ้ายเข้าถนน 4015 ขับรถมาเรื่อยๆประมาณ 10 กิโลเมตร จนถึงถนน 4070 […]

สำรวจป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ออกเดินทางเพื่อเอาชนะเส้นทางใน ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ บังกลาเทศ จากทางเหนือของ ป่าชายเลน ซุนดาบันส์ มีลักษณะคล้ายเขาวงกตที่มีสีของเนื้อดินละเอียดสวยงาม ท้องฟ้าใสของอ่าวเบงกอลกำลังคืบคลานเข้าไปในน่านน้ำมืดสลัวของแม่น้ำที่ไหลสลับไปมาเรียงรายไปด้วยใบไม้สีเขียวมรกต “การล่องไปตามแม่น้ำสักสองสามวันก็เปรียบเสมือนการหนีไปในโลกที่แตกต่าง” ซาบีน โรเออร์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท ท่องเที่ยว ชิลลี่ ไรเซน กล่าว พื้นที่กว้างใหญ่อันเขียวชอุ่มในอินเดียและบังกลาเทศนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อปรัมปรา ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาชาวบ้านได้สักการะเทพนารีบอนบิบิ หรือ “อิสตรีแห่งป่า” จากเรื่องราวหนึ่งเล่าว่า บอนบิบิ เป็นลูกสาวของ ซุลฟี ฟาร์เคีย นำพาเธอมาจากซาอุดิอาระเบียสู่ป่าแห่งเอเชียใต้ เธอได้รับการคัดเลือกจากพระเจ้าให้ต่อสู้กับสัตว์ประหลาด ด็องคิง ไร เป็นเสือที่จ้องจะทำร้ายชาวบ้าน เธอเลือกที่จะไม่ฆ่า ด็องคิง ไร แต่บอนบิบิ กลับต่อรองกลับไปว่า ด็องคิง ไร ไม่สามารถทำร้ายใครที่บูชาเธอได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านบางคนยังคงสวดอ้อนวอน ขอให้เทพนารี บอนบิบิ คุ้มครองก่อนเข้าไปในป่า ซ้ำยังมีเสือเบงกอล – ชนิดเดียวเท่านั้นที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของป่าชายเลน – ป่าแห่งนี้มีสัตว์ป่าหลากหลายรวมถึงสายพันธุ์หายาก เช่น งูเหลือมอินเดียและโลมาอิรวดี เนื่องจากสัตว์ป่าและระบบนิเวศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นของซุนดาบันส์ ทางองค์การยูเนสโกจึงประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 2530 อย่างไรก็ตามที่อยู่อาศัยของสัตว์ยังคงอยู่ภายใต้การคุกคามทางธรรมชาติ ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นกำลังกลืนกินพื้นที่ในป่าและความเค็มของน้ำที่เพิ่มขึ้นยังเป็นอันตรายต่อพืชและสิ่งมีชีวิตในทะเล […]

สวนสวรรค์เหนือ แมนแฮตตัน

จนกระทั่งเกิดเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เมื่อปี 2001 แฮมมอนด์เล่าว่า ”ตอนนั้นเราคิดว่าผู้คนคงไม่มีกะจิตกะใจจะมาดูดำดูดีกับไฮไลน์หรอกครับ แต่กระแสความสนใจเรื่องการออกแบบและการวางผังเมืองที่เพิ่มขึ้นพร้อมๆ ไปกับกระบวนการออกแบบพื้นที่บริเวณกราวนด์ซีโร่ได้ช่วยจุดประกายให้คนหันมาสนใจโครงการของเรามากขึ้นครับ ผู้คนคงรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งที่พวกเขาพอจะทำได้” ในปี 2002 กลุ่มเฟรนด์สออฟเดอะไฮไลน์ได้ว่าจ้างทีมงานให้ศึกษาความเป็นไปได้ทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการ ข้อสรุปที่ได้คือการเปลี่ยนไฮไลน์เป็นสวนสาธารณะจะช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนในบริเวณนั้น ไม่ใช่ฉุดรั้งการพัฒนาตามคำกล่าวอ้างของคณะบริหารของจูลีอานี