เปิดตัว มรดกโลกแห่งใหม่ จากยูเนสโก - National Geographic Thailand

เปิดตัว มรดกโลกแห่งใหม่ จากยูเนสโก

ยูเนสโกเปิดตัว มรดกโลกแห่งใหม่ ของปี 2019 โดยมีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ทั้งที่อยู่ในป่าโบราณไปจนถึงดินแดนอารยธรรมที่สูญสลาย เหล่านี้ ได้รับการจัดความสำคัญให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติ

ซากปรักหักพังของเมืองโบราณ สถาปัตยกรรมของแฟรงก์ ลอยด์ ไรท์ รวมถึงทัศนียภาพของภูเขาไฟน้ำแข็งล้วนเป็นหนึ่งในมรดกโลกของมนุษยชน

43 ปีที่ผ่านมา ผู้แทนขององค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโกได้ประชุมกันเพื่อประเมินว่าสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งใดที่ตรงตามเงื่อนไขการเป็นมรดกโลก ตัวอย่างเช่น หมู่เกาะกาลาปากอส มาชูปิกชู และเกรตแบริเออร์รีฟ ที่ล้วนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งสิ้น โดยบางสถานที่กำลังตกอยู่ในอันตรายจากการคุกคามต่างๆ เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไป และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น

การประชุมของคณะกรรมการมรดกโลกในปีนี้ จัดขึ้นที่กำแพงเมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน โดยที่ประชุมได้เพิ่มสมบัติทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอีก 29 แห่ง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่เคยถูกเพิ่มมาในการประชุมตั้งแต่ปี 2001 จึงทำให้มีสมบัติทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ถูกบรรจุอยู่ในรายการรวมทั้งสิ้น 1,121 แห่ง โดยแต่ละแห่งต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยหนึ่งในสิบตามเกณฑ์วัฒนธรรมและธรรมชาติ หมายความว่าต้องเป็นจุดที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นผลงานชิ้นเอกของผู้มีความสร้างสรรค์เป็นเลิศ หรือเป็นการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์แบบดั้งเดิมในบรรดาคุณสมบัติอื่นๆ ในการประชุมครั้งนี้ สถานที่ในอาเซอร์ไบจานเองก็ได้ถูกบรรจุลงในฐานะมรดกโลกเช่นกัน นั่นก็คือศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเชกีร่วมกับพระราชวังของข่าน ส่งผลให้เป็นมรดกโลกแห่งที่สามของประเทศในแถบยูเรเชีย คุณสามารถค้นพบเส้นทางสายไหมอันเก่าแก่ของเมืองบากูได้ในภาพเหล่านี้

จากหนึ่งในสถานที่ที่มีระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก สู่สุสานโบราณในญี่ปุ่น นี่คือ 29 สถานที่ที่เพิ่งได้รับการบรรจุให้เป็นมรดกโลกและเหตุผลที่ทำให้พวกมันควรค่าแก่การไปเยี่ยมชม

เมืองพุกาม ประเทศเมียนมา

ที่ราบอันศักดิ์สิทธิ์ที่คละคลุ้งไปด้วยฝุ่นแดงแห่งนี้ มีวัดหลายร้อยแห่ง พระสถูปเจดีย์หลายร้อยองค์ และอารามร่วมร้อยหลัง ที่คุณสามารถมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา ลองมองหาจิตรกรรมฝาผนังที่มีรายละเอียดและแตกต่างกันของแต่ละวัดด้วยตัวคุณเอง หรืออาจสอบถามจากผู้นำทาง นอกจากนี้ คุณยังสามารถมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยบอลลูนช่วงรุ่งอรุณได้อีกด้วย

ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเชกีและพระราชวังของข่าน ประเทศอาเซอร์ไบจาน

เมืองเชกีเป็นศูนย์กลางเส้นทางการค้าในประวัติศาสตร์ที่สำคัญ สถาปัตยกรรมของที่นี่ยังสะท้อนความมั่งคั่งของเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่สิบแปดได้เป็นอย่างดี

