เรือคายัค ลำเล็กออกล่องทะเลแดนใต้ของไทย ผ่านเรื่องราวอันประทับอยู่ใจในความทรงจำ

ล่อง เรือคายัค ตลอด 65 กิโลเมตรในทะเลแดนใต้ของไทย

ความสะดวกที่ลอยมากับน้ำ

ทุกวันพวกเราจะพกอาหารกลางวันใส่กล่องข้าวที่เตรียมกันมา บางวันเราก็ลอยลำกินกันในเงาเกาะ บางวันเราก็ขึ้นหาดไปนั่งกินด้วยกัน

เมื่อเราพายเข้าไปเจอกับแพขยะที่ลอยน้ำมา มันก็ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการพกข้าวใส่ปิ่นโตและกระติกน้ำของพวกเราว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ

ชีวิตเมืองทำให้เราสบายกันจนเคยตัว กล่องโฟมใส่อาหารที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งอาจจะเป็นความสะดวก ช้อนพลาสติกอาจจะเป็นความสบาย ถุงใสใส่ขนมที่โยนทิ้งได้เลยหลังกินเสร็จ เราปล่อยตัวให้เคยชินกับความสบายนี้มายาวนาน ถ้าเรายอมลำบากล้างกล่องข้าวกันทุกวันซักนิด ขยะที่ลอยมากับน้ำก็คงจะลดลง

ขยะทะเล, ขยะพลาสติก
เศษซากความสะดวกสบายที่เราทิ้งให้เป็นขยะลอยตามน้ำมา

ห้วงเวลาแห่งชัยชนะ

สงครามกำลังจะจบลง ความเหนื่อยล้าและเจ็บปวดที่สะสมมากลายเป็นเรื่องเล็กน้อย กองเรือทยอยเคลื่อนตัวออกจากห้องนั่งเล่นกลางทะเลสู่ที่พักคืนสุดท้ายซึ่งเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ริมน้ำ

มองย้อนไป เราพ่ายแพ้ต่อลม แดด และกระแสน้ำอย่างหมดรูป พวกเราต้องปรับเวลาออกเดินทางตามเวลาน้ำ เราต้องพุ่งเข้าหาร่มเงาเกาะเพื่อหลบแดด การพยายามขัดขืนธรรมชาติเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ที่แทบเป็นไปไม่ได้ ศัตรูที่แท้จริงของการเดินทางครั้งนี้กลับโผล่ชัดในตัวของเราเองต่างหาก ความเหนื่อยล้า ความท้อแท้ ความกลัว ที่เกิดขึ้นในใจคือศัตรูตัวใหญ่ที่ออกมาท้าทายเราอยู่ตลอด

เรือคายัค, พายเรือคายัค, ทะเลอันดามัน
หยุดพักกินกาแฟและหลบแดดเป็นระยะๆ ตามหาดทรายเล็กที่มีกระจายอยู่

การเดินทางด้วยแรงแขนของตัวเองตลอดสามวัน รวมระยะทาง 65 กิโลเมตร โดยไม่เลิกล้มไปกลางทางคือชัยชนะที่ทำให้ใจพองโต การได้ลอยล่องไปในสายน้ำระหว่างหน้าผาหินปูน สายลมเสียงนกที่ลอยมาให้ได้ยิน เท้าที่ได้สัมผัสกับหาดทรายที่ไม่เคยมีคนเหยียบย่าง บทสนทนากับเหล่าเพื่อนที่พายมาด้วยกัน คือถ้วยรางวัลที่ได้มาจากการออกเดินทาง เมื่อพายเรือเข้าเทียบท่าโฮมสเตย์ริมน้ำ สงครามของเราก็ปิดฉากลงพร้อมกับความทรงจำที่งดงาม


อ่านเพิ่มเติม : ปลาพลวง ได้รับการขนานนามว่า เสื่อโคร่งแห่งสายน้ำ

ปลาพลวง, แม่น้ำ, เขตอนุรักษ์,

เรื่องแนะนำ

รวมภาพถ่ายอันโดดเด่น จากโครงการNGThai NatureCalling2018

ชมฝีมือการถ่ายภาพของคุณผู้อ่านในโครงการ #NGThai NatureCalling2018 ลุ้นรับรางวัลทุกสัปดาห์ อาทิ กระเป๋าเป้ ถุงนอน หนังสือเล่มพิเศษของสำนักพิมพ์เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และสมาชิกนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์สารคดีเรื่อง “คืนธรรมชาติสู่เมืองใหญ่” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย เพียงถ่ายภาพธรรมชาติในมุมมองของคุณ เขียนคำบรรยายสั้นๆ อาทิ สถานที่ และแรงบันดาลใจ พร้อมติดแฮชแท็ก #NGThaiNatureCalling2017 ใน Instagram หรือ Facebook และนี่คือภาพถ่ายโดดเด่นสวยเข้าตากองบรรณาธิการของเรา ประจำสัปดาห์ที่ 1 (5 – 11 มิถุนายน 2017) ภาพถ่ายโดดเด่นประจำสัปดาห์ (Photo of the week)   ภาพถ่ายประจำสัปดาห์ที่ 2 (12 – 18 มิถุนายน 2017) ภาพถ่ายโดดเด่นประจำสัปดาห์ (Photo of the […]