ก่อนหน้านั้นไม่นาน รางรถไฟร้างทางตะวันออกของกรุงปารีสใกล้กับจัตุรัสบาสตีย์ (Place de la Bastille) ได้รับการแปลงโฉมเป็นสวนสาธารณะแนว ยาวที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในชื่อ โปรเมอนาดปลองเต (Promenade Plantèe) จึงให้แนวคิดที่ใช้เป็นต้นแบบอย่างจริงจังของไฮไลน์ได้ แม้รูปแบบของกรุงปารีสจะนำมาปรับใช้กับมหานครนิวยอร์กไม่ง่ายนัก แต่โปรเมอนาดปลองเตก็ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้โครงการของเดวิดกับแฮมมอนด์อย่างมาก ทั้งสองเริ่มมั่นใจว่าความคิดที่จะเปลี่ยนไฮไลน์ให้เป็นพื้นที่สาธารณะแบบใหม่ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป กลุ่มเฟรนด์สออฟเดอะไฮไลน์อาจเป็นกลุ่มระดับรากหญ้าก็จริง แต่รากของมันก็หยั่งลึกอยู่ในชุมชนหรือแวดวงคนในวงการออกแบบและศิลปะที่มีความลุ่มลึกและสลับซับซ้อนที่สุดในโลก พอถึงปี 2003 เดวิดกับแฮมมอนด์ก็ตัดสินใจจัด ”การประกวดแนวคิดโครงการ” ซึ่งไม่ใช่การแข่งขันด้านสถาปัตยกรรมอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการเชิญชวนใครก็ตามให้เสนอแนวคิดและการออกแบบโครงการพัฒนาไฮไลน์ในอนาคต พวกเขาคาดว่าคงได้รับผลงานไม่กี่สิบชิ้นจากชาวนิวยอร์ก แต่สุดท้ายกลับมีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งหมดถึง 720 ชิ้นจาก 36 ประเทศ เมื่อนิวยอร์กฟื้นตัวจากความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน กลุ่มเฟรนด์สออฟเดอะไฮไลน์ก็เติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยเริ่มดึงดูดความสนใจจากบรรดาผู้จัดการกองทุนรวมรุ่นใหม่ๆ และผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ชอบช่วยเหลือสังคม กิจกรรมระดมทุนเพื่อไฮไลน์ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีได้กลายเป็นงานการกุศลยอดนิยมงานหนึ่งของนิวยอร์ก และเป็นหนึ่งในไม่กี่โครงการที่มีผู้สนับสนุนวัยต่ำกว่า 40 ปีมากพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ นั่นช่วยให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีต่อจากจูลีอานีอย่างไมเคิล บลูมเบิร์ก มีแนวคิดโน้มเอียงไปในทางเห็นด้วยกับการอนุรักษ์ไฮไลน์เอาไว้ บลูมเบิร์กซึ่งเป็นมหาเศรษฐีผู้บริจาครายใหญ่ให้สถาบันทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ของเมืองมาช้านานให้การสนับสนุนแผนพัฒนาโครงการไฮไลน์ ในที่สุดทางการนิวยอร์กก็ทำข้อตกลงกับกลุ่มเฟรนด์สออฟเดอะไฮไลน์ โดยทำงานร่วมกันในการออกแบบและก่อสร้างสิ่งที่จะกลายเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ ในปี 2005 อแมนดา เบอร์เดน กรรมาธิการวางผังเมือง ได้ร่างข้อกำหนดว่าด้วยการจัดเขตพื้นที่ (zoning) ในบริเวณนี้ขึ้นโดยออกกฎสำหรับสิ่งปลูกสร้างใหม่ ๆ ตอนที่กฎระเบียบใหม่มีผลบังคับใช้นั้น พื้นที่โดยรอบได้กลายเป็นย่านที่ได้รับความนิยมมากที่สุดย่านหนึ่งในเมืองไปแล้วอาคารที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังกำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้นซึ่งรวมถึงสำนักงานใหญ่ของบริษัทไอเอซีที่ออกแบบโดยแฟรงก์ เกห์รี พอถึงฤดูใบไม้ผลิปี 2006 ชิ้นส่วนแรกของรางรถไฟถูกยกออกจากไฮไลน์ เพื่อเป็นสัญญาณของการเปิดงาน และการก่อสร้างก็เริ่มต้นขึ้น นับจากวันที่ไฮไลน์ส่วนแรกเปิดให้บริการเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2009 ที่นี่ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของนิวยอร์ก และเราก็น่าจะได้ยินคนข้างๆ พูดภาษาเยอรมันหรือญี่ปุ่นมากพอๆ กับภาษาอังกฤษ กระนั้น ไฮไลน์ยังเป็นสวนสาธารณะของผู้คนในชุมชน เมื่อผมเดินไปตามไฮไลน์พร้อมกับแฮมมอนด์ในวันแดดจัดวันหนึ่งเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา พื้นที่ส่วนที่เป็นเหมือนระเบียงรับแดดคลาคล่ำไปด้วยผู้คน และดูเหมือนจะมีชาวบ้านจากละแวกใกล้เคียงเข้ามายึดทำเลราวกับเป็นชายหาดส่วนตัวมากพอๆ กับนักท่องเที่ยวที่ออกมาเดินเล่น เส้นทางส่วนแรกของไฮไลน์นั้นคดเคี้ยว บางช่วงมุดลอดใต้อาคารสามหลังจนดูคล้ายอุโมงค์สั้นๆ จากนั้นจึงเผยให้เห็นทิวทัศน์ของขอบฟ้ากลางมหานครหรือของแม่น้ำฮัดสัน ช่วงที่ไฮไลน์ตัดกับถนนเทนท์อเวนิว ภาพที่เห็นจะเปลี่ยนไปอีก กลายเป็นที่โล่งคล้ายอัฒจันทร์กลางแจ้งแขวนอยู่เหนือถนนให้เรานั่งมองรถราวิ่งลอดใต้ตัวเราไปได้ เส้นทางรถไฟลอยฟ้าช่วงที่สองทางเหนือของถนนสายที่ 20 เริ่มเป็นเส้นตรง ซึ่งเป็นความท้าทายอีกลักษณะหนึ่งสำหรับนักออกแบบ ”พื้นที่ตรงนี้เปิดโล่งให้เราเห็นตัวเมือง จากนั้นจู่ ๆ คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ระหว่างผนังตึกสองหลัง” คอร์เนอร์อธิบาย ”เส้นทางช่วงนี้ตรงสุดๆ เลยครับ เราเลยต้องหาทางทำให้คุณไม่รู้สึกเหมือนติดอยู่ในทางเดินแคบๆ” เขาตัดสินใจเริ่มงานในส่วนที่สองด้วยการปลูกต้นไม้ให้หนาทึบกว่าเส้นทางช่วงแรกมาก โดยใช้สมมุติฐานว่า ถ้าไม่สามารถทำให้ความคับแคบหายไปได้ ก็ควรขับเน้นความรู้สึกนี้ให้ชัดขึ้นสักหนึ่งช่วงตึก แล้วรีบเปลี่ยนอารมณ์มาสู่สนามหญ้าที่เปิดโล่งและผ่อนคลาย จากนั้นจึงตามมาด้วยสิ่งที่นักออกแบบเรียกว่า ทางยกระดับหรือโครงสร้างโลหะที่ยกทางเดินขึ้นเพื่อปลูกต้นไม้หนาทึบไว้ด้านล่าง ด้านเหนือของทางยกระดับนี้เป็นบริเวณสำหรับนั่งเล่นอีกจุดหนึ่ง จากตรงนี้มองลงไปเห็นถนนผ่านกรอบสีขาวขนาดมหึมาล้อกับป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ห่างออกไปเล็กน้อย เส้นทางเดินที่ตรงยาวมีมวลหมู่ดอกไม้ป่าเรียงรายไปตลอด ในวันที่ผมเดินชมส่วนที่สร้างใหม่พร้อมกับโรเบิร์ต แฮมมอนด์ ต้นไม้ส่วนใหญ่เข้าที่เข้าทางหมดแล้ว แม้ว่าการก่อสร้างยังคงดำเนินต่อไป แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด เราเดินไปตามส่วนที่สร้างใหม่ตั้งแต่ต้นไปจนสุดทาง แฮมมอนด์บอกว่า ความเงียบสงบทำให้เขานึกถึงไฮไลน์ในช่วงแรก ๆ ก่อนที่ผู้คนจะแห่เข้ามา ”ผมว่าผมคงจะคิดถึงไฮไลน์ในตอนนั้นครับ” เขาเปรย แต่เขาก็ตระหนักว่าความสำเร็จอันล้นหลามของไฮไลน์เป็นเรื่องน่ายินดีกว่าการได้เห็นโครงสร้างเหล็กเก่าๆ อันว่างเปล่าเป็นไหนๆ อ่านเพิ่มเติม :  ต้นไม้ แห่งความทรงจำ : เรื่องราวเล่าขานจาก 9 ต้นไม้ในตำนาน