อ่านต่อหน้า 2

เรื่องแนะนำ

มาลาปัสกัว หมู่เกาะแห่งความฝันในทะเลฟิลิปปินส์

ความงามที่ล่ำลือใต้ท้องทะเลรอบเกาะ มาลาปัสกัว ดึงดูดให้เราอยากไปชมความงามด้วยตาตัวเองสักครั้ง การเดินทางสู่… มาลาปัสกัว เรื่อง : ชุตินันท์ โมรา ภาพ : ชุตินันท์ โมรา และพลพิชญ์ คมสัน พวกเรานั่งเครื่องบินมาลงที่เกาะเซบู เกาะรูปร่างยาวๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรดาหมู่เกาะแห่งประเทศฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบขึ้นด้วยเกาะจำนวนหลายพันเกาะ ร่องน้ำที่พาดระหว่างเกาะหลายแห่งมีความลึกระดับหลายร้อยเมตร เกาะ มาลาปัสกัว อยู่ถัดออกมาจากส่วนเหนือสุดของเกาะเซบู การเดินทางไปให้ถึงต้องนั่งรถผ่านถนนชนบท เลาะไปตามหมู่บ้านต่างๆ ตลอด 5 ชั่วโมง แล้วเดินทางต่อด้วยเรืออีกประมาณ 20 นาที เพื่อข้ามไปให้ถึงเกาะเล็กๆ ที่เป็นจุดหมายโลกใต้ทะเลที่นี่ดึงดูดพวกเราด้วยชื่อเสียงของฉลามหางยาวฉลามลึกลับ ที่อาศัยอยู่ในน้ำลึกเกินกว่า 100 เมตร และมีความยาวของหางเกือบเท่าความยาวของตัว โรงอาบน้ำของฉลาม ความลับของหางที่เหมือนแส้นั้น เพิ่งถูกเปิดเผยเมื่อไม่กี่ปีก่อน มีคนถ่ายคลิปฉลามใช้หางต้อนปลาเหมือนคาวบอยไล่ต้อนฝูงแกะ เมื่อได้จังหวะก็ฟาดให้เหยื่อสลบก่อนจะว่ายวนกลับมากิน เราเปิดคลิปนี้ดูหลายรอบด้วยความทึ่ง หางแส้เรียวยาวของฉลามเคลื่อนไหวพริ้วอยู่ในน้ำ แค่การสะบัดตัวนิดเดียวหางแส้ก็สะบัดตามเหมือนกับคาวบอยในหนังที่เคยได้ดู การดูผ่านจอไม่เหมือนกับการพบหน้าจริง คล้ายกับการคุยเฟซไทม์กับคนรู้จัก ซึ่งให้ความรู้สึกต่างกับการนั่งคุยในห้องเดียวกัน การสั่นสะเทือนของน้ำที่เราสร้างไหลไปถึงฉลาม และการสะบัดหางของฉลามก็ส่งกลับมาถึงเรา เรามาที่นี่เพราะอยากพบกับฉลามหางยาวด้วยตัวของเราเอง ภูเขาใต้ทะเลยอดตัดซึ่งอยู่ทางตะวันออกของเกาะ เป็นจุดแอบดูฉลามหางยาวที่ดีที่สุด ยอดตัดด้านบนแบนราบมีความลึกประมาณ 20 […]

สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017

คืนหนึ่งของเดือนธันวาคมในปี 2015 เซรกิโอ ตาปิโร คว้าถุงนอน, กล้อง และขาตั้งออกมาวางท่ามกลางท้องฟ้ากระจ่างไร้มวลเมฆ ห่างจากเขาออกไป 8 ไมล์คือภูเขาไฟโคลิมาที่ปะทุเถ้าถ่านออกมา ท่ามกลางสายฟ้าฟาด ครั้งแรกของการปะทุ ตาปิโรเตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขาเปิดรูรับแสงนาน 8 วินาทีเพื่อบันทึกภาพของไฟและหินที่ถูกส่งออกมาจากใต้พื้นโลกเอาไว้ และทันใดนั้นเองก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้น เมื่อสายฟ้าเส้นหนึ่งผ่าลงมาจากหมู่มวลเมฆของเถ้าถ่าน “ภาพถ่ายนี้คือของขวัญที่ธรรมชาติมอบให้แก่ผมครับ” เขากล่าว “ตอนที่ผมเช็ครูปถ่ายจากจอกล้องถ่ายภาพ ผมอึ้งไปเลย แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง” ภาพถ่ายนี้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายท่องเที่ยวประจำปี 2017 “ช่วงเวลาอันทรงพลัง ถูกบันทึกไว้อย่างงดงาม ภาพถ่ายของเซรกิโอจัดอยู่ในภาพถ่ายธรรมชาติชั้นนำ ด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตัดสินอย่างเป็นเอกฉันท์” มอลลี่ โรเบิร์ต บรรณาธิการภาพอาวุโส หนึ่งในคณะกรรมการตัดสินครั้งนี้กล่าว “เซรกิโอ มุ่งมั่นถ่ายภาพภูเขาไฟมา 15 ปี สมาธิอันเยี่ยมยอดของเขาปรากฏให้เห็นผ่านภาพการปะทุของภูเขาไฟอันน่ามหัศจรรย์” ตาปิโรเริ่มต้นถ่ายภาพภูเขาไฟในปี 2002 งานของเขาต้องใช้ความพยายามอย่างสูง รวมถึงความอดทนและอารมณ์ขัน “ผมรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังสนทนากับญาติของตัวเอง คล้ายๆ ลุงของผม” เขาอธิบาย “บางครั้งผมคิดว่าถูเขาไฟเองก็เล่นตลก หลังคุณอยู่ที่ตรงนั้นมาแล้ว 16 ชั่วโมง ในที่สุดคุณตัดสินใจเก็บอุปกรณ์กลับ ในขณะที่คุณกำลังขับรถกลับบ้าน คุณกลับเห็นภูเขาไฟปะทุขึ้น ผ่านกระจกมองหลัง” ความอดทนและการมองโลกในแง่ดีของเขา […]

ฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว ชมซากุระเบ่งบานในจีน

ฤดูใบไม้ผลิมาแล้ว ชมซากุระเบ่งบานในจีน สีสันอันงดงามของกลีบดอกไม้สีชมพูและขาวจากดอกไม้พากันผลิบานเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงดงามในเมืองฉิงเซิ่น ของมณฑลกุ้ยโจว และในเมืองอานซุนเอง ทิวเขาของเมืองถูกปกคลุมไปด้วยสีเหลือง, ม่วง และขาวจากดอกไม้นานาพรรณ ใครว่าซากุระต้องบินไปชมไกลถึงญี่ปุ่น เพราะทางตอนเหนือของมณฑลซานซี ในประเทศจีนเอง ขณะนี้เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระก็พากันผลิบาน ซึ่งเมื่อมองจากภาพถ่ายทางอากาศแล้วจะเห็นสีสันของดอกไม้ตัดกับทัศนียภาพเบื้องล่าง เป็นภาพที่งดงามมาก ทั้งนี้ดอกซากุระเป็นพืชประจำถิ่นที่สามารถพบได้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ดอกไม้ชนิดนี้มีเอกลักษณ์คือช่วงระยะเวลาการบานเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์เท่านั้น และเมื่อร่วงก็จะร่วงพร้อมกันหมด คำว่า “ซากุระ” ในภาษาญี่ปุ่นกร่อนมาจากคำว่า ซะกุยะ ที่แปลว่าผลิบาน  มีความเชื่อกันว่าเทพธิดาองค์หนึ่งชื่อโคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ เป็นผู้เริ่มต้นปลูกซากุระ คนญี่ปุ่นจึงตั้งชื่อดอกไม้งามนี้ตามชื่อของพระนาง   อ่านเพิ่มเติม เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล