ขับ แคมเปอร์แวน จากนิวยอร์ก ตามเส้นทางใบไม้เปลี่ยนสีและจบทริปด้วยการปีนผา

ออกผจญภัยจากนิวยอร์กด้วย แคมเปอร์แวน

Afternoon strolling at the amazing Flume Gorge / เดินเล่นยามบ่ายที่ Flume Gorge 

เมื่อสบายใจว่ามีที่จอดรถพักนอนแน่ๆแล้วอีกสองคืนและยังมีเวลาอีกนานในช่วงบ่ายก่อนพระอาทิตย์จะตก เราจึงออกเดินทางไปยังหาที่เที่ยวที่อยู่ไม่ไกล Flume Gorge เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเมือง Lincoln, New Hamshire มีจุดเด่นคือ น้ำตกที่ไหลผ่านช่องแคบระหว่างหน้าผาสูงสองฝั่งลงมายังแม่น้ำด้านล่าง การเข้าชม Flume Gorge ในช่วงนี้จะต้องจองตั๋วล่วงหน้าบนเวบไซต์** เนื่องจากมีการจำกัดปริมาณคนเข้าชมและลดการติดต่อกับพนักงาน

เมื่อเราไปถึงสามารถแสดง Barcode การจองบนมือถือและเข้าไปภายในได้เลย การเดินชม Flume Gorge นั้นไม่ยากเนื่องจากมีการทำทางเดินไว้อย่างดี เราสามารถเลือกเดินแบบเต็ม loop ระยะทาง 3.2 กิโลเมตร หรือจะเดินระยะสั้นเพียงแค่ไปชมช่องแคบแล้ววกกลับ ใช้เวลาเพียง 40 นาที วันนี้เราเลือกเดินแบบระยะไกลเต็ม loop ซึ่งจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที

แวะพักริมน้ำกินขนมเติมพลังงานก่อนจะต้องเดินยาวอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง
เสียงน้ำตกที่ไหลผ่านช่องแคบช่วยเติมเต็มให้ภาพที่เห็นสมบูรณ์สวยงามจับใจ จากจุดนี้เราจะต้องเดินบนสะพานไม้เลียบหน้าผาขึ้นไปถึงด้านบนของน้ำตก

Flume Gorge เกิดขึ้นในยุคจูราสสิคเมื่อ 200 ล้านปีที่แล้วจากหินหลอมเหลวใต้ดินที่เย็นตัวลงกลายเป็นหิน Conway granite และแยกตัวออกจากกันโดยมีหิน Basalt ค่อยๆแทรกตัวขึ้นมาระหว่างกลางในรูปของเหลวที่เมื่อถูกความเย็นและความกดก็แปรสภาพเป็นหิน การสึกกร่อนของผิวโลกเปิดโอกาสให้น้ำแทรกซึมเข้าไปในชั้นหิน หิน Basalt กร่อนได้ไวกว่าหิน Conway granite มาก เมื่อถูกน้ำเซาะเป็นเวลานานก็ทำให้เกิดร่องลึกตรงกลางกลายเป็นช่องแคบ (gorge) ในปัจจุบัน

ช่องเขาบริเวณนี้แคบมาก ในช่วงที่หิมะเริ่มละลายและฤดูฝนที่น้ำในแม่น้ำมีมาก การเดินผ่านช่องแคบนี้โดยไม่เปียกจะเป็นไปได้ยากเนื่องจากจะเต็มไปด้วยละอองน้ำตลอดเวลา

ปริมาณน้ำในช่องแคบยังมีอยู่มากแม้จะอยู่ในฤดูใบไม้ร่วง เราเดินบนทางเดินไม้ที่ทำไว้อย่างดีบนแม่น้ำที่ขนาบไปด้วยช่องเขาสูง บนหน้าผามีความชื้นมากกว่าปกติทำให้มีต้นไม้และมอสเติบโตเขียวอยู่ตลอดปี ความอลังการของธรรมชาติทำให้เราทึ่ง แต่ก็ไม่น้อยไปกว่าความพยายามของมนุษย์ที่เนรมิตสถานที่แบบนี้ให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายและยังรักษาสภาพแวดล้อมไว้ได้อย่างดี 

หลังจากผ่านน้ำตกชั้นบนมาแล้ว เรากลับมาสู่ทางเดินในป่าท่ามกลางต้นไม้สองข้างทางที่กำลังเปลี่ยนสี เราเดินชมธรรมชาติข้างทางแบบสบายๆ ใบไม้สีเหลืองทองปูพรมตั้งแต่บนพื้นจนถึงยอดไม้ทำให้การเดินที่เหลือเพลิดเพลินไม่น้อยกว่าช่วงแรกเลย วันนี้เรากลับไปที่ campground และใช้เวลาช่วงเย็นรอบกองไฟอุ่นๆ ทำอาหารง่ายๆ

เมื่อพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปเราก็อยู่ในโลกที่มืดสนิทมีแสงดาวเล็กน้อยและเสียงแม่น้ำอยู่ไกลๆ ฝนปรอยๆตกลงมาเป็นสัญญานให้เราดับกองไฟและเข้านอน

เรื่องแนะนำ

เยี่ยมชม Our Land ดินแดนมหัศจรรย์

หากมีสถานที่สักแห่งหนึ่งที่เราสามารถพาครอบครัวและเด็กๆ ไปเรียนรู้เรื่องธรรมชาติได้อย่างเข้าใจผ่านการใช้ชีวิตจริง Our Land คือสถานที่แห่งนั้น คงจะกล่าวไม่เกินจริงไปนัก ถ้าผมจะบอกว่าเมื่อย่างเท้าเข้ามายังดินแดนเอาร์แลนด์ (Our Land) แห่งนี้ ความรู้สึกเหมือนราวกับได้ย้อนวัยไปเป็นเด็กอีกครั้ง ด้วยบรรยากาศของราวป่าและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติรอบ ๆ ที่ชวนให้หวนคิดถึงเรื่องราวสนุก ๆ ที่เคยสัมผัสในวัยเด็ก โดยเฉพาะการได้มาท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัวและเด็ก ๆ ยิ่งเพิ่มพูนความสุขจากกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันอย่างหลากหลาย “ดินแดนมหัศจรรย์” จากคำนิยามนี้ ที่นี่จึงเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย และหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่หลงใหลในธรรมชาติเอาร์แลนด์ พร้อมจะพาคุณเข้าไปซึมซับกับประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่ใช่แค่การนั่งชิล ๆ หากแต่เป็นการดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติอย่างถ่องแท้ ผมมีนัดกับวีโจ้ เจ้าของเอาร์แลนด์ที่ร้าน 3199 cafe’ (ชื่อร้านมาจากชื่อทางหลวง 3199) บนถนนลาดหญ้า-เอราวัณ วีโจ้เป็นคนอินเดียใต้ที่ย้ายตามคุณพ่อมาอยู่เมืองไทย หลังจากคุณพ่อได้งานทำที่นี่ โดยเขาและครอบครัวได้อยู่อาศัยในไทยมานานกว่า 40 ปี แล้ว วัยเด็กเขาจึงได้เข้าโรงเรียนที่ไทย และพูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว วีโจ้บอกว่าการเดินทางเข้าพื้นที่เอาร์แลนด์ นั้น มีเส้นทางเดียว นั่นคือทุกคนต้องลอยคอจากแม่น้ำแควใหญ่เข้าไป การนัดเจอที่ 3199 cafe’ จึงมีความหมาย โดยเป็นทั้งสถานที่จอดรถ และให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในเอาร์แลนด์ อย่างมีความสุข อีกอย่างการทำงานของวีโจ้นั้นไม่ใช่แค่ตัวเองที่ได้ประโยชน์ แต่ชุมชนต้องได้ประโยชน์ด้วย คาเฟ่แห่งนี้จึงเป็นหนึ่งพันธมิตรที่ให้ผู้มาเยือนและเจ้าของพื้นที่ได้มาพบเจอกัน […]

งานคาราวาน รถบ้าน ครั้งแรกในประเทศไทย

Caravan and Motorhome Meeting 2020 งานรวบรวมคนรัก รถบ้าน ครั้งแรกในประเทศไทย หากย้อนกลับไปเมื่อสักสิบกว่าปีก่อน รถบ้าน ถือเป็นของใหม่ในเมืองไทย คนที่มีรถประเภทนี้ยังเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ต่างจากในต่างประเทศซึ่งเป็นที่นิยมมาก  ผมเองรู้จักรถบ้านจากการดูหนังต่างประเทศจนกลายเป็นหลงรัก แต่ยังไม่ถึงขนาดมีในครอบครอง (แม้จะอยากมีไว้ใช้สักคันก็ตาม) เที่ยวดั้นด้นเดินทางไปเสาะหาถึงแหล่งที่นำเข้ามาขาย ไปทดลองใช้งานจริง สุดท้ายจบตรงที่ไม่ได้ซื้อ เพราะว่าไม่มีที่จอด ห่วงเรื่องการเดินทาง กฎหมายเกี่ยวกับการลากจูงรถพ่วง ไหนจะเรื่องสถานที่จอดรถบ้านว่ามีรองรับมากน้อยแค่ไหน เรียกว่ามีหลายปัจจัยให้ขบคิดถึงการครอบครองรถบ้านสักคัน ปัจจุบันมีผู้นำเข้ารถบ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมายอยู่หลายบริษัท มีบริษัทประกอบและผลิตรถบ้านในประเทศไทยส่งออกต่างประเทศก็มาก ซึ่งจริงๆแล้วบ้านเรามีความสามารถในการผลิตรถบ้านอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว ในเมื่อมีผู้ผลิตและผู้ซื้อแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการพบปะสังสรรค์ในหมู่คนที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตกลางแจ้งโดยมีรถบ้านเป็นสื่อกลาง จึงกลายเป็นที่มาของการจัดงาน Caravan and Motorhome Meeting 2020 โดยบริษัทคลาสสิคคาร์ คาราวาน จำกัด บริหารงานโดย คุณเต้ – อวิรุทธิ์ วีระพงษ์ ผู้นำเข้ารถบ้านอย่างเป็นทางการจากต่างประเทศ นับเป็นการจัดงานรถบ้านอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย จุดเด่นของงาน Caravan and Motorhome Meeting 2020 อยู่ที่คุณจะได้พบรถบ้านในรุ่นและขนาดต่างๆ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับรถบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเตาแก๊ส ตู้เย็น […]

มอนเตเบร์เด จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร

เมื่อ Cloud Forest ป่าหมอกอันโด่งดังของเมืองต้องปิดตัว มอนเตเบร์เด จะฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างไร ป่าดงดิบแห่ง มอนเตเบร์เด ประเทศคอสตาริกา จุดหมายปลายทางในฝันที่นักเที่ยวสายธรรมชาตินับพันคนหวังจะได้มายลความอุดมสมบูรณ์กับตา แต่ในปีนี้การระบาดของโคโรน่าไวรัสทำให้มันต้องปิดตัวลง ต้นเดือนมีนาคม จุดชมพระอาทิตย์ตกดินในมอนเตเบร์เดยังแน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว ชุมชนที่มีประชากรอยู่เพียง 6,000 คนแห่งนี้คือแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันขึ้นชื่อและจากข้อมูลส่วนใหญ่ 2020 คือปีที่สมควรจะเป็นปีแห่งความรุ่งโรจน์ แต่ในตอนนี้ ม้านั่งอันใหม่กลับถูกห่อไว้ด้วยเทปตำรวจ แหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดซึ่งรวมไปถึงเขตอนุรักษ์ชีววิทยา Cloud Forest ต้องปิดรับนักท่องเที่ยว ร้านอาหารหยุดขาย เช่นเดียวกับกิจการที่พักอาศัยไล่ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงโฮมสเตย์และ Airbnb ต่างก็ว่างเปล่าไร้ผู้คน ความเงียบเข้าปกคลุมมอนเตเบร์เดมีเพียงเสียงนกร้องแทรกขึ้นมา เป็นบรรยากาศที่ทั้งสงบและก็น่าหวั่นใจ เพราะนี่คือเสียงแห่งการหยุดพักอย่างไม่มีกำหนด แม้จะไม่มีเคสผู้ป่วยยืนยัน แต่ผลกระทบจากการระบาดก็เข้าจู่โจมมอนเตเบร์เดอย่างฉับพลันและรุนแรง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของคอสตาริกา จากข้อมูลของ Luis Jara โฆษกประจำคณะกรรมการการท่องเที่ยวคอสตาริกา ในปี 2019 จีดีพีของประเทศประมาณร้อยละ 8 – 9 มาจากการท่องเที่ยว และสำหรับมอนเตเบร์เดมันคือแรงขับเคลื่อนเดียวที่มี ในปี 2019 ภูมิภาคนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 250,000 คน ส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป นักดูนก […]