เมื่อ สนามกีฬาโอลิมปิก ถูกทอดทิ้ง

เมื่อสนามกีฬาโอลิมปิกถูกทอดทิ้ง ในขณะที่กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ณ พยองชาง ประเทศเกาหลีใต้กำลังดำเนินไป สนามกีฬาโอลิมปิก ที่ถูกใช้งานมาก่อนหน้าในประเทศอื่นๆ กลับถูกทิ้งร้างเมื่อการแข่งขันกีฬาจบลง ทุกสองปี เมืองต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันเสนอชื่อตนกับคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (International Olympic Commission-IOC) สำหรับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิก ผู้ชนะจะถูกเลือกด้วยกระบวนการที่เข้มงวด ซึ่งส่วนหนึ่งประกอบด้วยการทำให้ชาวเมืองเชื่อว่าผลประโยชน์จากการเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกจะมีมากกว่าภาษีที่จะเพิ่มสูงขึ้น เมืองที่สมัครอาจมองเห็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ด้วยความหวังว่าจะช่วยเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว การเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และการใช้งานสนามกีฬาต่อไปในอนาคต แต่ในขณะที่การถูกเลือกเป็นเจ้าภาพถือว่าเป็นเกียรติอย่างสูง เมืองหลายแห่งก็กำลังตั้งคำถามว่ามันคุ้มค่าหรือไม่กับความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะยาว มีผู้ประเมินต้นทุนการจัดงานโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่เมืองโซชี ประเทศรัสเซียไว้ราว 1.2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 370 ล้านล้านบาท) แต่กลับบานปลายถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,500 ล้านล้านบาท) ซึ่งรัสเซียจ่ายได้เพียง 53 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,600 ล้านบาท) เท่านั้น สนามกีฬาหลายแห่งที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ รวมทั้งลู่สกีกระโดดไกลและบ็อบสเลตถูกทอดทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานอีกในอดีตเมืองเจ้าภาพหลายแห่ง โครงสร้างที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ยังคงตั้งอยู่และค่อยๆ ผุกร่อนไป หลายแห่งถูกพ่นภาพกราฟฟิตีเต็มไปหมด กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย ซึ่งเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1984 […]

สถานที่ยอดเยี่ยมสำหรับเยี่ยมชม ซากุระ ในสหรัฐอเมริกา

เทศกาลซากุระแห่งชาติ วอชิงตัน ดี.ซี. เทศกาลวันที่ 20 มีนาคม-14 เมษายน ต้นซากุระสิบเอ็ดสายพันธุ์ ที่กำลังผลิบานราวกับว่ามันกำลังส่งสัญญาณจากเมืองไทดัลเบซินไปสู่แม่น้ำโปโตแมคในอุทยานแห่งชาติแคปิตอล โดยซากุระที่งดงามของเมืองนี้สามารถดึงดูดผู้คนมากถึง 1.5 ล้านคน ในช่วงการเฉลิมฉลองที่ยาวนานถึงสี่สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการทักทายฤดูใบไม้ผลิและมิตรภาพระหว่างประเทศในปี 2019 โดยส่วนใหญ่แล้วที่นี่จะเปิดให้สาธารณชนเข้าร่วมเทศกาลฟรี ทั้งเทศกาลเล่นว่าว ขบวนพาเหรด ดอกไม้ไฟ และงานศิลปะจัดวาง ในขณะที่ทั่วทั้งโรงเรียนและเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงจะช่วยกันปลูกต้นไม้ใหม่และทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถตกแต่งได้ รวมถึงอาคารไปจนถึงรถบัสสีชมพูพาสเทล เทศกาลดอกซากุระนานาชาติ เมืองแมคอน รัฐจอร์เจีย – ช่วงเทศกาลวันที่ 22 ถึงวันที่ 31 เดือนมีนาคม เมืองแมคอน ของรัฐจอร์เจีย จัดทำบันทึกการประชุมเกี่ยวกับซากุระที่ใหญ่สุดในสหรัฐอเมริกา พื้นที่ดังกล่าวจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 38 สำหรับปี 2019 มีการขายต้นไม้ ชมขบวนพาเหรด คอนเสิร์ต ภาพยนตร์กลางแจ้ง ตลาด และการแข่งขันที่แปลกประหลาด เช่น การแข่งวิ่งสุนัขไส้กรอก เทศกาลนี้สิ้นสุดลงด้วยการนั่งชมบอลลูนและพลุที่สวยงามของเมืองแห่งนี้ เทศกาลซากุระวูสเตอร์สแควร์ เมืองนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต – ช่วงเทศกาลวันที่ 28 เดือนเมษายน ต้นซากุระ […]