ล่อง เรือคายัค ตลอด 65 กิโลเมตรในทะเลแดนใต้ของไทย

น้ำลดเลนผุด ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง ฟ้าเริ่มมีเฉดสีชมพูอ่อนมาเจือ บางจังหวะใบพายของเราแตะตะกุยโคลนเลนติดขึ้นมา ยิ่งพายต่อ น้ำก็ยิ่งดูเหมือนจะตื้นลงเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งที่ตื้นจนยืนถึง เราซึ่งอยู่รั้งท้ายจึงตัดสินใจลงจากเรือมายืดขา และทำธุระส่วนตัวที่เก็บสะสมมาตั้งแต่ท่าเลน เรือที่อยู่หน้าสุดของขบวนไปถึงเกาะหินปูนหน้าทางเข้าคลองที่เป็นจุดหมายแล้ว แต่ว่าในจังหวะที่รอกันอยู่นั้นไม่ทันได้ระวัง น้ำลงเร็วกว่าที่คิดหาทางออกมาร่องน้ำด้านนอกไม่ทัน พื้นเลนผุดล้อมเรือไว้ทุกด้าน ต้องลงมาเดินลากเรือออกมาด้านนอก เลนก็นิ่มมากเหยียบแล้วจมไปเกือบทั้งขา สุดท้ายแล้วต้องเอาตัวไถมากับพื้นเพื่อเฉลี่ยน้ำหนักไม่ให้จม เส้นทางสั้นสุดเพื่อจะเข้าคลองไหนหนังตามแผนเดิมถูกปิดขวางเสียแล้ว ต้องพายอ้อมออกไปอีก ระยะอ้อมนั้นน้อยนิดแต่ในใจกลับคิดว่าเป็นการอ้อมที่ไกลเหลือเกิน กว่าจะอ้อมสันดอนมาพ้นครบทุกลำ ฟ้าก็มืดพอดี พรายน้ำเรืองแสงขึ้นมาตามฝีพายทุกจ้วง ถึงแม้พวกเราจะพกไฟฉายติดตัวมาพร้อมแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องใช้กันตั้งแต่วันแรกแบบนี้ บ้านไหนหนัง ผู้ใหญ่บ้านไหนหนังเจ้าของที่พักคืนนี้เห็นพวกเราไม่เข้าไปสักที เลยพายเรือออกมาตามด้วยความเป็นห่วง ในคลองช่วงสุดท้ายที่เราต้องพายเข้าไปนั้นมีหินใต้น้ำคมๆ วางตัวเป็นกับดักอยู่ พอไม่มีแสงอาทิตย์แล้ว การผ่านเข้าไปก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เรือของผู้ใหญ่บ้านพายนำเราเข้าไปในคลองพร้อมกำชับว่าอย่าแตกแถวเด็ดขาด เรือทุกลำตามกันมาแนบสนิท หัวเรือของเราจ่อท้ายเรือลำข้างหน้า หัวเรือของลำข้างหน้าก็จ่อท้ายเรือของลำถัดไป เหมือนมีเชือกผูกติดกันไว้ เรือลำสุดท้ายของกองเปิดไฟฉายเป็นสีแดงทิ้งไว้เป็นจุดหมายให้รู้ตำแหน่งกัน ระยะทางเพียงแค่กิโลเมตรกว่าๆ แต่เรากลับใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่มีใครกล้าแตกแถว เสียงบอกจุดหินคมต่อๆ กันมาคือการสื่อสารเดียวที่เกิดขึ้น ความตึงเครียดค่อยๆ ก่อตัวในความมืด เพียงแค่วันแรกธรรมชาติก็ฟาดเราหนักเสียเหลือเกิน ในที่สุดเราก็ถึงจุดหมาย คืนนั้นพวกเรา 9 คน นอนพักกันที่ขนำในสวนยางของผู้ใหญ่บ้าน ความอ่อนล้าจากทุกอย่างบวกรวมกันทำให้เราหลับไปด้วยความรวดเร็ว อ่านต่อหน้า 5